counters

hisoparty

12th Years Anniversary Slim Concept Corporation : คุณอ้อม - ปุณณภา เตชะโรจน์กุล

3 months ago

ในยุคสมัยที่ธุรกิจความงามยังคงติดปีกโลดแล่น เติบโตอย่างต่อเนื่องตลอดระยะเวลาหลายปีที่ผ่านมา กลายเป็นจุดกำเนิดของสถาบันความงามมากมายที่ถูกสร้างสรรค์มาเพื่อตอบสนองความต้องการของผู้บริโภค ทว่าเหรียญยังมีสองด้านฉันใด ทุกการเติบโตย่อมต้องมีการล้มหายจากไปฉันนั้น คำถามคือหากคุณเป็นผู้ประกอบการ เราจะบริหารงานและนำพาองค์กรให้ก้าวไปข้างหน้าอย่างมั่นคงได้อย่างไร... Celebrity in Focus ครั้งนี้ ถือเป็นโอกาสอันดีที่ได้รับเกียรติจากหนึ่งในสุภาพสตรีผู้เปี่ยมด้วยพลังและความสามารถ คุณอ้อม - ปุณณภา เตชะโรจน์กุล ประธานกรรมการบริหาร บริษัท สลิมคอนเซ็ป คอร์ปอเรชั่น จำกัด มาร่วมพูดคุยบอกเล่าถึงเส้นทางชีวิต และแนวคิดในการก่อร่างสร้างรากฐาน บ่มเพาะให้อาณาจักรธุรกิจความงาม ‘Slim Concept’ เติบโตอย่างยั่งยืน

โดยสาวเก่งท่านนี้ได้เผยถึงเส้นทางชีวิตหลังเรียนจบปริญญาตรี คณะบริหารธุรกิจ สายการตลาด จากมหาวิทยาลัยรังสิตว่า ด้วยความชื่นชอบด้านความงามเป็นทุนเดิม เมื่อสบโอกาสจึงก้าวเข้ามาทำงานที่ สถาบันความงาม ‘บอดี้ เชฟ’ เพื่อสั่งสมประสบการณ์ บ่มเพาะทักษะด้านต่างๆ ซึ่งใช้ความรู้ความสามารถผสานกับการชอบเรียนรู้อย่างไม่หยุดนิ่ง จึงทำให้เติบโตอย่างก้าวกระโดดเป็นเมเนเจอร์ดูแลสาขา สร้างรายได้ติดอันดับระดับประเทศ อีกทั้งยังได้ใช้แพชชั่นในด้านการสอนและความใฝ่ฝันที่อยากเป็นครู ผันตัวเองมาเป็น Training Manager ดูแลด้านฝึกอบรม เซ็ตอัพระบบ เขียนหลักสูตร ฯลฯ จากนั้นเธอก็ได้กลายเป็นที่ปรึกษาด้านความงามให้กับหลากหลายสถาบัน จนเมื่อชีวิตเดินทางมาถึงจุดที่ต้องไปต่อกับ Big Step ที่ใหญ่กว่า คุณอ้อมจึงตัดสินใจทำธุรกิจของตัวเองด้วยการซื้อแฟรนไชส์ ‘สลิมมิ่ง พลัส บาย สิเรียม’ มาบริหารงานถึง 4 สาขา ต่อมาราวปี พ.ศ. 2552 ก็ได้ต่อยอดธุรกิจโดยมีสามี (คุณอริยะพงษ์ เตชะโรจน์กุล) เป็นที่ปรึกษา ร่วมเดินหน้าดีลกับต่างประเทศ อาทิ แบรนด์ผลิตภัณฑ์ Vagheggi แบรนด์ชั้นนำจากประเทศอิตาลี เพื่อขอ license รวมถึงจับมือกับแบรนด์ผู้ผลิตเครื่องมือแถวหน้าจากประเทศญี่ปุ่น นำนวัตกรรมและเทคโนโลยีต่างๆ มาใช้ภายใต้แบรนด์ สถาบันสุขภาพดี ‘Slim Concept’ ที่เธอเป็นผู้ก่อตั้ง

“นี่เป็นจุดเริ่มต้นคร่าวๆ เมื่อ 12 ปีที่แล้วของ ‘Slim Concept’ ค่ะ จากนั้นเราก็บริหารงานมาเรื่อยๆ โดยมีนโยบายแนวคิดในการทำงานคือ พยายามที่จะสร้างความแตกต่าง ซึ่งสำหรับในยุคแรกเริ่มการแข่งขันยังไม่สูงมาก สถาบันหลายแห่งเปิดมาแล้วปิดตัวไป ทำให้อ้อมฉุกคิดว่าทำไม Life Cycle ของธุรกิจประเภทนี้ถึงเป็น Short Term มีจุดรั่วไหลอะไร ทำไมบางแบรนด์ถึงอยู่กันได้แค่แป๊บเดียว เราจึงนำสิ่งต่างๆ ที่ไป Research ทั้งหมด มาสร้างจุดแข็งให้กับแบรนด์ของเรา จนสุดท้ายก็ทำธุรกิจด้วยการตกตะกอนทางความคิดเป็น ระบบจรรยาภิบาล ที่องค์กรเราจะไม่บลัฟคู่แข่ง ไม่ Blame ใคร ถ้าจะขายต้องขายด้วยความเป็นเอกลักษณ์ สามารถทำให้ลูกค้าประทับใจในบริการของเราได้จริงๆ โดยไม่เปรียบเทียบกับคนอื่น เพราะลูกค้าทุกคนมีสิทธิ์เลือก สิ่งนี้จึงเป็นจุดแข็งที่เราเน้นการบริการ เน้นการปลูกฝังการทำงานที่ดีให้กับพนักงาน สร้างให้พวกเขามีความรักในงานของตัวเอง เพราะถ้าพูดว่าให้รักองค์กรอาจเป็นเรื่องยาก เราจึงให้รักในงานของเขาดีกว่า เช่น คนเป็นเซลล์ต้องไม่มองแค่ว่า อยากจะขายเพื่อให้ได้ค่าคอมมิชชั่น แต่จะปลูกฝังเขาเสมอว่า คอมมิชชั่นที่คุณได้มันคือสิ่งที่ลูกค้าจ่ายค่าบริการ แล้วคุณต้องทำอะไรให้เขาบ้าง เช่น การวัดสัดส่วน การติดตามผล การดูแล ฯลฯ คือทำให้เขาเกิดมุมมองด้านบวกและทำด้วยใจจริงๆ”

“นอกจากใช้หลักจรรยาภิบาลแล้ว เรายังมีการ Apply นำเอาหลักของธรรมะเข้ามาปรับใช้ในการบริหารธุรกิจ ให้พนักงานสวดมนต์ไหว้พระทุกวัน คือถ้าเรามีวิธีหรือแนวทางในการนำมาปรับใช้ให้เข้ากับชีวิตได้ถือเป็นเรื่องที่ดีมากๆ ค่ะ สำหรับการแข่งขันยุคปัจจุบัน เพราะมันไม่ทำให้คนหลงไปกับการแข่งขันที่มองว่าคนอื่นเป็นคู่แข่งอย่างเดียว เราจะโฟกัสที่ตัวเอง อยู่กับปัจจุบัน มุ่งมั่นในการสร้างและทำตัวเองให้ดี เมื่อเราสร้างตัวเองให้เป็นคนดีก็จะไม่เอาเปรียบ ไม่เห็นแก่ตัว รู้จักเสียสละและแบ่งปัน นี่คือจุดเริ่มต้นของการใช้ธรรมะเข้ามาในทำงานและการดำเนินชีวิต ซึ่งเราเองเป็นคนรุ่นใหม่ที่สามารถเป็นกระบอกเสียง หรือถ่ายทอดเรื่องราวเหล่านี้เพื่อให้คนอื่นๆ ได้ลองหันกลับไปย้อนมองดูเรื่องราวขนบธรรมเนียมดั้งเดิม แล้วเราก็พยายามให้เขามองว่านี่คือสิ่งจำเป็น เพราะการเจริญสติ เจริญสมาธิ เปรียบเสมือนการได้ขัดเกลา ฝึกให้มีสติอยู่กับตัวเองก่อนทำงาน เป็นรูทีนที่อ้อมปลูกฝังให้กับพนักงานทุกคน ซึ่งพอหลอมรวมกับองค์ประกอบหลายๆ อย่าง สุดท้ายความสำเร็จที่ได้มา อ้อมเชื่อว่าส่วนหนึ่งนั้นมาจากความตั้งใจและความจริงใจที่เรามีต่อธุรกิจของตัวเอง อย่างเช่นที่เราไปดีลเซ็นสัญญากับอังกฤษได้สำเร็จ เพราะเขาเชื่อมั่นว่าเราจะนำพาธุรกิจให้เติบโตจริงๆ ไม่ใช่แค่ทำเพื่อแสวงหาผลกำไร เขาเชื่อมั่นว่าเราจะเป็นผู้นำองค์กรที่ไม่เห็นแก่ผลประโยชน์ หรือกอบโกยกำไรแล้วเลิกทำ”

เป้าหมายที่โฟกัสในปัจจุบัน
“อ้อมอยากทำให้ธุรกิจความงามของเมืองไทย เจริญเติบโตแล้วเป็น Academy ระดับโลก อยากนำการบริการที่ดีมีคุณภาพทำให้เป็นที่รู้จักในต่างประเทศ อย่างที่เราไปลุยตลาด Middle East ที่บาห์เรน ต้องบอกว่าเขาชื่นชอบประเทศไทยมาก อินกับความเป็นไทย เราเองก็น่าจะส่งต่อสิ่งดีๆ ให้กับเขา โดยก่อนที่จะไปบาห์เรนเราศึกษาเบื้องต้นแล้วว่า GDP ของประเทศดีมาก มีการบริหารจัดการที่ดี พอมีโอกาสได้ไปออกบูธไปเซอร์เวย์ แล้วได้พบกับ GM ของ The Gulf Hotel Bahrain เขาพาไปเยี่ยมชมซาลอนของโรงแรม เราเสนอ Business Profile อะไรต่างๆ ซึ่งทางนั้นเขาก็ชื่นชอบทั้งความเป็นไทย ชอบนวัตกรรมของเรา เลยเชิญให้ ‘Slim Concept’ ไปเปิดสาขาที่นั่น นอกจากนี้เราก็มีโอกาสได้สานสัมพันธ์อันดีกับทางคณะท่านทูตซึ่งท่านน่ารักมาก และอยากสนับสนุนธุรกิจของไทยในประเทศบาห์เรน ท่านก็พยายามผลักดันให้เกิดขึ้น ท่านก็ช่วยปูทางแนะนำลูกค้าอะไรต่างๆ จนสามารถเปิดสาขา Slim Concept ณ Gulf Hotel ในบาห์เรน ได้ในระยะเวลาอันรวดเร็วค่ะ”

พร้อมแล้วที่จะเติบโตในระดับ Global
“ต้องบอกว่าจริงๆ เรามีความพร้อมอยู่แล้วนะคะ เพราะเราฝึกฝนคนที่เป็น Head Center ของเราเอาไว้ ซึ่งคนคนนี้ก็จะทำหน้าที่ถ่ายทอดในสิ่งที่เราสร้างรากฐานให้กับคนอื่น อ้อมใช้หลักว่าไม่จำเป็นต้องสอนคนให้ดีทั้ง 300 คน แต่สอนให้ดีสัก 20 คนที่ติดตัวเรา แล้วให้คนคนนั้นเป็นแหล่งแม่พันธุ์ชั้นดีที่จะไปถ่ายทอดสิ่งที่เขาได้เรียนรู้ ส่งต่อให้กับคนอื่นที่จะอยู่กับเราในอนาคต ฉะนั้นบุคลากรเหล่านี้จะรับนโยบาย เป็นระดับผู้จัดการสาขา แล้วเขาก็จะส่งต่อวัฒนธรรมองค์กรอันนี้ไปพัฒนาลูกน้อง จึงถือว่าเรามีความพร้อมทางด้านบุคลากรพอสมควร ซึ่งการบุกตลาดต่างประเทศครั้งนี้ไม่ใช่ครั้งแรก เราเคยมีประสบการณ์ไปเปิดที่ประเทศลาวและพม่ามาแล้วโดยเขามาซื้อแฟรนไชส์ เราจึงมีความเชี่ยวชาญมากในการดีล ติดต่อ Shipping อะไรต่างๆ”

“ที่สำคัญเวลาเราจะลงทุนทำอะไร ต้องรีเสิร์ชข้อมูล ต้องคุย ต้องหา Strategic Partner ฯลฯ ก่อน เพราะคนที่จะมารับไม้ต่อจากเรามีความสำคัญมาก เขาต้องเป็นผู้ประกอบการที่มีประสบการณ์ในด้านการทำธุรกิจ คือถ้าไม่มีประสบการณ์เขาจะไม่สามารถรับสิ่งที่เราต้องการให้เอาไปทำต่อได้ สำหรับ Franchisee อ้อมจะเลือกคนที่มีความคิดมีวิสัยทัศน์คล้ายๆ กัน ยกตัวอย่างเช่นการที่เลือก คุณตา (คุณวิชดา ปอตระกูล) ซึ่งถือว่าเป็น Case Study ที่ดีเลยค่ะ เพราะคุณตาเองก็ประสบความสำเร็จอย่างมากในการทำธุรกิจโรงสีระดับประเทศ มีความเป็น Business Owner ตัวจริง คือเปิดรับทุกอย่าง ไม่คิดลบ กล้าคิดกล้าทำและทุ่มสุดตัว แล้วก็ต้องบอกว่าสิ่งที่คุณตาทำทั้งหมด เขาพร้อมที่จะปรับตัวและเรียนรู้ไปด้วยกัน”

เติบโตอย่างยั่งยืน
“อ้อมต้องการสร้างธุรกิจให้เติบโตอย่างยั่งยืนจริงๆ โดยที่เราไม่มอง Net Profit แต่จะโฟกัสในเรื่องของ Quality เป็นหลัก ให้คนนึกถึงเราแล้วพูดถึงในด้านบวก เพราะจะทำให้ขยายในวงกว้างแบบ Word of Mouth ดังนั้นสิ่งเดียวที่จะสร้างเน็ตเวิร์กให้แข็งแกร่งคือ พื้นฐานการกระทำที่ต้องเริ่มมาจากจิตวิญญาณและความเชี่ยวชาญ สื่อสารกับ Franchisee ให้มีเป้าหมายเดียวกัน เพื่อช่วยซัพพอร์ต ส่งมอบสิ่งดีๆ ให้ลูกค้า
จับมือกันนำพาให้ธุรกิจเจริญเติบโต ซึ่งที่ผ่านมาเราสามารถพิสูจน์ได้แล้วว่า Slim Concept ประสบความสำเร็จด้วยคุณภาพจริงๆ”

Big Step ที่ถือเป็นอีกหนึ่งก้าวสำคัญของ Slim Concept ในปีนี้
“สำหรับ Big Step ที่ถือเป็นอีกหนึ่งก้าวสำคัญของ Slim Concept ในปีนี้ คือการเตรียมตัวเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ประเทศอังกฤษค่ะ ซึ่งจุดเริ่มต้นจริงๆ ต้องบอกว่าอ้อมมีรุ่นพี่ที่เป็น Financial Model ติดอันดับท็อปของประเทศให้การแนะนำ เพราะเห็นโอกาสเติบโตของธุรกิจในอนาคต เราก็เลยปรึกษากัน แต่ทุกอย่างต้องผ่านกระบวนการคัดเลือกจากทาง FA (Financial Accounting) ที่อังกฤษ โดยเขาจะสกรีนทุกอย่างหมดเลย ถ้าไม่ผ่านก็ไม่ได้ไปต่อ เราจึงตัดสินใจลองดู เข้าไปเป็น Candidate ลอง Observe ดูว่าเราทำได้ไหม ทางนั้นมาเช็กอยู่ประมาณ 2-3 ครั้ง จนสุดท้าย FA ให้ผ่านยอมเซ็นสัญญา แล้วร่วม Kick-Off เดินหน้าด้วยกัน โดยที่เขาจะเป็นที่ปรึกษาเป็นบัดดี้ให้กับเราในการที่จะเดินหน้าไปสู่ความสำเร็จในตลาดที่อังกฤษ ซึ่งจริงๆ ตอนแรกเราไม่ได้คิดว่ามันจะมี Potential อะไรนะคะ เพราะถ้าถามว่าในประเทศไทย เรามองอยู่แล้วว่าเราอยากจะเข้า IPO แต่การเตรียม IPO ของไทยอาจจะต้อง 2-3 ปี แล้วเราก็มีพื้นฐานในการเตรียมมาบ้าง ทั้งเรื่องระบบ การจัดระบบการทำงานของพนักงานอะไรต่างๆ แต่การที่เริ่มกับอังกฤษก่อน เพราะมีโอกาสเข้ามาและเขาเลือกเรามากกว่า โดยที่เรามี COO อย่าง คุณอเล็กซ์ (คุณอริยะพงษ์ เตชะโรจน์กุล) เดินหน้าประสานงาน ซึ่งคุณอเล็กซ์เองมีวิสัยทัศน์เป็น Business Owner ที่รู้จริง ทำจริง ประกอบกับธุรกิจของเราตรงกับข้อกำหนด ผ่านเกณฑ์ที่เขาต้องการ เราก็เลยเดินทางมาถึงจุดนี้ ที่มาพร้อมกับความเปลี่ยนแปลงแบบมโหฬารเลยค่ะ ระบบอะไรต่างๆ ต้องเซ็ตให้ตรงตามรูปแบบของ Audit ทำเป็นภาษาอังกฤษให้เขาเข้าใจ แต่จริงๆ ก็ไม่ต้องใช้เวลาอะไรมาก เพราะทุกอย่างเป็นสิ่งที่เกิดขึ้นจริง เป็นพอร์ตจริงทั้งหมด เราแค่นำไปทำให้เป็นภาคอินเตอร์เท่านั้นเอง”

วิสัยทัศน์ในการดำเนินธุรกิจ
“สิ่งที่เรามองต่อจากนี้จะเป็นในเรื่องของการเติบโต เราอยากทำให้ธุรกิจเดินหน้าไปสู่ระดับ Global คือไปทั่วโลก เพื่อให้คนที่รู้จักประเทศไทยอยู่แล้วเขาได้รู้ด้วยว่า ธุรกิจเราดี คนไทยเก่ง ที่สำคัญเลยคือให้เขารู้ว่าเรามีศักยภาพมากพอทัดเทียมกับนานาประเทศ อันนี้เป็น Vision สำคัญค่ะ เพราะอ้อมให้เกียรติและรักความเป็นไทย ถ้าเรามีชื่อเสียงสามารถทำให้นานาประเทศรู้จักและยอมรับได้ ก็เท่ากับว่าเราได้สร้างชื่อเสียงให้กับประเทศไทยด้วย ฉะนั้นสิ่งนี้ไม่ใช่แค่ทำให้เราภูมิใจคนเดียว ถ้าต่อไปมันเป็นระดับ International Global ติดท็อปลิสต์ของโลกที่คนจะยกย่องว่านี่คือธุรกิจของคนไทย จะเป็นอะไรที่สามารถทำให้ทุกคนภูมิใจไปด้วยกัน ซึ่งนี่คือเป้าหมายสำคัญที่ทำไมเราต้องทำให้ Slim Concept ก้าวไปถึงระดับ Global International ขนาดนี้”

Story by Daruwan.C
Photo by VEERAPOL
Stylist by K_WONDROUS
VDO by Subin

SHARE