
จากบทบาท Friends of UNFPA สู่การเป็นหนึ่งในเสียงสนับสนุนโครงการ ‘Safeguarding Thailand’ ปีนี้ คุณลูกเกด – เมทินี กิ่งโพยม บอกกับเราตรงไปตรงมาว่า ประเด็นเรื่อง ‘พื้นที่ปลอดภัย’ ในวงการกีฬา กลายเป็นเรื่องใกล้ตัวมากขึ้นกว่าที่เคย เพราะเธอมองมันผ่านสายตาของ ‘คุณแม่’ คนหนึ่ง
จากเวที Her Awards สู่การขับเคลื่อนประเด็นความปลอดภัยในกีฬา
“การร่วมงานของเกดกับ UNFPA คือในฐานะ Friends of UNFPA ค่ะ ได้ร่วมงานครั้งแรกใน Her Awards 2024 ของ UNFPA ประเทศไทย แล้วก็เป็นเสียงให้กับสตรีและเด็กที่ถูกทำร้ายร่างกาย ทุกวันนี้ถ้ามีโครงการอะไรที่เกดช่วยเป็นกระบอกเสียงได้ ไม่ว่าจะเป็นการช่วยเหลือเด็กหรือผู้หญิง เกดก็พร้อมจะร่วมค่ะ”
เธออธิบายว่า การเข้าร่วมโครงการ ‘Safeguarding Thailand’ ในครั้งนี้มีความหมายเป็นพิเศษ เพราะเกี่ยวข้องกับโลกของกีฬาโดยตรง
“ลูกชายเกด (คุณสกาย กิ่งโพยม ชาร์พเพิร์ล) เป็นนักกีฬาว่ายน้ำค่ะ ในฐานะผู้ปกครอง เราทุกคนก็อยากให้ลูกมีพื้นที่ที่ปลอดภัย เป็น Safe Zone ของเขา พอได้ฟังข้อมูลจริงๆ ว่าในประเทศไทยเรายังไม่มีระบบที่เข้มแข็งพอในการดูแลเรื่องนี้ เกดก็เลยรู้สึกว่า เกดอยากใช้เสียงของเกดมาช่วยตรงนี้”
ศักยภาพจะถูกปลดล็อก เมื่อรู้สึกปลอดภัย
คุณลูกเกดมองว่า การเป็นนักกีฬาไม่ใช่เพียงเรื่องของเหรียญรางวัลหรือชัยชนะ แต่เป็นกระบวนการพัฒนาตัวเองที่ต้องอาศัยทั้งวินัย ความอดทน และความเข้มแข็งทางจิตใจ
“นักกีฬาจะโชว์ Potential ของตัวเองได้เต็มที่ ต้องเริ่มจากความรู้สึกปลอดภัยก่อน ไม่ว่าจะเป็นทีม โค้ช องค์กร หรือเพื่อนร่วมทีม ทุกอย่างที่เกี่ยวข้องกับเขา เขาต้องรู้สึกปลอดภัย ถ้าเขารู้สึกปลอดภัย เขาจะเป็นตัวของตัวเอง และ Perform ได้เต็มที่ แต่ถ้าไม่ปลอดภัย เขาจะระแวง เครียด และไปไม่สุด”

Safeguarding Thailand คือระบบ ไม่ใช่แค่คำพูด
โครงการ ‘Safeguarding Thailand’ เป็นความร่วมมือระหว่าง UNFPA Thailand, HiSoParty ในฐานะสื่อสารมวลชน และคณะกรรมการโอลิมปิกแห่งประเทศไทย เพื่อสร้างกลไกที่นักกีฬาสามารถพึ่งพาได้จริง
“ถ้ามีเหตุการณ์ที่ทำให้นักกีฬารู้สึกไม่ปลอดภัย ถูกละเมิดสิทธิ์ หรือถูกทำร้าย ไม่ว่าจะเป็นการละเมิดทางวาจาหรือทางร่างกาย เขาจะมีองค์กรที่สามารถแจ้งได้ ขอความช่วยเหลือได้ และมั่นใจว่าองค์กรนั้นจะปกป้องเขาได้”
คุณลูกเกดเน้นว่า ความเป็นเลิศในกีฬาเริ่มจากวินัย แต่ต้องมี Safety เป็นพื้นฐานควบคู่กัน
“นักกีฬาต้องมีวินัยก่อน แล้วต้องเห็นคุณค่าของตัวเอง หลังจากนั้นคือสิ่งแวดล้อม ทีม โค้ช อุปกรณ์ และที่สำคัญคือ Safety ถ้าทั้งหมดนี้รวมกัน คุณจะได้นักกีฬาที่มีคุณภาพจริงๆ”
จากระบบสู่การเปลี่ยนวัฒนธรรม
ในระดับโครงสร้าง UNFPA จะช่วยวาง Standard และคู่มือปฏิบัติพร้อมจัดอบรมบุคลากรทุกระดับ เพื่อให้รู้วิธีรับมือเมื่อเกิดเหตุการณ์ไม่เหมาะสม
“เราจะมีแค่คู่มืออย่างเดียวไม่ได้ ต้องมีการอบรม ต้องรู้ว่าเมื่อเกิดปัญหาแล้วต้อง React ยังไง ทุกคนในระบบต้องเข้าใจตรงกัน
“ถ้าอยากให้ปัญหานี้ลดลงในอนาคต มันต้องเริ่มจากที่บ้าน เราต้องสอนลูกว่าอะไรถูกอะไรผิด อะไรควรทำหรือไม่ควรทำ การปลูกฝังจากครอบครัวสำคัญมาก”
Speak Up — แต่ระบบต้องทำให้เขาปลอดภัยพอที่จะพูด
คุณลูกเกดย้ำว่า นักกีฬาทุกคนควรกล้าที่จะ Speak Up และ Speak Out เมื่อถูกละเมิดสิทธิ์ แต่เธอก็ยอมรับว่าบริบทของกีฬาไม่ง่าย
“ในวงการกีฬา มัน Complicate กว่าที่คิด เพราะนักกีฬาอาจถูกกดดันหรือข่มขู่ว่า ถ้าพูดจะไม่ได้ลงแข่ง ไม่ได้เข้าทีมชาติ เพราะฉะนั้น การมีองค์กรที่สามารถตรวจสอบและควบคุมผู้มีอำนาจได้ จึงสำคัญมาก”
นักกีฬาก็คือมนุษย์
ในฐานะคุณแม่ เธอฝากถึงผู้ปกครองและโค้ชว่า “นักกีฬาก็คือคน มีความรู้สึก ถ้าเขาบอกว่าไม่ไหว เจ็บ หรือปวด อย่าฝืน อย่าผลักดันมากเกินไป การเป็นนักกีฬาไม่ง่ายเลย”
แม้เธอจะมีความฝันอยากเห็นลูกเป็นตัวแทนประเทศ แต่เธอกล่าวชัดเจนว่า
“ถ้าวันหนึ่งลูกบอกว่าเขาไม่อยากไปต่อ ถึงแม้เกดจะอกหัก แต่เกดก็ต้องยอม”

Author By : Arunlak Tanomsin

