
ตลอดหลายปีที่ผ่านมา ม.ล.ปุณยนุช เกษมสันต์ ดุลยจินดา หรือ ‘คุณดาว’ อุทิศเวลาให้กับงานสังคมและงานสาธารณประโยชน์มาโดยตลอด ปัจจุบันเธอเริ่มทยอยลดบทบาทในงานสังคมบางส่วน เพื่อหันมาให้เวลากับสิ่งสำคัญในชีวิตมากขึ้น ทั้งการพัฒนาพิพิธภัณฑ์ชาโตว์ เดอ ลาพอร์ซเลน การศึกษาระดับปริญญาเอก และการดูแลครอบครัว ซึ่งล้วนเป็นบทบาทที่เธอให้ความสำคัญในช่วงเวลานี้ของชีวิต

รอยยิ้มจากการทำเพื่อส่วนรวม
“ทุกวันนี้ สิ่งที่ทำให้ดิฉันยิ้มได้มากที่สุด คือผลลัพธ์จากการทำงาน ดิฉันเป็นคนทำงานอย่างจริงจัง และการทำงานร่วมกับคนจำนวนมากย่อมมีอุปสรรคและเรื่องจุกจิกให้ต้องแก้ไขอยู่เสมอ แม้จะเหนื่อย แต่เมื่อทุกอย่างผ่านพ้นไป ต่อให้ผลสำเร็จไม่ได้สมบูรณ์แบบร้อยเปอร์เซ็นต์ ดิฉันก็มีความสุข เพราะงานที่ทำล้วนเป็นงานการกุศลและงานเพื่อสาธารณประโยชน์ แม้องค์กรของเราจะเป็นเพียงฟันเฟืองเล็กๆ ของสังคม แต่เราตั้งใจทำทุกอย่างอย่างเต็มกำลัง ไม่ว่าจะเป็นการสนับสนุนงานด้านสาธารณสุข การบำรุงศาสนสถาน หรือกิจกรรมที่เกี่ยวเนื่องกับชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ เมื่องานสำเร็จลุล่วง ดิฉันก็ยิ้มได้ด้วยความปริ่มใจทุกครั้ง โดยเฉพาะเมื่อได้รับความเข้าใจและกำลังใจจากคนรอบข้างในรูปแบบต่างๆ”
กำลังใจที่อยากส่งต่อ
“อย่าท้อใจกับชีวิตและการทำงาน เพราะทุกปัญหามีทางออกเสมอ ขอเพียงมีความเพียรพยายาม รู้จักจัดระเบียบความคิดและอารมณ์ของตัวเอง รวมทั้งอดทนรอเวลาที่เหมาะสม อย่าถอดใจเมื่อพบเจอคนที่คอยบั่นทอนกำลังใจ เพราะท้ายที่สุด ดิฉันเชื่อว่าสิ่งศักดิ์สิทธิ์จะดลใจให้คนดีได้เห็นความดีของคนดีด้วยกัน”

รอยยิ้มที่อยู่ในความทรงจำ
“หากพูดถึงรอยยิ้มที่อยู่ในความทรงจำ ดิฉันประทับใจในรอยแย้มพระสรวลของ 3 พระองค์เป็นอย่างยิ่ง พระองค์แรก คือ สมเด็จพระนางเจ้า-สิริกิติ์ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ดิฉันเคยมีโอกาสถวายงานอย่างไม่เป็นทางการระหว่างตามเสด็จฯ เยี่ยมราษฎรในภาคเหนือ แม้จะทรงเหน็ดเหนื่อยจากพระราชกรณียกิจตลอดทั้งวัน แต่ยังทรงมีรอยแย้มพระสรวลที่งดงาม เปี่ยมด้วยพระเมตตาและพระมหากรุณาธิคุณ สิ่งที่ตราตรึงใจที่สุด คือภายหลังเสด็จกลับถึงพระตำหนัก พระองค์ยังทรงจำดิฉันได้ และมีพระราชดำรัสทักทาย พร้อมรับสั่งถามด้วยความห่วงใยว่าเหนื่อยไหมจ๊ะ ลงจากดอยอ่างขางมาตอนไหน ขอบใจนะจ๊ะอุตส่าห์มาช่วยถือของ เป็นความทรงจำที่งดงามและยังคงอยู่ในใจของดิฉันเสมอ
“พระองค์ที่สอง คือ สมเด็จพระบรมราชินี ดิฉันเคยมีโอกาสเข้าเฝ้าฯ อย่างใกล้ชิด เมื่อครั้งกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จัดงานที่ไอคอน สยาม ดิฉันรู้สึกชื่นชมในพระบุคลิกภาพที่สง่างาม เข้มแข็ง และทรงมีรอยแย้มพระสรวลที่งดงาม เปิดเผย และจริงใจ จึงไม่แปลกใจที่จะทรงเป็นที่รักของพสกนิกรชาวไทยและต่างประเทศ
“อีกหนึ่งความทรงจำที่ดิฉันประทับใจ คือรอยแย้มพระสรวลอันบริสุทธิ์ในวัยเยาว์ของสมเด็จเจ้าฟ้าพัชรกิติยาภาฯ ขณะนั้นดิฉันทำงานด้านประชาสัมพันธ์ของโรงแรมแห่งหนึ่ง และมีโอกาสถวายการรับใช้ในโอกาสที่พระองค์ตามเสด็จพระมารดา มาเสวยพระกระยาหารพระองค์ทรงรับสั่งถามชื่อดิฉัน ก่อนจะทรงชี้ไปบนท้องฟ้าและรับสั่งว่า "ดาว... เดือน" พร้อมรอยแย้มพระสรวลอันสดใส ของพระกุมารีน้อยพระชันษาเพียง 1 ปี
“เมื่อถึงเวลาส่งเสด็จกลับ แม้จะทรงง่วงแล้ว แต่ยังทรงหันมารับสั่งถามดิฉันด้วยพระเมตตาว่า "ดาว... เราจะไปด้วยกันจริงๆ หรือ?" เป็นประโยคสั้นๆ ที่ยังคงตราตรึงอยู่ในความทรงจำของดิฉัน แม้เวลาจะผ่านมากว่า 46 ปีแล้วก็ตาม”

Author By : Arunlak Tanomsin
