counters
hisoparty

Festive Seasons

2 months ago

สวัสดีครับชาวผู้อ่าน HiSoParty เข้าปีใหม่อย่างนี้เราคงหนีไม่พ้นเทศกาลการอวยพร และการให้ของขวัญกับคนที่เรารัก มีคนรักเยอะย่อมดีกว่ามีคนเกลียด ใครใจง่ายรักคนเยอะหน่อยก็คงต้องคิดกันหัวแตกหน่อยว่าจะให้ของขวัญอะไรแก่คนที่เรารักดี การให้ของขวัญดูเหมือนจะเป็นเรื่องง่าย แต่เอาเข้าจริงๆ การสรรหาของขวัญที่ถูกใจทั้งผู้ให้ และผู้รับนั้นยากน่าดูครับ ยิ่งคนที่รักมาก และให้ของขวัญอยู่เป็นประจำยิ่งยากเข้าไปใหญ่ เพราะให้กันทุกปี แทบต้องกลับสมอง พลิกแผ่นดินหาของแปลกที่ถูกใจให้จนได้ การหาของขวัญนี้ผมว่าเป็นศิลปะชั้นสูงทีเดียวครับ

เข้าปีใหม่อย่างนี้นอกจากการให้ของขวัญกันแล้วอีกสิ่งหนึ่งคือการตั้งจิตตั้งใจคิดถึงสิ่งดีมีประโยชน์อันเป็นมงคลต่อชีวิตเรา และชีวิตผู้อื่น เพื่อการเริ่มต้นชีวิตในปีใหม่ให้มีพลังบวก และขับเคลื่อนชีวิตเราไปในปีหน้าอย่างมีความสุข แต่ก่อนจะไปถึงการคิดบวก และการเลือกซื้อของขวัญ สำหรับคนที่เรารักขอแอบเล่าเรื่องสนุกๆ ที่ไม่สนุกของวงการแฟชั่นในช่วงปลายปีนี้สักหน่อย ตามประสาของคนที่พยายามเปลี่ยนจิตให้เป็นบวกแต่ยังทำใจไม่ได้ เรื่องที่กำลังจะเล่านี้ถือเป็นการเตือนสติตนเองว่าควรคิดบวก และหากคิดไม่ได้ก็มิควรมือไวใจเร็วไปเล่น Social Media เด็ดขาด เพราะผลลัพธ์อาจทำให้คุณต้องเจ็บตัว เจ็บใจในความไม่รู้จักคิด และความมือไวใจเร็วของตัวเอง แบบกลับลำแก้ไขกันได้ยาก เรื่องที่จะเล่านี้ผมว่าเป็นที่รู้กันของคนแฟชั่นและคนไม่แฟชั่นทั่วทั้งโลกแล้วคือเรื่องการยกเลิกแฟชั่นโชว์ของซุปเปอร์แบรนด์อย่าง Dolce&Gabbana ที่มหานครเซี่ยงไฮ้ ว่ากันว่าแฟชั่นโชว์นี้ถือเป็นโชว์ที่ยิ่งใหญ่ อลังการงานสร้างที่จัดทำขึ้นเพื่อเอาใจลูกค้าชาวจีน ซึ่งถือเป็นลูกค้ารายใหญ่ที่มียอดซื้อถึง 1 ใน 3 ของแบรนด์ โชว์ในครั้งนี้เป็นโชว์ที่ยิ่งใหญ่มีถึง 500 ลุค มีการจัดทำสินค้า Collection ชิ้นพิเศษเพื่อประเทศจีนโดยเฉพาะ และใช้งบการทำโชว์ไปเกือบ 1,600 ล้านบาท และผู้เข้าชมโชว์ตั้งแต่ดารานักร้องระดับ A-List ของประเทศจีน และแขกกว่าอีก 1,500 คน ที่ต้องตบเท้าเข้าร่วมชมโชว์ของ Dolce&Gabbana แต่เนื่องจากมีการเปิดศึกระหว่างบล็อกเกอร์ชื่อดังถึงความไม่เหมาะสมของโฆษณาที่ปล่อยออกมาก่อนโชว์ ซึ่งคนจีนรู้สึกว่ามีเนื้อหาของการเสียดสี และไม่ให้เกียรติวัฒนธรรมจีน และคนจีน จนอาจถึงการทำให้คนจีนกลายเป็นตัวตลก แต่สิ่งที่แย่ไปกว่านั้น หนึ่งในสองดีไซเนอร์อย่าง Stefano ซึ่งเป็นคนปากไว และมักมีปัญหากับการใช้ Social Media ของตนเองอยู่บ่อยครั้งอยู่ และเคยมีปัญหากับประเด็นเรื่องการไม่ให้เกียรติวัฒนธรรมอื่นมาก่อน กลับเปิดศึกโต้ตอบกับบล็อกเกอร์หลายคน และมือไวใจเร็วใช้ภาษาที่ค่อนข้างเหยียดผิว โดยเฉพาะกับบล็อกเกอร์ อย่าง Diet Prada ซึ่งในการโต้คารมกันอย่างดุเดือดนั้น Stefano ก็ได้ปากไวตอบโต้ด้วยถ้อยคำรุนแรงที่แสดงถึงการเหยียดเชื้อชาติ และวัฒนธรรมจีน เขาอาจจะลืมไปสิ่งใดที่เขาได้ทำลงไปใน Social Media นั้นสามารถถูกบันทึกไว้ได้ และมีการนำมาเผยแพร่กันอย่างแพร่หลายทั้งในจีน และประเทศอื่นทั่วโลก และจากสิ่งต่างๆ ที่เกิดขึ้นทำให้แขกคนสำคัญ A-List ต่างยกเลิกไม่ไปโชว์และออกมาตอบโต้แบรนด์ดัง รวมถึงนายแบบ นางแบบชาวจีนก็ออกมายกเลิกคิวเดินแบบ และต่อมารัฐบาลจีนก็ประกาศยกเลิกโชว์เดินแบบ 1 วันก่อนการโชว์ แค่นี้ก็สร้างความเสียหายให้กับบริษัทจำนวนมากแล้ว แต่สิ่งที่แย่กว่าคือธุรกิจออนไลน์ Platform ชื่อดังต่างๆ ต่างถอนสินค้าภายใต้แบรนด์ Dolce&Gabbana ออกจากระบบทั้งหมด เมื่อทำการค้นหาสินค้าภายใต้ชื่อแบรนด์ก็ไม่มีไอเท็มใดๆ ปรากฏขึ้นมา คนจีนต่างรุมแบนสินค้าทั้งจากจีนภายในประเทศ และที่อยู่นอกประเทศ ความเสียหายที่มีต่อแบรนด์ครั้งนี้คงประเมินความเสียหายไม่ได้ทีเดียวครับ ถึงแม้จะมีการขอโทษจากทั้งสองดีไซน์เนอร์แล้ว แต่ดูอย่างไรก็ดูเป็นการจัดฉากเสียจริง แถมยังมีหน้ามาบอกด้วยว่า Social Media ตนโดน Hack เข้าไปอีก ดูเป็นวิธีแก้ตัวที่มักง่ายจริงๆ ครับ ผลพวงไม่จบแค่นั้น ตอนนี้นักเขียน Column Fashion คนไหนเผลอไปเขียนเข้าข้างแบรนด์ดังแบรนด์นี้นังโดนหางเลขไปด้วยเลย ตัวอย่างเช่น Suzy Menkes บรรณาธิการจาก International Vouge ที่เพิ่งเขียนบทความให้กำลังใจแบรนด์ Dolce&Gabbana ในงาน Alta Moda ที่กรุงโรม เลยโดนคนวิพากษ์วิจารณ์จนต้องออกแถลงการณ์ขอโทษ เล่นกับใครไม่เล่น เล่นกับคนจีน และที่สำคัญเรื่องการเหยียดผิวนั้นถือเป็นเรื่องใหญ่ที่คนสุดจะรับได้เสียด้วยสิครับ เอาเป็นว่าผมเขียนให้เป็นอุทาหรณ์สอนใจว่าเรื่องการคิดดีคิดบวกให้เกียรติผู้อื่นเป็นเรื่องสำคัญเสมอ และหากเผลอคิดลบ รีบเปลี่ยนความคิดกันครับ ที่สำคัญอย่าปากไวใจเร็วไปเล่น Social Media เด็ดขาด เดี๋ยวจะหาว่าผมไม่เตือน

กล่าวบทนำยาวเหยียดแบบนี้ขอวกกลับไปเรื่องบวกๆ อย่างการซื้อของขวัญกันดีกว่าครับ ผมขอยกของสุดฮิตที่น่าจะเป็น Wish list ของคุณหลายๆ คนสำหรับปีนี้นะครับ

Super Small Leather Goods
จริงๆ พวกกระเป๋าใบเล็กใบน้อยจาก Super Brand ต่างๆ เป็นที่นิยม ถูกซื้อเป็นของขวัญมานานแล้วครับ แต่ในรอบหลายๆ Season ที่ผ่านมา พวกกระเป๋าใบน้อยทำเองให้สะพายเอวหรือสะพายแบบ Cross Shoulder ก็ยิ่งมา เพราะไม่ว่าจะ Gucci, Prada หรือถ้าจะพูดถึงแบรนด์ไทยอย่าง Boyy ก็มีให้เลือกมากมายหลายแบบผมรับรองว่าถูกใจผู้รับแน่นอนครับ

Amulet Accessories
พวกเครื่องรางของขลังนำโชคที่นำมาทำเป็นกำไลข้อมือ สร้อยคอต่างๆ ตอนนี้เป็นที่นิยมมาก ผมว่าของแบบนี้ใครๆ ก็ชอบกันครับ ยิ่งสิ้นปีด้วยแล้วเหมือนอวยพรให้ผู้รับ และที่สำคัญไม่ได้แค่อวยพรอย่างเดียว ยังมีความเก๋ไก๋ใส่แล้วทั้งโชคดีและสวยงามไปพร้อมๆกัน มีหรือครับใครจะไม่ชอบ



Limited Edition Candle
พวกเครื่องเทียนหอมต่างๆ ก็ดูจะเป็นอีกสิ่งหนึ่งที่มีรสนิยมประดิษฐ์มักจะชอบกัน โดยเฉพาะอย่างยิ่งช่วงปลายปี เข้ากันกับการจุดเทียนประดับประดาโต๊ะดินเนอร์สุดหรู ช่วงปลายปีแบรนด์เครื่องหอมดังๆ อย่าง Jo Malone, Diptyque มักออกกลิ่นพิสดารเป็น Limited Edition เฉพาะช่วงปลายปีหรือจะเอากลิ่น Haute Couture เป็นเทียนจาก Dior ก็ต้องบอกว่าเก๋ชนะเลิศจริงๆ ครับ

การทำการบ้านว่าผู้รับนั้นมีความชอบอะไรที่เป็นพิเศษและเราสามารถใช้เวลา ตามหาของเหล่านั้นมาตั้งแต่เนิ่นๆ ย่อมจะเป็นของที่พิเศษสุด ของขวัญไม่จำเป็นต้องมีมูลค่ามากมายมหาศาลขอเพียงแค่ถูกใจทั้งผู้ให้และผู้รับแค่นี้ก็สุขใจเกินพอแล้วครับ ก่อนจากไปขออวยพรให้ทุกท่านมีความสุข สมบูรณ์ทั้งกายใจตลอดปี 2019 แล้วพบกันใหม่ครั้งหน้าครับ สวัสดีปีใหม่ครับ

Story by Polpat Asavaprapha

SHARE