counters

hisoparty

เมื่อจัดฟัน ควรดูแลฟันอย่างไรดี

2 months ago

ในบทความครั้งที่แล้ว หมอได้พูดถึงเรื่องการแปรงฟันของคนทั่วไป ว่าควรแปรงฟันและดูแลฟันอย่างไรให้ดี ฟันจึงจะไม่ผุ และคงอยู่ในช่องปากได้ยาวนาน Health & Beauty ครั้งนี้ หมอจะได้กล่าวถึงการดูแลสุขภาพปากและฟันของคนที่กำลังได้รับการจัดฟันกันบ้าง เพื่อให้ฟันไม่ผุ ไม่มีโรคเหงือกและอยู่ใช้งานในช่องปากได้ยาวนานต่อไป

การจัดฟันนั้น ในปัจจุบันอาจแบ่งได้เป็นแบบการจัดฟันแบบใส ซึ่งไม่มีเครื่องมือใดๆ ติดบนตัวฟัน และการจัดฟันชนิดที่มีเครื่องมือติดบนตัวฟัน 

การจัดฟันแบบใสนั้น จะมีลักษณะเป็นแผ่นพลาสติกใส ใส่ครอบลงบนฟันวันละ 22 ชั่วโมง ผู้ที่จัดฟันจึงสามารถถอดเครื่องมือจัดฟันใสออก แล้วทำการแปรงฟันดูแลช่องปาก  วิธีการดูแลฟันจึงใช้วิธีการเหมือนการดูแลฟันในคนปกติดังได้กล่าวมาแล้วในบทความที่แล้ว ได้แก่ การแปรงฟันวันละอย่างน้อยสองครั้ง คือตื่นนอนตอนเช้าและก่อนนอน แปรงฟันไม่ต่ำกว่า 2 นาที และใช้ไหมขัดฟันระหว่างซอกฟันในบริเวณที่การแปรงฟันเข้าไปไม่ถึง อย่างไรก็ตาม หากเราจัดฟันใสแล้ว ไม่ทำการแปรงฟัน ฟันจะเกิดการผุง่ายกว่าปกติ ทั้งนี้เพราะแผ่นครอบฟันใสที่ใช้ในการจัดฟันนั้น เมื่อครอบบนฟันที่ไม่ดูแลความสะอาดให้ดี เชื้อโรคภายในครอบฟันใส จะเจริญเติบโตได้เร็ว เพราะครอบฟันใสทำหน้าที่เสมือนเตาอบเพาะเชื้อ ทำให้เชื้อเจริญเติบโตได้ไว เกิดการทำลายเหงือกและฟันได้เร็ว คนที่รับการรักษาด้วยการจัดฟันใส จึงควรแปรงฟันให้ดีมากกว่าคนปกติทั่วไป

สำหรับกลุ่มคนจัดฟันที่มีอุปกรณ์ติดบนฟันและมีเส้นลวดโยงซี่ฟันจากฟันหน้าไปฟันหลังนั้น จะต้องดูแลรักษาฟันให้ดีเป็นพิเศษ เพราะจากงานวิจัยหลายต่อหลายฉบับ ระบุว่าหากแปรงฟันไม่ดีจะเกิดฟันผุได้มากกว่าคนทั่วไปที่ไม่ได้จัดฟัน ทั้งนี้เพราะอุปกรณ์จัดฟันที่ติดอยู่บนฟัน ทำให้การแปรงฟันทำได้ยากกว่าปกติ และอุปกรณ์ต่างๆนี้ สามารถเป็นแหล่งสะสมของอาหารและเชื้อจุลินทรีย์ที่มีผลทำให้เกิดโรคฟันผุและโรคเหงือก การแปรงฟันไม่ดี หรือไม่นานพอ จะทำให้กำจัดสิ่งสกปรกออกจากฟันได้ไม่หมด เป็นแหล่งหมักหมมเชื้อโรค สร้างกลิ่นปาก และทำให้ฟันผุ เหงือกอักเสบ รุนแรงถึงทำให้สูญเสียฟันได้ 

การดูแลฟันสำหรับคนจัดฟันนั้น นอกจากจะต้องแปรงฟันให้ดีและนานพอแล้ว ยังต้องมีการดูแลเสริมด้วยอุปกรณ์ และสารเคมีต่างๆ เพื่อช่วยให้สุขภาพปากและฟันมีความสมบูรณ์ดี

ข้อแนะนำในการดูแลรักษาสุขภาพช่องปากในผู้ที่จัดฟัน 
1. เลือกแปรงและแปรงฟันอย่างถูกวิธี
แปรงสีฟันสำหรับคนจัดฟัน อาจมีมากกว่าหนึ่งอัน โดยแปรงสีฟันจะมีลักษณะพิเศษ มีร่องตรงกลางขนแปรงและมีขนาดที่เหมาะสมสำหรับฟันในแต่ละบริเวณ ผู้ที่จัดฟันอาจจะมีแปรงอีกอันหนึ่งที่มีขนาดเล็กลง ซึ่งสามารถเข้าทำความสะอาดที่ฟันซี่ในๆ ช่องปาก โดยแปรงจัดฟันขนาดปกติ จะใช้ทำความสะอาดฟันทั่วไป แปรงสีฟันไฟฟ้าบางผลิตภัณฑ์ก็มี
หัวแปรงสำหรับคนจัดฟันด้วยเช่นกัน เมื่อจัดฟัน เราจึงควรเลือกหาหัวแปรงจัดฟันดังกล่าวมาใช้งานด้วย

2. เลือกใช้อุปกรณ์ดูแล กำจัด และทำความสะอาดรอบๆ bracket และลวด โดยอาจเลือกใช้แปรงลวดขนขนาดเล็ก (interproximal brush) ที่สามารถสอดเข้าระหว่างลวด กำจัดเศษอาหารออกได้โดยง่าย หรือเลือกใช้เครื่องฉีดน้ำทำความสะอาดฟัน (Waterpik) อุปกรณ์นี้อาจมีราคาสูงแต่สามารถใช้ฉีดน้ำทำความสะอาดฟันได้ดี

3. ใช้เส้นไหมขัดฟัน โดยใช้ตัวร้อยไหมขัดฟัน ที่สามารถสอดเข้าใต้ลวดได้ทั้งนี้ให้ร้อยไหมขัดฟันเข้าตัวร้อยไหม แล้วนำไปสอดใต้ลวดดัดฟัน เพื่อให้สามารถจับปลายไหมขัดฟันอีกด้านหนึ่งได้ ต่อมาให้ทำการใช้ไหมขัดฟันโอบรอบฟันทำความสะอาดซอกฟัน เหมือนการใช้ไหมขัดฟันตามปกติ หรือใช้ด้ามจับไหมขัดฟันสำเร็จรูปสำหรับคนจัดฟัน

4. ใช้น้ำยาบ้วนปากกำจัดคราบอาหารและสิ่งสกปรกในช่องปาก การใช้น้ำยาบ้วนปากจะสามารถกำจัดคราบอาหารและควบคุมเชื้อโรคในช่องปากได้ น้ำยาบ้วนปากควรใช้น้ำยาบ้วนปากที่ไม่มีแอลกอฮอล์

5. ทาสารเคมีช่วยเสริมความแข็งแกร่งให้ฟัน ภายหลังจากการทำความสะอาดฟันแล้ว สามารถใช้สารเคมีเช่น toothcream หรือ toothmousse (สามารถสอบถามได้จากทันตแพทย์ประจำตัว) เพื่อหามาทาเคลือบบนฟัน เพื่อเสริมสร้างให้ฟันแกร่งขึ้นได้ ในระหว่างที่ทำการจัดฟันนั้น ยังสามารถแจ้งทันตแพทย์ให้ทาสารฟลูออไรด์เสริมทุก ๆ สามถึงหกเดือน เพื่อลดการเกิดฟันผุได้

ห้าข้อง่ายๆ ที่สามารถนำไปปฏิบัติให้ดี เพื่อให้สุขภาพช่องปากแข็งแรงตลอดระยะเวลาที่จัดฟัน

ข้อควรระวังเพิ่มเติมในระหว่างอยู่ในช่วงจัดฟัน
1. ไม่ใช้ฟันกัดแทะของแข็ง เพราะจะทำให้อุปกรณ์หลุดและลวดทิ่มปาก เกิดบาดแผลและติดเชื้อได้ 
2. หากมีอุปกรณ์หลุด ลวดทิ่ม ให้รีบปรึกษาแพทย์
3. เมื่อเล่นกีฬาที่มีการชนหรือกระแทกรุนแรง ควรแจ้งทันตแพทย์ให้ทำฟันยางครอบป้องกันการเกิดอันตรายรุนแรง ทั้งนี้ เมื่อเกิดอุบัติเหตุในขณะเล่นกีฬา อุปกรณ์จัดฟันจะทำให้เกิดอันตรายต่อเนื้อเยื่อในช่องปากได้จากการกระแทก หรือชนอย่างรุนแรง แผ่นยางครอบฟันนี้ จะทำหน้าที่ป้องกันไม่ให้เกิดอันตรายรุนแรงต่อฟันและเนื้อเยื่อในช่องปาก
4. ไม่สูบบุหรี่ในระหว่างการจัดฟัน ทั้งนี้จาก งานวิจัยมากมายระบุว่าการสูบบุหรี่จะทำให้เหงือกอักเสบและเกิดโรคเหงือกร่น ทำลายกระดูกลองรับฟัน ทำให้สูญเสียฟันได้ เนื่องจากในการจัดฟัน ฟันเคลื่อนไหวไปมา กระดูกลองรับฟันจะมีการทำลายและสร้างอย่างต่อเนื่อง การสูบบุหรี่จะเสริมให้การทำลายกระดูกเกิดมากกว่าการเสริมสร้างกระดูกนั่นเอง
5. งดอาหารทำร้ายฟัน (ดังได้เคยกล่าวมาแล้วในฉบับที่ผ่านมา)

Author By รศ. ทพ. เฉลิมพล ลี้ไวโรจน์
ประธานหลักสูตรทันตกรรมบูรณะเพื่อความสวยงามและทันตกรรมรากเทียม
คณะทันตแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

SHARE