
เมื่อพูดถึงผู้หญิงรุ่นใหม่ที่ทำหลายบทบาทในชีวิตได้อย่างเต็มที่ หนึ่งในนั้นย่อมมีชื่อของ คุณมิลล่า – มาริษา ชุติภาวรกานต์ ผู้หญิงที่วันนี้ไม่ได้เป็นเพียงนักแสดง แต่ยังเป็นเจ้าของธุรกิจ ดูแลร้านอาหาร แบรนด์เสื้อผ้า และร่วมขับเคลื่อนธุรกิจความงามของครอบครัวไปพร้อมกัน ทว่าท่ามกลางตารางชีวิตที่แน่นขนัด เธอกลับยังยิ้มง่าย คิดชัด และรู้ดีว่าตัวเองต้องการอะไรจากชีวิต
ครั้งนี้เราได้มีโอกาสไปเยี่ยมบ้านของเธอ บ้านที่ไม่ได้เป็นเพียงที่อยู่อาศัย แต่คือพื้นที่ที่สะท้อนวิธีคิด ไลฟ์สไตล์ และตัวตนของผู้หญิงเก่งคนนี้อย่างชัดเจน



บ้านหลังนี้ เริ่มต้นจากความรู้สึกว่า ‘ใช่’
“ตอนที่มาดูโปรเจกต์นี้ครั้งแรก โครงการยังเป็นแค่กระดาษเลยค่ะ ยังไม่ได้เริ่มก่อสร้างจริงจังด้วยซ้ำ แต่เรากลับรู้สึกว่า ‘ใช่’ ตั้งแต่ตอนนั้น แล้วก็น่าจะเป็นคนแรกๆ ที่ซื้อโครงการนี้เลยค่ะ
“เหตุผลหลักๆ คือโลเคชันเลย ตอนนั้นใช้ชีวิตอยู่โซนทองหล่อ–เอกมัย มีปาร์ตี้สังสรรค์บ่อย เพื่อนฝูงอยู่แถวนี้ ประจวบกับออฟฟิศก็อยู่ไม่ไกล ออกไปทางนี้คือเข้าโซนทาวน์อินทาวน์ได้เลย สะดวกมาก เราเลยรู้สึกว่าโลเคชันมันตอบโจทย์ แล้วโครงการก็เป็นส่วนตัว จำนวนยูนิตค่อนข้างน้อย แค่ประมาณ 20 ยูนิต ทำให้รู้สึกสงบและเป็นพื้นที่ของเราเองจริงๆ”
บ้านที่ออกแบบจากตัวตน และคนที่เข้าใจเรา
“ในการออกแบบบ้านมีส่วนร่วมเกือบทุกขั้นตอนเลยค่ะ ตั้งแต่คิดอินทีเรียร์ไปจนถึงเลือกเฟอร์นิเจอร์ทุกชิ้น เราให้โจทย์ตัวเองไว้ชัดเจนว่า บ้านนี้คือบ้านที่เราอยู่คนเดียว และอยู่กับน้องหมาด้วย อยากให้ใช้พื้นที่ได้เต็มที่ ทั้งอยู่เองแบบสงบๆ และมีเพื่อนมาสังสรรค์ที่บ้านได้ เลยต้องบาลานซ์ระหว่างความสวย ความโปร่งสบาย และการใช้งานจริง
“อีกอย่างคือได้ร่วมงานกับ พี่จิว – คุณณรงค์ชัย จิราพาณิชกุล จาก Villa Vinotto ซึ่งเป็นคนที่เราแอบชื่นชมผลงานมานานแล้ว เห็นบ้านหลายหลังที่เขาทำแล้วรู้สึกว่า ‘ชอบสไตล์คนนี้มาก’ พอมีโอกาสเลยลองให้พี่จิวเข้ามาดูบ้านให้ ตอนแรกก็ยังลุ้นอยู่เหมือนกันว่าเขาจะรับทำไหม เพราะพี่เขาค่อนข้างเนี้ยบและเลือกงาน แต่พอได้ร่วมงานกันแล้วรู้สึกว่าเขาเข้าใจรสนิยมและไลฟ์สไตล์ของเรามากๆ ทุกมุมในบ้านเลยออกมาทั้งสวย ใช้งานได้จริง และเล่าเรื่องเราได้ชัดเจนค่ะ”
“มิลล่ารู้สึกว่าบ้านหลังนี้สะท้อนความเป็นตัวเองในหลายมุมเลยค่ะ อย่างแรกคือเรื่อง ‘พื้นที่สีเขียว’ เรามีสวนเล็กๆ เป็นมุมที่ชอบออกไปนั่งกินกาแฟ ดูต้นไม้ ดูสวน มันทำให้รู้สึกผ่อนคลายมาก แล้วน้องหมาก็มีพื้นที่วิ่งเล่นของเขาเองด้วย มีสระน้ำ มีสนามเล็กๆ ให้เขาวิ่ง เรารู้สึกว่าบ้านที่ดีสำหรับเราต้องเป็นบ้านที่น้องหมามีความสุขด้วย
“ตัวบ้านข้างในก็จะเน้นความโปร่ง พื้นที่ลิฟวิงรูมค่อนข้างใหญ่และโล่ง เราเป็นคนชอบบ้านโปร่งๆ เดินแล้วรู้สึกหายใจได้เต็มปอด ส่วน ‘มุมโปรด’ จริงๆ คือโต๊ะกินข้าวค่ะ เพราะใช้ทำทุกอย่าง นั่งกินข้าว เล่นกับน้องหมา ดูทีวี นั่งคุยกับเพื่อน เป็นมุมที่ใช้ชีวิตจริงๆ”
สีชมพูที่ ‘โตไปกับเวลา’
“สิ่งสำคัญที่สุดที่มิลล่าให้ความสำคัญในการตกแต่งบ้านคือเรื่อง ‘สี’ เลยค่ะ มิลล่าเป็นคนชอบสีชมพู มันเป็นสีที่รู้สึกว่ามีความสดใสและเป็นตัวเรา แต่ความยากคืออยากให้มันอยู่ได้ยาวๆ โดยไม่ทำให้บ้านดูหวานหรือเก่าเร็วเกินไป เราไม่อยากให้บ้านกลายเป็นธีมบาร์บี้หรือชมพูทั้งหลัง เลยให้ทีมช่วยคิดว่าจะใส่สีชมพูเข้าไปยังไงให้มันเป็นองค์ประกอบที่พอดี ดูโมเดิร์น และยังอยู่กับเราไปได้นานๆ ก็เลยกลายเป็นการสอดแทรกสีชมพูในดีเทลต่างๆ มากกว่าทำทั้งหลังให้เป็นสีเดียวค่ะ”
เฟอร์นิเจอร์ชิ้นแรกในบ้าน…คือความเชื่อใจ
“สิ่งแรกที่ซื้อเข้าบ้านคือ ‘โคมไฟโต๊ะกินข้าว’ เลยค่ะ และเป็นชิ้นที่ตื่นเต้นมาก เพราะต้องประมูลมาจากต่างประเทศ ถ้าจำไม่ผิดน่าจะเป็นฝั่งอิตาลี ซึ่งกระบวนการคือเราต้องโอนเงินและตัดสินใจก่อน ทั้งๆ ที่ยังไม่ได้เห็นของจริงด้วยซ้ำ
“โคมไฟอันนี้เป็นเหมือนงานศิลปะที่มีองค์ประกอบเหมือนหินนำโชคหลายชิ้นประกอบกันเป็นรูปทรงคล้ายผีเสื้อ ดูสวยและมีเอกลักษณ์มาก สำหรับเรามันเลยกลายเป็นเหมือน ‘ไฮไลต์ชิ้นแรก’ ของบ้านหลังนี้ และทำให้รู้สึกว่าเราเชื่อใจทั้งดีไซน์เนอร์และสัญชาตญาณของตัวเองมากขึ้นด้วยค่ะ”
Home Sweet Home
“มิลล่าอยู่ที่นี่มาประมาณปีหนึ่งแล้วค่ะ รู้สึกแฮปปี้มาก เพราะใช้ชีวิตสะดวกจริงๆ ไปทำงานก็ใกล้ จะออกไปเจอเพื่อน สังสรรค์ หรือจะไปสนามบินก็ง่าย เข้ามาในบ้านก็รู้สึกเย็น สบาย และอบอุ่น เป็นบรรยากาศที่ทำให้รู้สึกว่า ‘กลับมาบ้านแล้ว’ จริงๆ”

จากบ้าน…สู่บทบาทในงานและธุรกิจ

ผู้หญิงที่ทำหลายบทบาท…ด้วยความเข้าใจชีวิต
“ปัจจุบันยังเป็นนักแสดงเหมือนเดิมค่ะ แล้วก็มีร้านอาหารชื่อ WOO TENDER ทำ Bchu Runway ซึ่งหลายคนน่าจะรู้จักกันอยู่แล้ว เพราะทำมานานพอสมควร นอกจากนี้ก็ยังช่วยที่บ้านดูแลแบรนด์ MADAME ORGANIC ด้วย รวมๆ แล้วก็จะมีทั้งงานในวงการ งานร้านอาหาร แฟชั่น และธุรกิจความงามของครอบครัวที่ทำต่อเนื่องมาตลอดหลายปีค่ะ
“และช่วงนี้มิลล่าเริ่มมีความสนใจเรื่อง ‘Longevity’ มากค่ะ รู้สึกว่ามันเริ่มเป็นเทรนด์ที่เข้ามาในบ้านเราอย่างจริงจัง ตอนที่มิลล่าไปอยู่ต่างประเทศสักพักก็เห็นเลยว่าที่นั่นคนให้ความสำคัญกับสุขภาพมาก ทั้งการดูแลร่างกาย การป้องกันโรค หรือการดูแลตัวเองระยะยาว หลังโควิด-19 เราเห็นชัดเลยว่าคนหันมาสนใจสุขภาพมากขึ้นจริงๆ หลายคนลงทุนกับตัวเองมากขึ้น หลายธุรกิจก็หันมาจับเรื่อง Wellness เยอะขึ้นเหมือนกัน มิลล่าเลยรู้สึกว่า ถ้าวันหนึ่งจะทำอะไรใหม่ๆ เพิ่ม ก็น่าจะเป็นธุรกิจที่เกี่ยวกับ Longevity หรือ Wellness นี่แหละ ไว้รอติดตามกันในอนาคตค่ะ”
เริ่มทำธุรกิจตั้งแต่อายุ 22 และบทเรียนสำคัญ
“ในช่วงที่เริ่มต้นธุรกิจน่าจะประมาณอายุ 22 ค่ะ ช่วงที่เริ่มทำ Bchu Runway ถือว่าเริ่มตั้งแต่อายุน้อยเหมือนกัน พอมองย้อนกลับไปก็รู้สึกว่าเป็นประสบการณ์ที่สอนเราเยอะมาก
“บทเรียนสำคัญที่ได้เรียนรู้คือเรื่องคนค่ะ ‘การบริหารคน’ เป็นเรื่องที่ยากมากสำหรับเรา เพราะเป็นคนให้ใจกับน้องๆ พนักงานเยอะ แล้วจะรู้สึกผูกพันมาก แบบว่าอย่าเพิ่งออกไปนะ อยู่ด้วยกันไปเรื่อยๆ เถอะ จนบางทีเรายึดติดกับคนมากเกินไป ซึ่งมันก็อาจทำให้องค์กรไม่เติบโตเท่าที่ควร
“พอโตขึ้นก็ได้เรียนรู้ว่า มนุษย์แต่ละคนมีเส้นทางของตัวเอง เขาอาจอยากออกไปทำธุรกิจของเขาเอง หรือไปโตในแบบของเขา เราเองในฝั่งธุรกิจก็ต้องเดินหน้าต่อเหมือนกัน พอเข้าใจตรงนี้ เราเลยพยายามไม่ยึดติดกับคนจนเกินไป แต่ยังให้ใจกับการทำงานอยู่เหมือนเดิมค่ะ”
24 ชั่วโมงไม่พอ แต่วิธีคือ ‘เลือกสิ่งสำคัญก่อน’
“เอาจริงๆ รู้สึกว่า 24 ชั่วโมงไม่พอค่ะ (หัวเราะ) ถ้ามีคนชมว่าจัดสรรเวลาเก่งมาก เราจะตอบเลยว่า ‘ไม่จริง’ เพราะเรามองว่ามันทำทุกอย่างให้สมบูรณ์พร้อมไปหมดไม่ได้ สิ่งที่ทำได้คือเลือก ‘Priority’ ว่าวันนี้เรื่องไหนสำคัญที่สุด ต้องประชุมอะไร ต้องเคลียร์งานไหนก่อน
“ตอนที่อยู่ต่างประเทศ เราก็ใช้วิธีคอลประชุมเป็นหลัก เลือกเวลาที่ตรงกัน เช่น เช้าของเขาเป็นดึกของเรา ใช้เทคโนโลยีช่วยดูทั้งร้าน ดูกล้อง ดูระบบ ซึ่งมันทำให้เรายังสามารถไปทำอย่างอื่นที่อยากทำได้ แต่ยังดูแลงานของตัวเองไปพร้อมกันค่ะ”
หลักทำงานเพียงข้อเดียว
“หลักเดียวที่ยึดเลยคือ ‘ความซื่อสัตย์’ ค่ะ เรารู้สึกว่า สิ่งที่เราให้ลูกค้า หรือสิ่งที่เรานำเสนอ ต้องเป็นสิ่งที่เราทำจริง ใช้จริง และคิดว่าดีจริงๆ อย่างร้านอาหารเราก็อยากเสิร์ฟอะไรที่เราทานแล้วรู้สึกว่าดีจริงกับเขาด้วย ธุรกิจอื่นก็เหมือนกัน
“สำหรับมิลล่า ความซื่อสัตย์เป็นอะไรที่ถ้ามีแล้วมันมีเลย แต่ถ้าไม่มีตั้งแต่แรก มันสร้างยากมาก เราเลยยึดถือข้อนี้ในการใช้ชีวิตและในการทำธุรกิจทุกอย่างค่ะ”


สไตล์และตัวตนในแบบของมิลล่า

สไตล์ที่เปลี่ยนไป แต่ยังเป็น ‘ตัวเราคนเดิม’
“เมื่อก่อนมิลล่าจะมีความจัดจ้านนิดหนึ่ง มีความเซ็กซี่เล็กๆ สนุกกับการแต่งตัวมาก แต่พอเวลาผ่านไป งานเยอะขึ้น เวลาน้อยลง ตอนนี้จะให้ความสำคัญกับคำว่า ‘ใส่ง่าย’ มากขึ้น
“เราเลือกชุดที่หยิบแล้วแมตช์ได้เลย สีไปในโทนเดียวกัน รีบออกจากบ้านได้ เช่น เสื้อยืด กางเกงยีนส์ แต่ก็จะไม่ปล่อยให้เรียบเกินไป ยังมีผ้าพันคอ หมวก หรือแอ็กเซสซอรี่เล็กๆ น้อยๆ มาช่วยเติม ให้มันยังเป็น ‘เรา’ อยู่ ยังมีความเยอะนิดหน่อยในแบบของมิลล่าค่ะ”
แบรนด์ที่รู้สึกว่าเป็นตัวเองที่สุด
“แต่ก่อนถ้าเป็น Ready-to-Wear จะชอบ Chanel มาก ใส่ Chanel แทบตลอด แต่หลังๆ มานี้รู้สึกว่าเราไปใกล้กับ Miu Miu มากกว่า ดีไซน์สนุกขึ้น ดูเด็กลงนิดนึง แล้วก็เหมือนเข้าใจผู้หญิงยุคนี้ดี เลยกลายเป็นว่าเสื้อผ้า Ready-to-Wear ส่วนใหญ่จะเป็น Miu Miu แต่ถ้าเป็นแอ็กเซสซอรี่หรือกระเป๋า Chanel ก็ยังเป็นแบรนด์ที่รักอยู่เหมือนเดิมค่ะ มันคลาสสิกและเก็บได้ยาวจริงๆ”
ซิกเนเจอร์ไอเทม ที่ขาดไม่ได้ในการแต่งตัว
“กำไลข้อมือค่ะ ส่วนใหญ่จะมีติดข้อมือเสมอ บางวันก็ใส่ของ Chanel หรือสลับกับแบรนด์จิวเวลรีอื่นๆ แต่สิ่งที่ผูกกับใจจริงๆ คือชอบคำว่า ‘กำไล’ เพราะมันพ้องกับคำว่า ‘กำไร’ เราเลยถือเคล็ดนิดๆ ว่าในฐานะคนทำธุรกิจ อยากให้ชีวิตและงานของเรามีกำไร เลยชอบใส่กำไลติดตัวตลอดค่ะ”


ไลฟ์สไตล์ – วิธีดูแลทั้งกายและใจ เริ่มจากสิ่งเรียบง่ายที่สุด

เช้าวันใหม่เริ่มต้นแบบไม่ให้ ‘โลกภายนอก’ เข้ามาเร็วเกินไป
“ถ้าอยากเริ่มต้นวันให้ดี สิ่งแรกที่พยายามทำคือ ‘ไม่จับโทรศัพท์’ ค่ะ เมื่อก่อนตื่นปุ๊บจะหยิบมือถือเลย เปิดข่าว เปิดโซเชียล แล้วบางทีเจอเรื่องเศร้า เรื่องดราม่า หรือคอมเมนต์ต่างๆ ตั้งแต่เช้า ก็เหมือนเอา energy ของคนอื่นเข้ามาใส่ตัวเองทันที ทำให้วันนั้นเริ่มต้นแบบหดหู่ไปเลย ตอนนี้เลยพยายามไม่ดูมือถือทันทีที่ตื่น ลุกไปอาบน้ำ แปรงฟัน กินข้าวเช้า เล่นกับน้องหมาก่อน ปล่อยให้ตัวเองได้อยู่กับตัวเองจริงๆ สักนิดก่อน แล้วค่อยเริ่มรับสิ่งต่างๆ จากโลกภายนอกเข้ามาทีหลังค่ะ”
เวลาว่าง = เวลาดูแลใจและร่างกาย
“ถ้ามีเวลาจริงๆ จะไปเล่นพิลาทิสค่ะ มิลล่ารู้สึกว่าพิลาทิสเป็นอะไรที่ได้อยู่กับตัวเอง ได้ฟังร่างกายตัวเอง บางทีเราเครียดโดยไม่รู้ตัว ร่างกายมันฟ้องผ่านอาการตึงหรือเกร็ง พอได้ยืด ได้ stretching รู้สึกเลยว่าร่างกายและใจมันคลายลง ปกติจะเล่นพิลาทิสสัปดาห์ละสองวัน จันทร์กับพฤหัส แล้วก็แทบไม่ค่อยออกกำลังกายแบบอื่นเลย ถ้าวันไหนอยากพักแบบทิ้งตัวจริงๆ ก็จะอยู่บ้าน ดู Netflix ดูซีรีส์ แล้วก็ดูการแสดงไปพร้อมกัน เหมือนพักผ่อนไปด้วย เรียนรู้งานแอคติ้งไปด้วยในตัวค่ะ”
งานอดิเรกและความหลงใหลที่หลายคนอาจยังไม่รู้
“คนอาจไม่ค่อยรู้ว่ามิลล่าเป็นสาย ‘มู’ ค่ะ (หัวเราะ) ถ้าวันไหนว่างๆ แล้วมีใครบอกว่าที่นี่ดี ที่นั่นศักดิ์สิทธิ์ เราก็พร้อมไปไหว้ ไปขอพรได้หมด แต่จะไม่ค่อยบอกใครตรงๆ ว่าเราเป็นสายมูนะ บางทีก็มีดูโหราศาสตร์ช่วยประกอบการตัดสินใจในบางเรื่องบ้าง มันทำให้เรารู้สึกสบายใจขึ้นในหลายๆ จังหวะของชีวิตค่ะ”


แรงบันดาลใจ ความสำเร็จ และการยืนบนพื้นที่ของตัวเอง

แรงบันดาลใจสำคัญของตัวเรา
“คุณแม่ค่ะ คุณแม่เป็นซิงเกิลมัมที่เก่งและแกร่งมาก สร้างทุกอย่างมาให้เราตั้งแต่เด็ก มิลล่าเลยมีความตั้งใจว่าอยากทำให้ท่านสบายที่สุด อยากให้ท่านอยู่เฉยๆ ได้โดยไม่ต้องกังวลเรื่องงาน พอมองย้อนกลับไป เรารู้สึกว่าคุณแม่คือคนที่เป็นทั้งแรงบันดาลใจและเป็นไอดอลในชีวิตจริงๆ ค่ะ”
ความสำเร็จของผู้หญิงยุคนี้
“สำหรับมิลล่า ‘ความเป็นตัวเอง’ คือความสำเร็จอย่างหนึ่งของผู้หญิงค่ะ ทุกวันนี้เราทุกคนเสพสื่อเยอะมาก ผู้หญิงหลายคนเลยเหมือนพยายามจะเป็นคนอื่น หรือเปรียบเทียบตัวเองกับภาพในโซเชียลตลอดเวลา แต่มิลล่ารู้สึกว่า เสน่ห์ที่แท้จริงของผู้หญิงแต่ละคน คือการเป็นตัวเองในแบบที่ไม่ต้องเหมือนใคร ถ้าเรากล้าที่จะเป็นตัวเอง รักในแบบที่เราเป็น และใช้ชีวิตจากจุดนั้นได้ มิลล่าคิดว่า นั่นคือความสำเร็จรูปแบบหนึ่งแล้วค่ะ”
Moment of Recharge วิธีเติมพลังใจตัวเอง
“ง่ายมากค่ะ เล่นกับหมา (น้องโคโค่) อย่างเดียวเลย (ยิ้ม) แค่นั่งมองหน้าเขาก็หายแล้ว เวลาเหนื่อยๆ พอเรียกชื่อเขา เดินเล่นด้วยกัน หรือแค่นั่งลูบหัวอยู่ข้างๆ ก็รู้สึกว่าใจเรานุ่มลงเยอะมาก
“โคโค่เป็นโกลเด้นรีทรีฟเวอร์ที่ตั้งใจอยากเลี้ยงมาตั้งแต่แรก เพราะดูคลิป ‘จุ๊มเหม่ง’ (น้องโกลเด้นสุดดังจาก TikTok และเพจ ‘Japan and Friends’) บ่อยมาก จนอิน อยากได้โกลเด้นที่หน้าคล้ายๆ จุ๊มเหม่ง แล้วก็ได้เจอ ซึ่งโคโค่เป็นตัวที่ตัวเล็กสุดในคอก หน้าคล้ายจุ๊มเหม่งที่สุด จึงตัดสินใจพากลับมาบ้าน ตอนนี้โคโค่ก็อายุประมาณสองขวบแล้ว และเพิ่งได้เป็นพรีเซ็นเตอร์ให้กับโรงพยาบาลสัตว์ทองหล่อทั้งปีที่ผ่านมาด้วย สำหรับมิลล่า ‘โคโค่’ เรียกว่าเป็นทั้งเพื่อนสนิทและสมาชิกตัวท็อปของบ้านเลยค่ะ”
ฝากถึงผู้หญิงยุคใหม่ที่กำลังสร้างชีวิตในแบบของตัวเอง
“มิลล่าคิดว่าผู้หญิงที่อยากประสบความสำเร็จ ต้องมี ‘ความอดทน’ สูงมากค่ะ ไม่ว่าจะเรื่องงาน เรื่องความรัก หรือเรื่องครอบครัว ทุกอย่างต้องใช้เวลาและการไม่ถอยง่ายๆ ส่วนตัวเป็นคนที่ถ้ายังไม่เห็นเป้าหมายจะไม่หยุด และเชื่อว่าความอดทนทำให้เราผ่านหลายๆ อย่างมาได้ ผู้หญิงหลายคนอาจรู้สึกว่าตัวเองเหนื่อยง่าย ท้อเร็ว แต่ถ้าเรายืนหยัดได้นานกว่าปัญหา สุดท้ายผลลัพธ์มันจะตอบแทนเรากลับมาเองค่ะ”
‘ความสุขของมิลล่า ณ วันนี้’
“ความสุขของมิลล่าตอนนี้ คือ ‘เงินในบัญชี’ ค่ะ (หัวเราะ) ยิ่งมีเยอะก็ยิ่งรู้สึกดี เพราะยอมรับเลยว่าตอนนี้เศรษฐกิจไม่ค่อยดี ธุรกิจทำยากกว่าสมัยก่อนเยอะ ต้องคิดเยอะกว่าเดิมในทุกการตัดสินใจ
“จริงแล้วสำหรับเรา เงินในบัญชีไม่ได้แปลว่าอยากใช้ฟุ่มเฟือย แต่แปลว่าเรามีความมั่นคงมากพอที่จะดูแลตัวเอง ดูแลครอบครัว ดูแลทีมงาน และมีอิสระในการเลือกทางเดินของชีวิตได้มากขึ้น พอมีตรงนี้ เราก็รู้สึกว่าชีวิตเบาขึ้น และนั่นแหละค่ะ…คือความสุขของมิลล่าในตอนนี้”

Author By : Arunlak
