
“หนึ่งในสิ่งที่ยากที่สุดในชีวิต คือการรักษาสิ่งดีๆ ที่เรามีอยู่ให้คงที่หรือพัฒนาขึ้น” ประโยคหนึ่งจากบทสนทนากับ คุณแพ็ท – สุธาสินี พุทธินันทน์ โรดริเกส สะท้อนตัวตนของคุณแพ็ทได้อย่างชัดเจน เพราะไม่ว่าจะอยู่ในบทบาทของนักแสดง คุณแม่ หรือผู้หญิงที่ใช้ชีวิตอยู่ระหว่างสองประเทศ คุณแพ็ทยังคงให้ความสำคัญกับการเรียนรู้ วินัย และการทำทุกหน้าที่อย่างเต็มที่เสมอ ตลอดกว่า 7 ปีที่ห่างจากละครเวที คุณแพ็ททุ่มเทเวลาให้กับครอบครัวที่อเมริกา ขณะเดียวกันก็ไม่เคยหยุดดูแลและพัฒนาความสามารถของตัวเอง จนเมื่อทุกอย่างมาถึงจังหวะที่ลงตัว พร้อมแรงสนับสนุนจาก ครอบครัวที่อยากเห็นคุณแพ็ทกลับมาทำในสิ่งที่รัก คุณแพ็ทจึงหวนคืนสู่เวทีอีกครั้งในบท ‘เพียงดาว’ จาก ‘เมืองมารยา เดอะมิวสิคัล’ บทบาทที่คุณแพ็ทบอกว่ายากและไกลตัวที่สุดเท่าที่เคยแสดงมา
และในโอกาสที่ HiSoParty เดินทางมาครบ 23 ปี การกลับมาขึ้นปกกับเราเป็นครั้งที่สามจึงนำมาสู่บทสนทนาถึงชีวิตในวันนี้ ความสุขของการได้กลับมาทำงานที่รัก และความเชื่อที่ว่า ไม่ว่าเราจะทำสิ่งใดได้ดีเพียงใด เรายังสามารถทำให้สิ่งนั้นดียิ่งขึ้นได้เสมอ

การกลับมาพบกับ HiSoParty เป็นครั้งที่สาม
“แพ็ทรู้สึกเป็นเกียรติและดีใจมากค่ะที่ได้กลับมาถ่ายแฟชั่นกับ HiSoParty อีกครั้ง นับจากครั้งแรกจนถึงวันนี้ก็เป็นครั้งที่สามแล้ว ทุกครั้งที่กลับมาทำงานด้วยกัน แพ็ทมีความสุข สนุก และทุกอย่างก็ราบรื่นสวยงามเสมอค่ะ อีกอย่างคือแพ็ทกับ คุณหญิง – ปรียามล ธนวิสุทธิ์ เป็นเพื่อนสนิทกันมาตั้งแต่สมัยมัธยมและติดต่อกันมาตลอด คุณหญิงมีอะไรก็นึกถึงแพ็ทเสมอ จึงยิ่งรู้สึกดีใจและเป็นเกียรติมากที่ได้รับเชิญให้กลับมาถ่ายปกครั้งนี้ค่ะ”
การเติบโตที่บันทึกอยู่บนปกทั้งสามครั้ง
“เปลี่ยนแปลงไปเยอะเลยค่ะ ครั้งแรกในปี 2005 ตอนนั้นแพ็ทยังไม่ได้แต่งงาน เป็นสาวโสดที่เพิ่งเรียนจบมาได้ไม่กี่ปี และทำงานในวงการบันเทิงมาไม่นาน เป็นช่วงที่กำลังสนุกกับชีวิตและการเริ่มต้นทำงาน พอมาถึงปี 2014 ก็เป็นอีกช่วงหนึ่งของชีวิต เพราะแพ็ทได้เป็นคุณแม่แล้ว และได้มาถ่ายแฟชั่นพร้อมกับลูกชาย (น้องดานเต้ – เรวัต โรดริเกส) และน้องสาว (คุณพีช – สิดารัศมิ์ พุทธินันทน์) การเป็นแม่ทำให้ชีวิตเปลี่ยนไปมาก ได้พบกับประสบการณ์ที่ไม่เคยมีมาก่อน และรู้สึกว่าชีวิตได้รับการเติมเต็ม ส่วนครั้งนี้ลูกชายก็เติบโตเป็นวัยรุ่นแล้ว และแพ็ทได้กลับมาทำงานในสิ่งที่ตัวเองรักอีกครั้ง เมื่อมองย้อนกลับไป ปกทั้งสามครั้งจึงเหมือนบันทึกการเติบโตของแพ็ทในแต่ละช่วงชีวิต และคนที่ติดตาม HiSoParty มาตั้งแต่ปกแรกก็น่าจะได้เห็นการเติบโตของแพ็ทไปพร้อมกันค่ะ”
สองบทบาทในสองประเทศ
“ชีวิตที่อเมริกาเหมือนเป็นอีกโลกหนึ่งเลยค่ะ เพราะมีทั้งวัฒนธรรมและรูปแบบการใช้ชีวิตที่ต่างออกไป เวลาอยู่เมืองไทย แพ็ทคือผู้หญิงทำงานและอยู่ในวงการบันเทิง แต่พออยู่ที่อเมริกา แพ็ทจะอยู่ในโหมดคุณแม่เต็มตัว ถึงจะไม่ได้ออกไปทำงาน แต่การเป็นแม่ก็เหมือนทำงานตลอด 24 ชั่วโมง เพราะเลี้ยงลูกเองและทุ่มเททุกอย่างให้กับเขา ในแต่ละช่วงวัยก็มีเรื่องใหม่ๆ เข้ามาให้เราดูแลและเรียนรู้อยู่เสมอ แพ็ทรู้สึกดีที่มีโอกาสได้ใช้ชีวิตทั้งสองแบบ ลูกชายเองก็ได้เห็นแพ็ทในสองมุม เวลาอยู่ที่อเมริกาเขาเห็นว่าแม่ดูแลและจัดการชีวิตของครอบครัวอย่างไร ส่วนเมื่อมาเมืองไทย เขาก็ได้เห็นว่าแม่ทำงานในสิ่งที่รักอย่างไร และกว่าจะทำงานหนึ่งชิ้นได้ต้องเตรียมตัวและทุ่มเทมากแค่ไหนค่ะ”
จังหวะที่ลงตัวของการกลับสู่เวที
“ตลอด 7 ปีหลังจาก ‘บัลลังก์เมฆ เดอะมิวสิคัล’ ก็มีการพูดคุยกันเป็นระยะว่าแพ็ทจะพร้อมกลับมาเมื่อไร แต่การแสดงละครเวทีหนึ่งเรื่องต้องวางแผนล่วงหน้าเป็นปี เพราะชีวิตของแพ็ทไม่ได้มีแค่ตารางของตัวเอง ยังมีตารางของลูกและสามีด้วย ช่วงที่ทำได้แน่นอนจึงต้องเป็นช่วงเดือนมิถุนายนถึงสิงหาคม เพราะเป็นช่วงปิดเทอมใหญ่และลูกสามารถเดินทางมาอยู่ด้วยกันได้ เมื่อทราบว่า ‘เมืองมารยา เดอะมิวสิคัล’ จะแสดงในช่วงนี้ แพ็ทจึงปรึกษาทุกคนในครอบครัว ทั้งสามี ลูก คุณแม่ และน้อง ทุกคนอยากให้แพ็ทกลับมาแสดง โดยเฉพาะสามี (คุณมาร์ค แกรี โรดริเกส) ที่อยากเห็นแพ็ทกลับมาอยู่บนเวทีอีกครั้ง เขาบอกว่าไม่ต้องห่วงเรื่องลูกหรือเรื่องโรงเรียนที่อเมริกา เพราะเขาจะช่วยจัดการให้ แพ็ทจะได้ทุ่มเทกับงานตรงนี้อย่างเต็มที่ เมื่อทุกอย่างลงตัวจึงตัดสินใจรับแสดงค่ะ”

เสน่ห์ของการแสดงสดที่ยังคิดถึง
“เสน่ห์ของละครเวทีคือการที่เราได้ร้องเพลง เป็นตัวละคร แสดง เต้น และเคลื่อนไหว ทุกอย่างเกิดขึ้นพร้อมกันแบบสดๆ ต่อหน้าคนดูค่ะ ถึงเราจะพูดบทเดิมและร้องเพลงเดิม แต่การแสดงแต่ละรอบไม่เคยเหมือนกัน เพราะสิ่งที่เกิดขึ้นสดในแต่ละวันจะมีรายละเอียดและความรู้สึกต่างกัน ตรงนี้ทำให้เราได้เรียนรู้และพัฒนาตัวเองอยู่ตลอด เหมือนได้กลับเข้าโรงเรียนอีกครั้ง แต่การขึ้นไปแสดงไม่ได้มีเพียงสิ่งที่คนดูเห็นบนเวที เบื้องหลังยังมีทั้งการฝึกฝน การพักผ่อน การรับประทานอาหาร การดูแลร่างกายและเสียง รวมถึงการเตรียมตัวให้พร้อมทั้งกายและใจ ทุกอย่างจึงต้องวางแผนและทุ่มเทมากค่ะ”
‘เพียงดาว’ บทบาทที่ไกลตัวและท้าทาย
“สิ่งสำคัญคือบทและความท้าทายของเรื่องนี้ค่ะ ‘เมืองมารยา เดอะมิวสิคัล’ เป็นละครเวทีเรื่องที่หกของแพ็ท และบท ‘เพียงดาว’ เป็นบทที่แพ็ทยังไม่เคยทำมาก่อน ทุกคนน่าจะได้เห็นแพ็ทในแบบที่ไม่เคยเห็น เพราะตัวละครค่อนข้างไกลจากตัวแพ็ทมาก การจะเข้าถึงชีวิตของตัวละคร เราต้องเรียนรู้ใหม่ทั้งหมดว่าเขาเติบโตมาอย่างไร คิดและรู้สึกอย่างไร รวมถึงอะไรทำให้เขาพูดหรือตัดสินใจแบบนั้น เหมือนเราต้องทำความรู้จักคนคนหนึ่งขึ้นมาใหม่ จึงเป็นงานที่ไม่ง่ายและต้องทำการบ้านเยอะมาก แต่แพ็ทก็รู้สึกสนุกที่ได้ทำสิ่งใหม่ เพราะยิ่งท้าทายก็ยิ่งทำให้เราได้เรียนรู้อีกมากค่ะ เรื่องนี้นำ ‘เมืองมายา’ และ ‘มารยาริษยา’ มารวมกัน พร้อมปรับให้เข้ากับวงการบันเทิงในปัจจุบัน จากโลกของนางแบบในอดีตมาเป็นเรื่องของนักแสดง เมื่อดาวค้างฟ้าต้องมาเจอกับดาวรุ่งดวงใหม่ และเมื่อถ่ายทอดเป็นมิวสิคัล เราต้องสื่อสารทั้งผ่านการแสดงและการร้องเพลงให้คนดูเข้าใจและรู้สึกไปกับตัวละครภายในเวลาไม่กี่ชั่วโมง จึงเป็นงานชิ้นใหญ่ที่ท้าทายนักแสดงทุกคนค่ะ”
การเรียนรู้ร่วมกับนักแสดงต่างเจเนอเรชัน
“แพ็ทรู้สึกว่านักแสดงรุ่นใหม่เก่งมากค่ะ ถึงอายุยังน้อยแต่มีความสามารถสูง เรียนรู้เร็ว ทำการบ้านมาดี และฝึกฝนเพื่อพัฒนาตัวเองอยู่เสมอ แม้แพ็ทอาจมีประสบการณ์ด้านละครเวทีมากกว่า แต่แพ็ทก็ได้เรียนรู้อะไรใหม่ๆ จากน้องๆ เพราะแต่ละคนมีวิธีทำงานที่ไม่เหมือนกัน เวลาเปลี่ยนฉากหรือเปลี่ยนสถานการณ์ เราก็ได้เห็นและเรียนรู้สิ่งที่ไม่เคยมีประสบการณ์มาก่อน ที่สำคัญคือทุกคนเป็นกันเอง พร้อมเรียนรู้ และไม่มีอีโก้ ทำให้การทำงานสนุก และยิ่งทำให้แพ็ทอยากพัฒนาตัวเองต่อไปเรื่อยๆ ค่ะ”

การรักษาสิ่งที่ทำได้ดีให้ดียิ่งขึ้น
“การที่เราเคยทำได้ดี ไม่ได้หมายความว่าเราจะดีอยู่แค่นั้นค่ะ ณ เวลานั้นเราอาจทำดีที่สุดเท่าที่ทำได้ แต่เมื่อเวลาผ่านไป ทุกอย่างเปลี่ยนแปลง เราจึงควรเรียนรู้อยู่เสมอ เพราะถ้าเราฝึกฝนต่อ ความสามารถและทักษะก็จะพัฒนาขึ้น แต่ถ้าหยุดอยู่กับที่ก็จะไม่ไปไหน การร้องเพลงก็เหมือนกับการเล่นกีฬา ถ้าเราหยุดฝึก กล้ามเนื้อก็อ่อนแรงลง แต่ถ้าเรียนและฝึกต่อเนื่อง ช่วงเสียงก็จะกว้างขึ้น เส้นเสียงแข็งแรงและมีความมั่นคงมากขึ้น แพ็ทจึงยังไม่หยุดเรียนร้องเพลง และอยากให้ลูกได้เห็นด้วยว่า ไม่ว่าเราจะรักหรือทำสิ่งใด เราต้องพยายามทำให้ดียิ่งขึ้นเสมอ เพราะหนึ่งในสิ่งที่ยากที่สุดคือการรักษาสิ่งดีๆ ที่เรามีอยู่ให้คงที่หรือพัฒนาขึ้นค่ะ”
เปิดรับทุกโอกาสและประสบการณ์ใหม่
“ปีที่แล้วแพ็ทมีโอกาสได้แสดงภาพยนตร์ ซึ่งมีกำหนดออกฉายในปีนี้ เป็นประสบการณ์ใหม่ที่สนุกและทำให้ได้เรียนรู้อะไรเพิ่มขึ้นมาก แพ็ทรู้สึกว่าตัวเองก็สามารถทำงานด้านนั้นได้ และยังอยากทำต่อส่วนมิวสิคัลก็ยังเป็นสิ่งที่แพ็ทมีความสุข หากในอนาคตมีบทที่ท้าทายและทุกอย่างลงตัว ก็อยากกลับมาทำอีกเรื่อยๆ แพ็ทเป็นคนค่อนข้างเปิดกว้าง อยากลองและเรียนรู้สิ่งใหม่อยู่เสมอ สามีจะบอกแพ็ทตลอดว่า หากมีโอกาสเข้ามาและทุกอย่างลงตัวก็ไม่ควรปฏิเสธ เพราะโอกาสไม่ได้มีมาทุกวัน เมื่อได้ลอง เราก็จะรู้ว่าทำได้ไหมหรือชอบหรือเปล่า และไม่ว่าผลจะเป็นอย่างไร อย่างน้อยเราก็ได้รับประสบการณ์ชีวิตค่ะ”
‘เมืองมารยา เดอะมิวสิคัล’ ความสนุกที่อยากให้ทุกคนมาสัมผัส
“แพ็ทขอฝากละครเวที ‘เมืองมารยา เดอะมิวสิคัล’ ซึ่งเปิดการแสดงระหว่างวันที่ 17 สิงหาคม–27 กันยายน 2569 ณ เมืองไทยรัชดาลัย เธียเตอร์ค่ะ เรื่องนี้มีทั้งความแซ่บ ความเข้มข้น และความแปลกใหม่หลายอย่าง แฟนละครเวทีรัชดาลัยจะได้เห็นสิ่งที่ไม่เคยทำมาก่อน เพลงก็มีความหลากหลายและมีความใหม่ เป็นละครที่ดูได้ทุกเพศทุกวัย และครบทุกรสทุกอารมณ์ ทั้งน้ำตา รอยยิ้ม เสียงหัวเราะ ความเศร้า และความสุข นักแสดงทุกคนทุ่มเทและมีเสน่ห์ในการแสดง รวมถึงยังมีเซอร์ไพรส์อีกหลายอย่างที่รอให้คนดูได้มาสัมผัส จึงอยากชวนทุกคนมาร่วมสนุกไปพร้อมกันค่ะ สำหรับแพ็ทเอง บท ‘เพียงดาว’ เป็นบทที่ยากที่สุดเท่าที่เคยแสดงละครเวทีมา เพราะแตกต่างและไกลตัวมาก ต้องเรียนรู้ชีวิตของตัวละครและทำการบ้านอย่างหนัก แพ็ทจึงตั้งใจว่าจะต้องทำให้ได้ และถ้าทำสำเร็จก็จะเป็นอีกหนึ่งความภูมิใจของตัวเองค่ะ”
บทสนทนาครั้งนี้ทำให้เราได้เห็นว่า เบื้องหลังทุกบทบาทของคุณแพ็ทคือวินัย ความตั้งใจ และความรักในสิ่งที่ทำ สามสิ่งสำคัญที่ยังคงชัดเจนเสมอ ไม่ว่าเวลาจะผ่านไปนานเพียงใด

Author By : Arunlak Tanomsin
