counters
hisoparty

2 เมืองสวย ริมฝั่งทะเลเอเดรียติก

2 hours ago

โครเอเชีย (Croatia) มีเมืองริมฝั่งทะเลเอเดรียติกเยอะมากแต่ถ้าจะให้คัด 2 เมืองที่น่ารักและน่าเที่ยว ต้อง 2 เมืองนี้เลย

สปลิตเมืองเก่าเจ้าเสน่ห์

          ‘สปลิต’ (Split) คือเมืองเก่าที่เปี่ยมด้วยเสน่ห์และประวัติศาสตร์อันน่าหลงใหลแห่งประเทศโครเอเชีย

          หากคุณมีโอกาสมาเยือนยุโรป สปลิตคือจุดหมายปลายทางที่ไม่ควรพลาดอย่างยิ่ง แม้โครเอเชียจะมีเมืองชื่อดังอย่างดูบรอฟนิก (Dubrovnik) หรือซาเกร็บ (Zagreb) แต่สปลิตในฐานะเมืองที่ใหญ่ที่สุดบนชายฝั่งทะเลเอเดรียติก ก็มีความงดงามที่จับต้องได้และพร้อมจะสะกดทุกสายตา

          ที่นี่ คุณสามารถนั่งจิบเสพบรรยากาศริมทะเลเอเดรียติกได้ทั้งวันแบบไม่มีเบื่อ วิวทิวทัศน์ที่สวยงามจนสามารถทดแทนมื้ออาหารหลักได้อย่างสบายใจ ปล่อยให้สายลมโครเอเชียพัดผ่าน และสนุกไปกับเกลียวคลื่นภายใต้แสงแดดที่สดใส ทุกคนที่มาเยือนสปลิตต่างพกพารอยยิ้มและความสุข

          เพราะที่นี่ไม่มีที่ว่างสำหรับความทุกข์หรือความเศร้าหมอง ทุกคนต่างมุ่งหน้ามาสูดอากาศบริสุทธิ์ ลิ้มรสอาหารทะเลสดใหม่ระดับสิบเต็มสิบที่เพิ่งขึ้นจากทะเล พร้อมจิบไวน์แดงคุณภาพเยี่ยมจากแหล่งปลูกองุ่นที่ดีที่สุดแห่งหนึ่งของโลก

          สปลิตไม่ได้เป็นเพียงเมืองตากอากาศสำหรับนั่งพักผ่อนชิลล์ๆ เท่านั้น แต่ยังเป็นเมืองประวัติศาสตร์ที่เต็มไปด้วยมรดกล้ำค่าจากยุคโรมัน นักเดินทางส่วนใหญ่จึงไม่เพียงแค่นั่งชมวิว แต่ยังนิยมเดินเท้าเข้าสู่เขตเมืองเก่าเพื่อสัมผัสกลิ่นอายอดีต

          จุดหมายสำคัญที่ทุกคนต้องไปเยือนคือ พระราชวังไดโอคลีเชียน (Diocletian Palace) ซึ่งสร้างขึ้นตามพระบัญชาของกษัตริย์ไดโอคลีเชียนแห่งอาณาจักรโรมัน เพื่อใช้เป็นที่ประทับในช่วงบั้นปลายพระชนม์ชีพ แม้ในยุคที่โรมันเสื่อมอำนาจและถอนกำลังออกไป ชาวบ้านก็ได้เข้ามาอยู่อาศัยและสร้างเมืองต่อเติมจนอาคารที่ติดกับกำแพงวังกลายเป็นบ้านเรือน ร้านค้า และร้านอาหาร

          ร่องรอยความรุ่งเรืองในอดีตยังคงปรากฏให้เห็นชัดเจน ทั้งในส่วนของป้อมปราการ อาคารดั้งเดิม และพิพิธภัณฑ์ เมื่อเดินลัดเลาะเข้าไปในเขตเมืองเก่า คุณจะได้เห็นภาพวิถีชีวิตที่น่ารัก เช่น ราวตากผ้าที่ขึงผ่านบ้านเรือน งานศิลปะเก๋ๆ ที่วางขายตามจัตุรัสประชาชน และตรอกซอกซอยแคบๆ ที่แฝงไปด้วยกลิ่นอายของโรมันโบราณ จนแทบไม่น่าเชื่อว่าสปลิตจะเป็นเมืองอุตสาหกรรมขนาดใหญ่ที่สร้างรายได้มหาศาลให้กับประเทศ

          ก่อนจะบอกลาเมืองนี้ อย่าลืมหาคาเฟ่ริมทะเลนั่งจิบคาปูชิโนสักแก้ว หรือลองชิมไอศกรีมผลไม้โฮมเมดเพื่อเพิ่มความสดชื่น น้ำทะเลสีฟ้าจัดที่ตัดกับตัวบ้านสีชมพูอมส้ม และรอยยิ้มของผู้คน ทำให้สปลิตเป็นเมืองที่สวยงามจนไม่ใช่แค่เพียงทางผ่าน แต่เป็นเมืองที่น่าอยู่จนอยากใช้ชีวิตอยู่นานๆ

ดูบรอฟนิกที่แสนเบิกบาน

          คุณสมบัติของเมืองริมทะเล มักเบิกบานและร่าเริงเสมอ ดูบรอฟนิก (Dubrovnik) ก็เข้าตำรานั้นเลย เมืองมรดกโลกที่แขวนตัวอยู่ตรงปลายแผนที่ประเทศโครเอเชียแห่งนี้ เป็นดาวรุ่งแห่งยุค ที่นักเดินทางจากทั่วสารทิศกำลังพุ่งไปหา จนเกิดแฟชั่นที่ระบาดมาได้ 10 กว่าปีแล้ว ที่นักเดินทางต้องไปนอนเกลือกกลิ้งปิ้งแดดอยู่ริมทะเลเอเดรียติกที่เมืองดูบรอฟนิกกันปีละครั้ง ข่าวล่าสุด ได้ยินว่าแฟชั่นนี้ยังฮอตไม่เลิก

          เมื่อฤดูร้อนเดินทางมารายงานตัว ดูบรอฟนิกจะกลายเป็นเมืองเนื้อหอมที่สุดในย่านทะเลเอเดรียติก ทั้งหนุ่มสาวรุ่นกระเตาะไปจนถึงหญิงชายวัยไม้ใกล้ฝั่ง ต่างอยู่ในชุดนุ่งน้อยห่มน้อย เดินปลิวว่อนไปทั่วเมือง

          แสงแดดใต้ฟ้าโครเอเชียเป็นสิ่งที่ทุกคนไม่นึกรังเกียจ ถ้าไม่มีแดดสิ เรื่องใหญ่ นักทัศนาโลกจะพากันอารมณ์เสีย

          ในรั้วรอบขอบชิดของเมืองเก่า ไล่ไปจนถึงริทะเล ไม่มีใครอยู่ในอาการง่วงเหงาหาวนอน แต่ละคนกระปรี้กระเปร่าเหมือนแดดดูบรอฟนิกใส่ยาบำรุงกำลังใส่เข้าไปด้วย

          ใครๆ ก็พากันไปเดินเล่นบนกำแพงเมืองเก่าของดูบรอฟนิก ที่สร้างมาตั้งแต่ศตวรรษที่ 13 เดินให้ทั่วแนวกำแพงที่ยาวร่วม 2 กิโลเมตร คุณจะได้ซดทะเลเอเดรียติกไปหลายอึก แต่เมื่อลงมาด้านล่าง แล้วมองเงยขึ้นไป คุณจะเห็นร่องรอยกระสุนและคราบไคลของสงครามประทับตามกำแพงเก่า

          หากไม่ได้กำแพงเมืองอันบึกบึนแห่งนี้ช่วยเอาไว้ ดูบรอฟนิกคงไม่สามารถรักษาเมืองไว้ได้ยาวนานกว่า 700 ปี ประวัติศาสตร์ทุกหน้าของดูบรอฟนิกจึงฝังแน่นไว้หลังกำแพงแห่งนี้

          ถ้าไม่ใช่เวลาผึ่งแดด ผู้คนจะไปเดินพักผ่อนหย่อนน่องกันแถวพลาซา (Placa) ย่านที่อุดมสมบูรณ์ไปด้วยความสุนทรีย์ มีนักเดินเร่มาเล่นกีตาร์เปิดหมวกรอเศษสตางค์จากคนผ่านทาง ที่ออกมาเดินกินไอติม จิบกาแฟกันจนคุณอาจรู้สึกว่าเมืองเก่าแคบลงถนัดตา 

          ลานน้ำพุ โอโนฟริโอ (Onofrio) คือลานนั่งเล่นของชาวเมือง จะเด็กรุ่นไหนก็ใช้ที่นี่เป็นมุมนัดหมาย

          หากยังอยู่ใต้กำแพงเมืองเก่า คุณควรจะเดินสายแวะเวียนตามศาสนสถานต่างๆ ที่น่าดูของดูบรอฟนิก ไม่ว่าจะเป็นโบสถ์เซนต์เซเวียร์ (St.Saviour) โบสถ์เซนต์มอร์ริเชียส และโบสถ์ของชาวเซอร์เบียน นิกายออร์ทอดอกซ์ที่สูงชะลูดอยู่ในเมืองเก่า 

          ยังมีสถานที่สำคัญอย่างจัตุรัสลูซา (Luza) และพระราชวังสปอนซา (Sponza Palace) อันเก่าแก่ที่อวดงานอันล้ำเลิศในแบบเรเนสซองส์ผสานกับกอทิก

          ร้อนนี้แพ็กกระเป๋า เตรียมบิกินีไปนอนอาบยูวี ให้ลมร้อนจากทะเลเอเดรียติกหอบความกระชุ่มกระชวยมาอาบไล้เรือนกาย ไปดูเมืองเก่าที่เคล้าความงาม ไปเพื่อเห็นเมืองที่แสนเบิกบานชื่อดูบรอฟนิก

          และนี่คือ 2 เมืองเจ้าเสน่ห์ของโครเอเชียที่อยากให้ทุกคนเดินทางไปหา

Author By : คุณกาญจนา หงษ์ทอง

SHARE