counters

hisoparty

The Masterpiece of Chuchai : บทสัมภาษณ์ที่สะท้อนเบื้องหลังความคิดและเรื่องราวชีวิตที่ผ่านการเจียระไนของ คุณชูชัย ชัยฤทธิเลิศ

4 months ago

หากจะเอ่ยถึงบุคคลที่เป็นหนึ่งในไอคอนแห่งวงการเพชรเมืองไทย ที่ไม่ว่าจะหยิบจับโปรเจ็คท์ไหน ทำอะไรก็กลายเป็นทอล์กออฟเดอะทาวน์อยู่เสมอ ต้องยกให้ ‘คุณชูชัย ชัยฤทธิเลิศ’ ประธานกรรมการบริหาร บริษัท เจมพีซ กรุ๊ป จำกัด ผู้คร่ำหวอดในแวดวงเครื่องประดับและอัญมณีชั้นแนวหน้า สร้างสรรค์ผลงานระดับมาสเตอร์พีซมากมาย ทว่าเบื้องหลังความสำเร็จและเส้นทางชีวิตของผู้ที่ถูกเรียกว่าไฮโซเพชรพันล้านท่านนี้ ไม่ได้โรยด้วยกลีบกุหลาบ จากเด็กที่เติบโตย่านสลัมคนจีน เรียนหนังสือจบแค่ ป.7 แต่กัดฟันสู้ยิบตาด้วยสติปัญญาและหัวใจที่มุ่งมั่น จนสามารถก้าวขึ้นแท่นเป็นเจ้าของธุรกิจพันล้าน! คอลัมน์ Celebrity in Focus ครั้งนี้ ถือเป็นโอกาสพิเศษที่เราได้พูดคุยเพื่อเรียนรู้ข้อคิดอันมีประโยชน์จากเรื่องราวชีวิตที่ผ่านการเจียระไนของคุณชูชัย

ถอดรหัสความสำเร็จชูชัยในวัยเด็ก
“อย่างที่หลายคนทราบกันดีว่าชีวิตวัยเด็กเราลำบากมาก แทบไม่มีกิน จนเคยถามตัวเองหลายครั้งว่าทำไมเกิดมาถึงลำบากขนาดนี้ ซึ่งถ้าจะให้เล่าย้อนประวัติกลับไปพูดสามวันก็ไม่หมด (ยิ้ม) แต่สิ่งที่ทำให้ผ่านมาได้ เพราะตอนนั้นเราจะบอกกับตัวเองเสมอว่า ‘ฉันต้องทำให้ได้ ต้องดีให้ได้ ต้องหาเงินให้ได้ เพราะเงินเป็นสิ่งเดียวคือเครื่องอำนวยความสะดวก ที่จะทำให้ชีวิตครอบครัวของฉันอยู่ได้’ แล้วเราก็อาศัยความอดทน อดกลั้น มุ่งมั่น ไม่เคยย่อท้อ สู้สุดใจขาดดิ้นเลยนะ ทำงานหาเงินตลอดไม่เคยได้ใช้ชีวิตช่วงวัยรุ่นเหมือนเด็กทั่วไป รวมถึงเป็นคนช่างคิดช่างสังเกต มีหัวก้าวหน้าคิดสร้างสรรค์ และทำในสิ่งที่คนอื่นไม่ทำ อย่างพอลองมาขายจิวเวลรี่ เราก็เลือกสินค้าที่สวยกว่าคนอื่น มีความ Unique และคุณภาพต้องดี ซึ่งมันก็ทำให้ลูกค้าชอบ แล้วเราโชคดีที่มีแต่ลูกค้าแก่ๆ เขาก็จะรักและเอ็นดูเรามาก พูดง่ายๆ เลยคือมีแต่ให้ จนเราบอกกับตัวเองว่า ฉันต้องซื่อสัตย์กับอาชีพนี้ ต้องจริงใจกับลูกค้า ฉันอยู่ได้เพราะลูกค้าเอ็นดูเรา”

จากจุดนี้คุณชูชัยก็สานฝัน ต่อยอด พัฒนา สร้างสรรค์ผลงานอันหลากหลายโดยไม่มีคำว่า ‘ธรรมดา’ ชนิดที่เรียกได้ว่าเป็นกระแส เรียกเสียงฮือฮา เขย่าวงการเพชรเมืองไทยให้คึกคักมาตลอดระยะเวลากว่า 30 ปี ไม่ว่าจะเป็นในนามของแบรนด์เครื่องประดับระดับไฮเอนด์ ‘Gem Peace by Chuchai’ หรือแบรนด์ลูกอย่าง ‘ซีทรู บาย ชูชัย’ รวมถึงอภิมหาโปรเจ็คท์กับการเนรมิต ‘โรงแรมชูชัยบุรีศรีอัมพวา’ อีกหนึ่งผลงานมาสเตอร์พีซที่ทำให้คุณชูชัยหายหน้าหายตาจากวงการไปช่วงนึง... “จริงๆ ก็ไม่ได้หายไปไหน ยังมีการจัดงานที่ร้านบ้าง ของก็ยังขายดี ลูกค้าก็ยังรักเราอยู่ เพียงแต่ช่วงที่ผ่านมาเราเอาเวลาไปโฟกัสกับการทำโรงแรมเป็นส่วนใหญ่ เพราะเป็นสิ่งที่ตั้งใจและทุ่มเทมาก ทุกอย่างเราคิดสร้างด้วยตัวเอง ทั้งการออกแบบตกแต่ง ไอเดียต่างๆ ก็เหมือนกับการที่ทำ Gem Peace by Chuchai ซึ่งทุกขั้นตอนตั้งแต่ซื้อของ คัดเพชร ออกแบบดีไซน์ ขายเอง ทำพีอาร์ ออแกไนซ์ ฯลฯ ชูชัยทำเองหมด เพราะต้องการให้มีคาแรคเตอร์ที่ชัดเจนและเป็นตัวเรามากที่สุด ซึ่งทีนี้มันก็ทำให้มีช่วงเวลาที่เหนื่อยล้า วุ่นวายสับสน อยากพักผ่อน เราก็เลยไปปฏิบัติธรรมอยู่ช่วงหนึ่งด้วย”

Come Back ครั้งนี้ ไม่มีคำว่าธรรมดา!!
“ตอนนี้รู้สึกว่าไฟมันลุกโชนกลับมาละ สิ่งที่ตั้งใจว่าต้องทำให้ดีที่สุดสำหรับ ‘Gem Peace by Chuchai’ คือเราจะปรับปรุงอัพเดทสินค้าให้อินเทรนด์ ตอบโจทย์คนรุ่นใหม่มากขึ้น แล้วต้องเป็นผู้นำด้านแฟชั่น สร้างผลงานที่เป็นไอคอนเพื่อยืนหนึ่งครองบัลลังก์ให้อยู่คงทน เพราะการเป็นแชมป์ว่ายากแล้ว แต่การครองแชมป์ให้นานที่สุดยิ่งยากกว่า แต่เราก็ตั้งใจว่าจะทำแบรนด์นี้ให้ดีที่สุด สนุกกับการทำงานจนถึงวินาทีสุดท้ายของชีวิต และด้วยยุคสมัยที่เปลี่ยนแปลงเราก็ตั้งใจขยับขยายต่อยอดธุรกิจทางด้านออนไลน์ ซึ่งถึงแม้ยังไม่รู้ว่าจะเวิร์คไหม เพราะส่วนใหญ่ออนไลน์จะเป็นสินค้า Mass Product แต่ของเราเป็นเครื่องเพชร อาจจะยากหรือใช้เวลาสักหน่อย แต่บอกเลยว่าไม่ลองไม่รู้ ดังนั้นต้องลองดูกันสักตั้ง! ส่วนสิ่งที่โฟกัสอย่างที่สองคือเรื่องของโรงแรม ‘ชูชัยบุรีศรีอัมพวา’ ช่วงเวลาที่ผ่านมาจนถึงตอนนี้ก็พิสูจน์แล้วว่าเรายืนหยัดมาได้ ติดลมบน มีลูกค้ากลุ่มสัมมานาแน่นเอี๊ยด เพราะโรงแรมเราไม่เหมือนใครจริงๆ ซึ่งความใฝ่ฝันต่อไปก็อยากสร้างให้เป็นแลนด์มาร์กสำหรับคนรักสุขภาพ เป็น Wellness & Spa Hotel ที่ต่างชาติมาก็อยากมาพักที่โรงแรมของเรา สุดท้ายคือตอนนี้สนุกกับการทำรายการทาง Youtube ชื่อว่า ‘ชูชัย Hi Show’ เพราะเราชอบอะไรเกี่ยวกับทางด้านนี้อยู่แล้ว ซึ่งชื่อก็ได้มาจากการที่คนจะเรียกเราว่า ‘ชูชัยไฮโซ’ เราก็จะนำเสนออะไรที่ High สุดๆ แต่ High ในที่นี้ไม่ได้หมายถึงสูงเสียดฟ้า แต่หมายถึงความกว้าง ความวาไรตี้ ความสนุกสนาน ความเมสที่ไม่ได้จับกลุ่มลูกค้าแค่กลุ่มเดียว เราอยากทำอะไรที่จับต้องได้ เพื่อให้เขาเข้าถึงเรา และเพื่อต่อยอดทำอะไรได้อีกมากมาย”

ความสุขที่ผ่านการเจียระไนในวัย 58 กะรัต
“เรามาถึงจุดนี้ได้ ประสบความสำเร็จได้ มันก็ตรงกับที่นักพูดเขาจะพูดถึงเรื่องกฎแรงดึงดูด หรือพลังจักรวาลเลยนะ เพราะเราคิดดี คิดบวก มุ่งมั่นทำแต่สิ่งที่ดีมาตลอด จักรวาลก็จะส่งสิ่งดีๆ ตอบกลับมา แล้วตั้งแต่เด็กๆ เราจะมีวินัยกับตัวเองมาก เสื้อผ้าตั้งแต่อายุ 18 จนถึงตอนนี้ยังใส่ได้อยู่ (ยิ้ม) นั่นหมายความว่า เราดูแลตัวเองอย่างดี เพราะสุขภาพเป็นเรื่องสำคัญที่สุด ต่อให้มีเงินทองล้นฟ้าขนาดไหน แต่สุดท้ายต้องเป็นผู้ป่วยติดเตียงเราก็ไม่เอา ถ้าอยากสนุกกับการทำงานไปเรื่อยๆ จนถึงวินาทีสุดท้ายของชีวิต ดังนั้นเราต้องหมั่นดูแลตัวเองให้ดีทั้งสุขภาพกายและสุขภาพใจ คนเราใจคิดดีคิดบวกมีความมุ่งมั่น มันก็จะต่อยอดไปที่สมอง ที่ความคิด สองอย่างนี้เป็นสิ่งสำคัญมากที่จะเอาชนะทุกสิ่งทุกอย่าง แล้วต้องคิดให้เป็น ปล่อยวางให้ได้ สิ่งที่ชูชัยคิดคือ ‘ถ้าเราเข้าใจแล้ว เราจะไม่เสียใจ’ ทุกสิ่งทุกอย่างบนโลกใบนี้ ถ้าเราเข้าใจ เราจะไม่เสียใจ เช่น ถ้าเรารู้ว่าสักวันหนึ่งเราต้องตาย แล้วเราเข้าใจกับมัน เราก็จะตายอย่างมีความสุข และสำหรับปั้นปลายชีวิตนอกจากจะยังทำงานอย่างเต็มที่แล้ว เราก็อยากทำอะไรที่เกี่ยวกับการปฏิบัติธรรม เพราะชอบมาก มันช่วยล้างใจ ดีท็อกซ์ใจ เพราะเราคือใจ ไม่ใช่กาย วันหนึ่งกายจะต้องแตกสลาย แต่ใจคืออยู่ชั่วนิรันดร์ ตามหลักคำสอนของพระพุทธเจ้าเลยนะ ถ้าคิดดี คิดบวก ทำดี สร้างกุศล วันหนึ่งตายไปเรามั่นใจได้เลยว่าเราจะอยู่ในภพที่ดีขึ้น ฉะนั้นเราต้องบอกตัวเองเสมอว่าเราต้องมีสติ ซึ่งการมีสติก็มาจากการรู้จักวิปัสสนา นั่งกรรมฐาน และปฏิบัติธรรมนั่นเอง”

Story by : Daruwan.C
Photo by : Veerapol

SHARE