counters
hisoparty

TREASURE BEYOND TIME คุณวัชรี ศุขีวิริยะ - คุณดรัลชรัส ศุขีวิริยะ

2 years ago

ความงดงามที่อยู่เหนือกาลเวลา นั่นคือสโลแกนภายใต้แบรนด์ของผู้ปลุกปั้นที่ได้นิยามเอาไว้ให้เราในท้ายบท

คุณวัชรี ศุขีวิริยะ หรือคุณตุ่ม ผู้บุกเบิกจิวเวลรี่เฮ้าส์ ‘House of Barocco’ ที่ทั้งยังเป็นคุณแม่คนสวย ซึ่งปัจจุบันใช่เพียงถ่ายทอดแค่ความเก่งทางด้านธุรกิจ ทว่าความสวยงามที่ไม่หนีห่าง ยังคงตกทอดมาสู่รุ่นลูกคุณดาต้า - ดรัลชรัส ศุขีวิริยะ ด้วยเช่นเดียวกัน

 

About.. ‘House of Barocco’
          คุณแม่: “เดิมทีชื่อร้านคือ Baroque ค่ะ เพราะโดยส่วนตัวชอบยุคนั้น ชอบต่างหู และอีกหลายๆ อย่างที่เกี่ยวข้องกับ Baroque แต่ด้วยสักพักหนึ่งเราปรับเปลี่ยนเพื่อการออกเสียงให้เรียกง่ายๆ และให้คนจดจำได้ จึงกลายเป็นภาษาออกไปทางอิตาเลียน ทำให้เป็นชื่อ Barocco นั่นคือที่มาของชื่อร้านค่ะ
          สำหรับจุดเริ่มต้นของ Barocco จริงๆ เราชอบจิวเวลรี่ก่อนจากนั้นไปศึกษาแล้วก็เริ่มทำใช้เอง พอทำไปทำมาเพื่อนเห็น เขาก็ชอบแล้วให้เราทำให้ หลังจากนั้นเริ่มมีคนสนใจ กระทั่งกลายเป็นมีลูกค้าเข้ามาเรื่อยๆ จนทุกวันนี้ ก็เป็นที่มาของ Barocco แล้วพอมาถึงยุคของดาต้า จึงกลายเป็น House of Barocco ค่ะ และที่ตั้งร้านแรกเริ่มเลยอยู่ที่หัวมุมตึก Peninsula Plaza ซึ่งดาต้าจะบอกคุณแม่อยู่ตลอดว่า ไม่ว่าจะอยู่มากี่ปี คุณแม่ก็ไม่เคยชอบการติดป้ายหน้าร้านค่ะ” (ยิ้ม)
          คุณดาต้า: (หัวเราะ) “จริงๆ คุณแม่ไม่ค่อยอยากให้ใครรู้ว่าร้านชื่ออะไรค่ะ เพราะเกรงว่างานจะเยอะเกินไป”
          คุณดาต้า: “เวลามาที่ร้านจะไม่เห็นป้ายอยู่หน้าร้าน คุณแม่จะเอาป้ายไว้ในร้านแบบลึกๆ เลย เคยแอบถามคุณแม่ว่าเพราะอะไร คุณแม่บอกว่า แค่นี้ก็ยุ่งแล้ว เดี๋ยวกลัวจะยุ่งกว่านี้ คุณแม่อยากขายในเวลาที่อยากขาย เพื่อจะได้แบ่งเวลาไว้พักผ่อนในเวลาที่อยากพัก คือคุณแม่จะมีความเป็นศิลปินอยู่นิดนึงค่ะ” (หัวเราะ)

How long..
          คุณแม่: “ตั้งแต่แรกเริ่มจนวันนี้ ทำธุรกิจนี้มา 25 ปีค่ะ”
          คุณดาต้า: “จำได้ว่าก่อนที่คุณแม่จะเปิดร้านนี้ คุณแม่เริ่มทำมาก่อนบ้างแล้ว มีทำให้เพื่อน และทำเพื่อเป็นการขายแบบส่งออกไปต่างประเทศ เหมือนอย่างที่คุณแม่บอกค่ะว่า คุณแม่ทำเพราะใจรักก่อน จนกระทั่งพัฒนามาเป็นการเปิดช็อปเพราะว่าเหมือนพอผลิตให้คนใกล้ตัวใช้แล้ว เขาบอกต่อๆ กัน และได้รับกระแสดี มีคนถามเข้ามาเรื่อยๆ ก็เลยได้กลายเป็นหน้าร้านจริงๆ ค่ะ”
          คุณแม่: “สมัยนั้นเราเหมือนเป็นแบรนด์แรกๆ ค่ะ เพราะงานของเราจะเป็นงานจิวเวลรี่สไตล์บูทีค จะค่อนข้างหายาก ส่วนมากจะมีเฉพาะแบรนด์ในต่างประเทศที่ค่อนข้างมีราคาสูงซึ่งของเราจะเน้นทางดีไซน์และคุณภาพให้เทียบเท่ากับต่างประเทศในตอนนั้น แต่ราคาสำหรับคนไทยแบบจับต้องได้ ฉะนั้นจึงเป็นที่ตอบโจทย์ของยุคนั้น แล้วก็มีโปรโมชั่นอะไรต่างๆ เรื่อยๆซึ่งยุคนั้นถือเป็นยุคบูมของจิวเวลรี่ จึงทำให้เป็นช่วงที่โตได้รวดเร็วมากค่ะ”

Under of..
          คุณแม่: “เริ่มจากแบรนด์แรก Barocco Jewelers คืองานเพชรและงานไฟน์จิวเวลรี่ที่ใช้ทอง 18k ซึ่งพอเราทำไปได้สักพัก ก็เริ่มอยากเพิ่มเป็นงานชิ้นใหญ่ ซึ่งช่วงนั้นมีงานพลอยเนื้ออ่อนเข้ามาเยอะมาก สีสวยมาก เราก็คิดว่าจะทำยังไงกับมันดี ที่จะทำแล้วให้ราคาจับต้องได้ แบบน้ำหนักไม่เยอะ แต่งานชิ้นใหญ่ เราจึงใช้ตัวเงินเข้ามาผสมผสาน พอทำออกมาก็ตอบโจทย์ลูกค้ามาก ลูกค้าหลายคนชอบและซื้อต่อเนื่องเพราะมีพลอยหลากสี ทุกอย่างจึงเป็นสไตล์แคนดี้ สดใส พาสเทล ซึ่งตอนนั้นเราใช้ชื่อว่า Toomie by Barocco ที่มีไปเปิดร้านที่พารากอนและเอ็มโพเรียม แต่พอตอนหลังมาน้องดาต้าเขานำมารีแบรนด์ใหม่เป็น Vachal Genuine Gemstone ค่ะซึ่งคำว่า Vachal ผันมาจากชื่อของคุณแม่เอง ชื่อ วัชรี ค่ะ”
          คุณดาต้า: “ตอนแรกดาต้าคิดอยู่นานว่าจะเปลี่ยนเป็นชื่ออะไรดี สรุปก็ได้เป็นชื่อนี้ที่ลงตัวพอดีค่ะ”
          คุณแม่: “เพราะหลังจากนั้นดาต้าเขาต้องเข้ามาทำตรงนี้ต่อแบบเต็มตัว แต่เขาก็ยังมีความเป็นดาต้าอยู่ ที่มีความคิดที่ว่า ตรงนี้มันยังไม่ใช่หนู เขาจึงทำแบรนด์เพิ่มขึ้นมาอีกแบรนด์ ซึ่งเป็นแบรนด์ล่าสุดที่ใช้ชื่อว่า Mars & Venus ค่ะ”
          คุณดาต้า: เหมือนกับว่าตอนนั้นเรายังอายุน้อยกว่านี้ แล้วเรารู้สึกว่ามันยังไม่ใช่ตัวตนของเรา ยังรู้สึกว่าคนละวัยกับเรามากเกินไป ดาต้าก็เลยมาลองทำแบรนด์ที่เป็นแฟชั่นจิวเวลรี่ ซึ่งก็คือ Mars & Venus จะเป็นสไตล์แฟชั่น คอสตูมจิวเวลรี่ที่สามารถใส่เป็นสเตจเม้นต์พีซชิ้นใหญ่ๆ แล้วก็มีเรื่องราว มีความเป็น Fantasy Fairy Tale เป็นความชอบส่วนตัวที่ตัวเองชอบแนวนั้น แล้วพอทำมาได้ประมาณ 4 ปี เริ่มรู้สึกว่า อายุเราเริ่มเยอะขึ้นแล้วก็กลายเป็นว่าเริ่มมาชอบสไตล์ที่คุณแม่ทำมากขึ้น เริ่มชอบเพชรพลอย ซึ่งเรารู้แล้วว่าทุกวันนี้มันใช่วัยของเราที่เราจะใส่ ที่ต้องหันมาเลือกใช้สไตล์นี้แล้วค่ะ”

‘House of Barocco’ จิวเวลรี่เฮ้าส์ 3 แบรนด์ 3 สไตล์ ที่รังสรรค์จิวเวลรี่เพื่อตอบโจทย์ ในทุกโอกาส

Barocco Jewelers 
          
แบรนด์ในรูปแบบ Fine jewelry ที่สามารถทำงานฝีมือที่ยากและซับซ้อนอย่าง High jewelry โดยทางแบรนด์เน้นคัดสรรเพชรแท้ธรรมชาติ ที่เป็นเพชรสวยและเพชรขาวระดับ White collection เท่านั้น เรียกได้ว่าเป็นอีกหนึ่งแบรนด์ผู้บุกเบิกในไทยที่นำงานเพชรมาทำให้มีความ Modern ในแบบ Everyday look ที่สามารถเข้าถึงและสวมใส่ได้ง่ายด้วยดีไซน์สุดคลาสสิก รวมทั้งมี Bridal Collection ที่เป็นที่นิยมของเจ้าสาวนามสกุลดังจำนวนมาก

Vachal Genuine Gemstone 
          แบรนด์ซึ่งมีชื่อเดิมคือ Toomie by Barocco เป็นแบรนด์อัญมณีที่เน้นพลอยแท้ มีราคาที่สามารถเข้าถึงจับต้องได้ เนื่องจากใช้ Setting เป็นตัวเรือนเงิน Silver 925 ขึ้นมือทั้งชิ้นโดยเอกลักษณ์ของแบรนด์นี้คือดีไซน์ที่โดดเด่น ชิ้นใหญ่ สะดุดตา ใส่เเล้วไม่เหมือนใคร เป็นที่ชื่นชอบในหมู่ดารา คนดังมากมาย มีวางจำหน่ายที่สยามพารากอนมายาวนานกว่าทศวรรษ

Mars & Venus 
          แบรนด์ Fashion Jewelry น้องเล็กที่เกิดจากความชอบในการแต่งตัวสไตล์โรแมนติกของคุณดาต้า-ดรัลชรัส ที่ทำให้การMix and Match ดูสนุก เต็มไปด้วยจินตนาการและความฝัน ที่เชื่อว่าผู้หญิงทุกคนมีความสวยในแบบฉบับของตัวเอง โดยมีเทพี Venusเป็นตัวแทนส่งต่อความงามเหล่านี้ให้กับผู้หญิงทุกคน การออกแบบที่มีเอกลักษณ์เฉพาะ เมื่อสวมใส่แล้วต้องรู้ว่านี่คือ Mars & Venus เหมาะกับผู้หญิงที่ชื่นชอบความเป็น Feminine มีสไตล์เป็นของตัวเองซึ่งแบรนด์นี้ยังเป็นที่นิยมของหมู่ดารา นางแบบ และเซเลบริตี้มากมาย

Heirloom
          คุณดาต้า: “ต้องบอกว่าเห็นมาตั้งแต่เล็กจริงๆ ค่ะ น่าจะใส่เอี๊ยมอยู่เลยตอนนั้น” (หัวเราะ)
          คุณแม่: “ดาต้าเขาเห็นกระบวนการทำตั้งแต่ตัวเรือนยังเป็นรูๆ คือตอนเด็กๆ เขาจะชอบขอวงนึงได้ไหม”
          คุณดาต้า: “คือว่าก่อนจะขึ้นเป็นตัวเรือน มันจะมีการฉีดบล็อค จะเป็นเทียนสีเขียวๆ ซึ่งเวลาที่จะขึ้นตัวเรือน เราก็ไปแอบดูแล้วชอบไปแอบหยิบมาใส่เล่น แล้วก็ขอไปใส่เลยได้ไหม ซึ่งจริงๆมันใส่ไม่ได้ เพราะว่ามันเป็นเทียนที่ฉีดมันจะหักถ้าเราไปใช้งานจริง เพราะตอนนั้นเรายังเด็กอยู่เลย พอหลังจากนั้นก็เห็นมาเรื่อยๆ คุณแม่ก็คัดเพชรคัดพลอยเอง เราก็เห็นมาตลอด คุณแม่ก็จะบอกว่าเพชรคุณภาพ มันจะต้องเป็นแบบนี้ พลอยที่สวยมันจะต้องเป็นแบบนี้นะมุกที่สวยมันจะต้องเป็นแบบนี้ เหมือนว่าเราก็จะได้เรียนรู้ ได้ซึมซับเทคนิคพวกนี้จากคุณแม่มาโดยตลอดค่ะ”
          คุณแม่: “ตอนนี้ก็ยังสอนไปเรื่อยๆ ค่ะ ต้องค่อยๆ ถ่ายทอดกันไป”

Chance..
          คุณดาต้า: “ดาต้ามองว่าเป็นการเพิ่มเติมในส่วนของสิ่งที่เราเป็นมากกว่าการปรับเปลี่ยนค่ะ ซึ่งจะค่อยๆ เข้ามาเป็นสไตล์เรามากขึ้นเพราะจริงๆ ดาต้ากับคุณแม่มีสไตล์ต่างกันพอสมควรเลย คุณแม่จะชอบงาน Classy เรียบหรู ส่วนดาต้าจะชอบอะไรที่ Maximal ดาต้าก็เลยทำ Mars & Venus เพราะอยากจะไปให้สุดในอีกแบบหนึ่งค่ะ”
          คุณแม่: “คุณแม่จะเป็นแบบมินิมอลค่ะ” (ยิ้ม)
          คุณดาต้า: “ฉะนั้นจึงเหมือนกับว่า เราได้ดึง Style ของเราทั้งคู่มาเพิ่มมากกว่า อย่างเช่น พอมาเป็น House of Barocco เราก็ทำคอนเซ็ปท์ให้ดูเหมือนยุคนั้น ให้มีอะไรที่สอดคล้องกันทั้งหมดค่ะ”

Same or Different..
          คุณแม่: “เราสองคนไม่มีอะไรที่เหมือนกันเลย แล้วก็ถนัดกันคนละด้านค่ะ”
          คุณดาต้า: “แบบว่าเรามากันคนละสายเลย”
          คุณแม่: “มันเป็นการที่ไม่เหมือนกัน แล้วมารวมกันได้เป็นเหมือนจิ๊กซอที่ต่อกันพอดี”

Present..
          คุณดาต้า: “ดาต้าคิดว่าการรวมทั้ง 3 แบรนด์ ไว้เป็นเครือเดียวเวลาที่อยากโปรโมทก็โปรโมททั้งก้อน เพราะที่ผ่านมา คุณแม่จะอาศัยว่าโปรดักส์ขายดีอยู่แล้ว อยู่ในโลเคชั่นที่มีขาช้อปจิวเวอรี่เดินอยู่ตลอดและคิดว่ายังไงก็อยู่ได้อยู่แล้ว ทั้งๆ ที่ไม่จำเป็นต้องใช้การโปรโมทแต่ ณ วันนี้ เราอยากที่จะทำให้ทั้ง 3 แบรนด์ เป็นที่รู้จักมากขึ้นจึงมีไอเดียของการรวมเอาไว้ภายใต้จิวเวลรี่เฮ้าส์เดียวเพื่อให้คนจดจำและโปรโมทได้ง่ายขึ้นค่ะ”

Customer Service..
          คุณแม่: “การที่เราอยู่ได้มาถึงวันนี้ สิ่งแรกที่เรามีคือ HighQuality และ Loyalty ให้กับลูกค้า ซึ่งจุดนี้สำคัญมาก ถ้ามีข้อนี้แล้วลูกค้าจะเข้ามาโดยที่เราไม่ต้องโปรโมทอะไรเลย เขาจะเชื่อใจแล้วบอกต่อๆ กันมา และทำให้เรายังมีสิทธิ์ที่จะเลือกฐานลูกค้าได้เองโดยปริยายค่ะ”
          คุณดาต้า: “สำหรับดาต้าคือ Core-Value ที่เราวางไว้ เพราะมันคือคุณค่าที่มันอยู่เหนือกาลเวลา เพราะสิ่งที่เราตั้งใจเลือกสร้างสรรค์ออกมานั้น เกิดขึ้นจากประสบการณ์ที่มีมายาวนาน เราเห็นคุณแม่นั่งคัดเพชรเองทุกเม็ดตั้งแต่ยังเด็ก แล้วก็ยังใส่ใจคุณภาพรายละเอียดทุกอย่าง จะไม่ปล่อยผ่านอะไรที่ไม่ได้มาตรฐาน จะมีการคัดตั้งแต่ Supplier ซึ่งพอยิ่งได้มารวมแบรนด์ ยิ่งรู้สึกว่าสิ่งที่มันเหมือนกันคือความตั้งใจที่จะทำจิวเวลรี่ที่ไม่เสื่อมคุณค่าไปตามกาลเวลา เพราะเราอยากให้มีคุณค่าแบบ Timeless พยายามที่จะสร้างสรรค์ดีไซน์ของมันออกมาแบบหยิบมาใส่วันนี้ก็สวย หยิบมาใส่อีกห้าปีก็ยังไม่เอ้าท์ ซึ่งเราพยายามทำฟินิชชิ่งให้มันแบบกึ่งๆ Rusty แต่จะไม่เก่าไปกว่านี้ แล้วมันจะอยู่ไปได้เรื่อยๆ และสามารถตกทอดไปได้อีกด้วย” 
          เนื่องจากตึก Peninsula Plaza ซึ่งเป็นที่ตั้งร้านมา 25 ปี ปัจจุบันตึกได้ปิดตัวลง โดยขณะนี้ทาง  House of Barocco อยู่ในขั้นตอนการทำโชว์รูมใหม่ ที่ตั้งอยู่แถวพระรามเก้า และจะเปิดทำการอีกครั้งในช่วงของปีใหม่ 
          สำหรับการบริการ นอกจากการจำหน่ายจิวเวลรี่ ล่าสุดทางร้านยังมีบริการใหม่แกะกล่อง ที่ตอบโจทย์ผู้ประกอบการในยุคโควิดที่ต้องการมีอาชีพหลากหลาย ด้วยการให้บริการ Consult & B2B ให้กับผู้ที่หลงไหลในจิวเวลรี่ที่อยากเปิดแบรนด์ของตัวเอง และต้องการศึกษาหาความรู้ด้านนี้เพิ่มเติมจากผู้มีประสบการณ์  โดยสามารถติดต่อเพื่อรับคำปรึกษาในการผลิตจิวเวลรี่ การสร้างแบรนด์ อย่างครบวงจรกับทาง House of Barocco ได้ที่ Instagram: houseofbarocco Line OA: @baroccojeweler 


พบกับหน้าร้านของ Vachal Genuine Gemstone ได้ที่ชั้น 1 โซนจิวเวลรี่ สยามพารากอน Instagram: Vachal_jewelry

พบกับหน้าร้านของ Mars & Venus ได้ที่ชั้น 1 โซนจิวเวลรี่ สยามดิสคัฟเวอรี่ Instagram: Mars.and.venus.brand 

หรือติดต่อสอบถามด้านสินค้าและธุรกิจได้ทางเบอร์ติดต่อ083-329-5036

Photo By : Veeraphol
Author By : K_Wondrous

SHARE