counters
hisoparty

ถอดสูตรความสำเร็จท่ามกลางอาณาจักร ‘THANN Wellness Destination’ ของ ‘คุณฐิติพัฒน์ ศุภภัทรานนท์’

19 hours ago

ฐิติพัฒน์ ศุภภัทรานนท์

          ความสำเร็จเกิดจากหลากหลายปัจจัยหลอมรวมเข้าด้วยกัน แต่สิ่งสำคัญที่สุดล้วนมาจาก ‘แนวคิด’ ในการเริ่มต้นทำสิ่งที่รัก รู้จักบริหารเวลา และไม่หยุดพัฒนาตัวเอง เฉกเช่นเดียวกับ ‘คุณโอ๋ - ฐิติพัฒน์ ศุภภัทรานนท์’ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ธัญ-ออริซ่า จำกัด เขาคือผู้ก่อตั้งแบรนด์ THANN และ THANN Wellness Destination ที่ปัจจุบันสามารถพา THANN โลดแล่นไปไกลในระดับโกลบอล

          “ผมรักงานนี้ที่สุด ทำแล้วสนุก” ประโยคที่แสดงออกถึงความจริงใจ และกล่าวออกมาภายใต้แววตาอันเปี่ยมสุขของ ‘คุณโอ๋ - ฐิติพัฒน์ ศุภภัทรานนท์’ อดีตนักการตลาดชาวไทย ที่ไปเติบโตในสายงาน ณ ประเทศออสเตรเลีย เขาเริ่มต้นธุรกิจจากความคิดในการอยากทำสิ่งที่รัก แล้วลงมือวางแผนแพลนโครงสร้างด้านการตลาดให้กับแบรนด์ในฝัน พร้อมปลุกปั้นด้วยเงินทุน 500,000 บาท แต่ด้วยการพัฒนาอย่างไม่หยุดยั้ง เขาสามารถยกระดับการเติบโตเดินหน้าสู่การเป็นเจ้าของอาณาจักร Wellness Destination มูลค่ากว่า 700 ล้านบาท บนพื้นที่กว่า 30 ไร่ในจังหวัดพระนครศรีอยุธยา แผนที่แห่งความสำเร็จที่เขาบรรจงขีดเขียนขึ้นมาด้วยตัวเอง

          “ผมได้มีโอกาสมาเที่ยวอยุธยา แล้วรู้สึกชอบ เพราะบรรยากาศดี มีทั้งธรรมชาติที่บริสุทธิ์ และเรื่องราวทางประวัติศาสตร์ที่สวยงาม เดินทางไม่ไกลจากกรุงเทพฯ ประกอบกับตกหลุมรักแม่น้ำน้อย แม่น้ำที่มีความบริสุทธิ์ เพราะบริเวณนี้ถูกจำกัดไม่ให้มีการสร้างโรงงาน หรือสร้างหมู่บ้านขนาดใหญ่ ผมเริ่มต้นจากการซื้อที่ดินจำนวน 10 ไร่ จากนั้นเจ้าของที่ดินที่อยู่ติดๆ กันก็ค่อยๆ มาทยอยขายให้อีก ทำให้เรามีที่ดินขยายใหญ่ขึ้นรวมจำนวน 30 ไร่”

          “ประกอบกับผมอยากทำอะไรที่น่าสนใจมากขึ้นกว่าเดิม อยากสร้างสถานที่ที่สามารถทำร่วมกับโปรแกรมสปาทรีตเมนต์ ในขณะเดียวกันก็สามารถเอนจอยกับไลฟ์สไตล์ในการเข้าพักได้ด้วย เราจึงนิยามที่นี่ว่าเป็น Wellness Destination เพราะสามารถสื่อสารได้ว่าเราตั้งใจทำสิ่งที่เกี่ยวข้องกับสุขภาพ เพื่อให้ทุกท่านที่มาใช้บริการมีชีวิตที่ดี ที่สำคัญช่วยเติมความฝันของคนกรุงเทพฯ ให้ได้ใช้พื้นที่ร่วมกับธรรมชาติอย่างกลมกลืน มีกิจกรรมให้ทำมากมาย ไม่ว่าจะเป็นการทดลองปลูกผักออแกนิก หรือเก็บไข่ออแกนิกมาปรุงอาหาร ปัจจุบันเรามีห้องพักกว่า 50 ห้อง มี Spa Complex ขนาด 1,500 ตารางเมตร มีบริการออนเซ็น ร้อน อุ่น เย็น มีฟิตเนสสตูดิโอ มีคลาสออกกำลังกายต่างๆ มีอุปกรณ์ที่ช่วยให้เราเข้าใจร่างกายตัวเอง วิเคราะห์มวลกล้ามเนื้อ มวลไขมัน มีเครื่องช่วยสลายไขมัน รวมทั้งจัดสรรพื้นที่สันทนาการอย่าง ห้องปิงปอง เอาไว้ให้สนุกกัน” 

ฐิติพัฒน์ ศุภภัทรานนท์

‘THANN Wellness Destination’ กับคอนเซ็ปต์ความงดงามของเมืองมรดกโลก
          “เราได้รับแรงบันดาลใจในการออกแบบมาจากงานศิลปะและงานสถาปัตย์สมัยอยุธยาที่มีเรื่องราวความผูกพันกับคนไทยมาเนิ่นนาน ทั้งหลังคาตึกล็อบบี้ก็ได้แรงบันดาลใจมาจากอุโบสถวัดพุทไธศวรรย์ หรืองานซุ้มประตูต่างๆ ก็ได้รับแรงบันดาลใจมาจากงานสถาปัตย์สมัยอยุธยา บวกกับส่วนตัวผมชอบสะสมงานศิลปะ ก็เลยนำของสะสมมาเป็นแรงบันดาลใจในการครีเอทงานอินทีเรียหลายๆ อย่าง ทั้งภาพพริ้นติ้ง ผ้าไทย อีกทั้งยังสร้างมิวเซียมเล็กๆ เพื่อให้แขกได้เรียนรู้วัฒนธรรม ไลฟ์สไตล์ และรสนิยมอันดีมากๆ ของคนในยุคนั้นด้วย”
          “ส่วนตัวผมมองว่างานออกแบบที่ดีต้องมาจาก 3 องค์ประกอบ คือ 1.Customer Experience ลูกค้าจะต้องรู้สึกสะดวกสบาย 2. Aesthetic Value คุณค่าของความงาม คุณค่าทางสุนทรียศาสตร์ และ 3. บริบทของสถานที่ในการเป็น Spa Destination หรือเป็น Business Hotel ที่ใกล้ชิดธรรมชาติ ซึ่งอยุธยาเป็นเมืองหลวงเก่าของประเทศไทย เป็นเมืองมรดกโลก ทั้งหมดถูกนำมาเบลนด์เป็นงานออกแบบของ THANN Wellness Destination เพราะจุดประสงค์ของการมาที่นี่เพื่อทำให้ร่างกายและอารมณ์ดีขึ้น มารีชาร์จตัวเอง งานออกแบบก็เลย Humble ค่อนข้างถ่อมตัว ยกให้ธรรมชาติเป็นพระเอก ไม่ว่าจะเป็น ต้นไม้ สายน้ำ และพื้นที่ต่างๆ เพราะธรรมชาติมีหน้าที่ฮีลอารมณ์และความรู้สึกของเรา”

Wellness Lifestyle เมกะเทรนด์ของโลก
           “ปัจจุบันคนเริ่มแสวงหาความสมดุล 5 อย่าง คือ Work, Health, Family, Friendship และ Spirit ธุรกิจจึงเป็นไปตามวิธีคิดของคน ส่งผลให้ธุรกิจ Day Spa ธุรกิจ Wellness กลายเป็น Mega Trend ของโลก เพราะผู้คนท่องเที่ยวในรูปแบบที่เปลี่ยนไป ให้ความสำคัญกับการดูแลร่างกายและอารมณ์ด้วย ใช้จ่ายเงินกับไปไลฟ์สไตล์ เลือกซื้อประสบการณ์และการดูแลสุขภาพมากกว่าการช้อปปิ้งซื้อของเป็นชิ้นๆ เป็นเทรนด์ในรูปแบบ Wellness Lifestyle และ Balance Lifestyle ซึ่งส่งผลโดยตรงกับธุรกิจของ THANN ตั้งแต่เรื่องของผลิตภัณฑ์ที่ครอบคลุมและช่วย Enhance Quality of Life มันเป็นสิ่งที่ไม่ได้โอ้อวดใคร แต่เป็นการคืนกำไรให้ตัวเอง รีชาร์จตัวเองด้วยการเดินทางท่องเที่ยว และทำงาน บวกกับพฤติกรรมการท่องเที่ยวของคนเอเชียก็เปลี่ยนไป หันมาใช้เวลาคุณภาพของสถานที่ ได้ใช้เวลาเอนจอยกับสิ่งแวดล้อมที่ดี อาหารที่ดี ฉะนั้น Facility ในโรงแรมก็ต้องมีความหลากหลาย ต้องทำถึง ซึ่ง Business Unit ใหม่ของเราก็ช่วยตอบโจทย์ New Lifestyle ของคนในปัจจุบัน”

ฐิติพัฒน์ ศุภภัทรานนท์

หลังจากพูดคุยกันมาสักพัก คุณโอ๋ได้พาเราร่วมย้อนไปยังจุดเริ่มต้นของแบรนด์ THANN เมื่อ 23 ปีก่อน
          “ตอนนั้นผมทำงานเป็นนักการตลาด อยู่ที่ซิดนีย์ ออสเตรเลีย สนุกกับการทำมาร์เก็ตติ้งให้กับแบรนด์ใหญ่ๆ และคิดว่าน่าจะสนุกขึ้นอีก ถ้าได้สร้างแบรนด์ของตัวเอง เราก็เลยเขียนแผนการตลาดเกี่ยวกับสินค้า Senses ทั้งหมดของมนุษย์ ก็เลยคิดว่าน่าจะดี ถ้าได้ทำธุรกิจเกี่ยวกับ Spa Product และ Day Spa ให้คนได้เข้ารับบริการนวด ได้สัมผัสทางร่างกายที่ดี ได้ฟังฮีลลิ่งมิวสิค ได้ฟังเสียงธรรมชาติที่เราออกแบบไว้ ซึ่งโชคดีมากที่ปีแรก THANN มีโอกาสได้ส่งออกไปจำหน่ายยังต่างประเทศ ทำให้ผู้คนได้เห็นสินค้าของเรา รวมทั้งกลุ่มนักธุรกิจที่เดินทางมาท่องเที่ยวในประเทศไทย เมื่อเขาได้เห็นช็อปและสปาของเรา ก็สนใจมาติดต่อขอเป็นเอเจนท์ ทำให้แบรนด์เติบโตแบบก้าวกระโดด โดยเฉพาะในตลาดหลักอย่าง ญี่ปุ่น จีน สิงคโปร์ และเกาหลี” 
          “หลังจากนั้นอีก 3 ปี ต่อมา เราสามารถเปิดช็อปแรกในย่านอาโอยาม่า ประเทศญี่ปุ่น ด้วยความที่เป็นย่านค่อนข้างหรูหรา ยิ่งช่วยส่งเสริมให้ภาพลักษณ์ของช็อปยิ่งดูดีขึ้นไปด้วย แล้วก็โชคดีที่ห้างสรรพสินค้าชื่อดังอย่าง อิเซตัน ชินจูกุ ชวนให้เราไปเปิดสาขา หลังจากนั้นสายการบิน ANA ก็เลือกแบรนด์เราไปให้บริการใน Business Class ก็เลยยิ่งทำให้คนมีโอกาสได้เห็น THANN มากยิ่งขึ้น แล้วเราก็สามารถขยายสาขาในประเทศญี่ปุ่นได้อย่างต่อเนื่อง ปัจจุบันเรามีสาขาอยู่ในศูนย์การค้าสำคัญๆ อาทิ โอโมเตะซันโดฮิลล์ ย่านโอโมเตะซันโด และอาซาบุไดฮิลส์ ย่านกินซ่า”

‘ญี่ปุ่น’ เปลี่ยนชีวิต
          “ในยุคก่อนคนไทยจะไม่ค่อยมีความมั่นใจในคุณภาพสินค้าไทยมากเท่าไหร่ แต่พอเขาเห็น THANN ไปจัดจำหน่ายในญี่ปุ่น จึงเกิดความเชื่อมั่น และรับรู้ว่าเป็นแบรนด์ที่มีคุณภาพดี เพราะคนญี่ปุ่นเป็นคนละเอียด การที่จะซื้ออะไรต้องคุณภาพสูง แพกเกจจิ้งต้องได้ ยิ่งถ้าไปอยู่ในย่านการค้าสำคัญๆ อย่าง กินซ่า ชินจูกุ โอโมเตะซันโด คุณภาพก็ยิ่งต้องสูง เรียกได้ว่าญี่ปุ่นสร้างจุดเปลี่ยนสำคัญ ทำให้คนมองแบรนด์ THANN ต่างออกไป แต่ในขณะเดียวกันเราก็ต้องทำงานหนักขึ้น เพื่อพัฒนาคุณภาพสินค้าในทุกมิติให้เป็นที่ยอมรับ และสินค้าต้องมีคุณภาพดีพอสำหรับตลาดญี่ปุ่น ช่วงประมาณ 5-6 ปีแรก เราจึงต้องทำงานกันหนักมาก ฉะนั้น สิ่งที่ได้จึงไม่ใช่แค่เรื่องแบรนดิ้ง แต่เป็นเรื่องของคุณภาพ ตั้งแต่ผลิตภัณฑ์ แพกเกจจิ้ง ไปจนถึงโลจิสติกส์ เราต้องพัฒนาจากสแตนดาร์ดลูกค้าที่สูงมาก หากสินค้าคุณภาพไม่ดีพอ เราต้องยอมทิ้งทั้งล็อตการผลิต เราจึงต้องเรียนรู้ในขณะที่กำลังเติบโต พยายามยึดมั่นด้านคุณภาพ เพื่อความยั่งยืนในระยะยาว”

ฐิติพัฒน์ ศุภภัทรานนท์

ขับเคลื่อนก้าวย่างแห่งความสำเร็จจากปรัชญา ‘อิคิไก’
          “ไม่ว่าเราจะทำธุรกิจ หรือเป็นโปรเฟสชันนอลในองค์กร เราต้องมีอิคิไกของตัวเอง อิคิไกคือ ปรัชญาชีวิตของคนญี่ปุ่น ที่หมายถึงคุณค่าของการมีชีวิตอยู่อย่างแท้จริง ความหมายของการมีชีวิตในทุกๆ วัน เหตุผลที่ทำให้เราอยากตื่นนอน ประกอบด้วย 4 ส่วน คือ 1.ทำสิ่งที่รัก ต้องหาให้เจอว่าเรารักอะไร แล้วเลือกทำในสิ่งนั้น 2.ทำสิ่งที่ทำได้ดี ถ้ายังทำไม่ได้ดี ก็หาความรู้เพิ่มเติมในทุกๆ วัน 3. ทำสิ่งที่โลกใบนี้ต้องการ โลกต้องการของจากธรรมชาติ คุณภาพดี ราคาจับต้องได้ การบริการ โลจิสติกส์ ความสะดวกสบาย เราก็ต้องทำสิ่งที่ตอบโจทย์ และ 4. ทำสิ่งที่ได้ค่าตอบแทน งานที่ทำต้องสามารถเลี้ยงตัวเองได้”
          “ทุกคนควรมีอิคิไก ไม่ว่าจะเป็นใคร ควรมีสิ่งที่มีความหมายให้ทำไปเรื่อยๆ แต่ก็ต้องเหมาะสมกับความสามารถและกำลังกายของตัวเอง Do what you Love ต้องมาพร้อม Do what you Good at ถ้าวันนึงตระหนักได้ว่าสกิลของเราไม่สอดคล้องกับ New Consumer หรือ New Our Business ก็แค่ปรับให้คนรุ่นใหม่ทำ ส่วนสิ่งไหนที่เราสามารถ Contribute ได้ดีกว่าคนรุ่นใหม่ เราก็ต้องทำ สิ่งเหล่านี้มันเป็นศิลปะ เราควรรู้ตัวเองว่าจะต้องทำสิ่งไหนน้อยลง และควรจะทำสิ่งไหนมากขึ้น”

เคล็ดลับการบริหารความสัมพันธ์กับพันธมิตร 
          “การทำธุรกิจอยู่คนเดียวไม่รอด ไม่มีใครทำสิ่งที่ยิ่งใหญ่ได้ด้วยตัวคนเดียว การมี Relationship ที่ดีกับคู่ค้าเป็นเรื่องที่สำคัญที่สุด หนึ่งเพื่อทำให้ธุรกิจเราประสบความสำเร็จ ตั้งแต่คนที่ขายสารสกัด แพกเกจจิ้ง ไปจนถึงพันธมิตรที่เป็นศูนย์การค้า โรงแรม สายการบิน วิธีคิดของผมคือ ต้องวินวิน ต้องได้รับทั้งคู่ คนที่ให้กับให้จะอยู่ด้วยกันได้นาน เป็น Long Term Relationship เราทำสิ่งที่มีความสำเร็จร่วมกันใน Long Term ไม่เอาเปรียบกัน เรามองหาคนเก่งมาเป็นพันธมิตร เพราะนอกจากจะได้ทำงานอย่างราบรื่นแล้ว ยังได้เรียนรู้วิธีคิด และวิธีการทำงาน เพื่อนำไปสู่การทำสิ่งที่ยิ่งใหญ่ เหมือนประโยคที่ว่าเดินด้วยกันอาจจะช้าหน่อย แต่มันเดินได้ไกล” 

กฎการบริหารเวลา 4 D
          “ส่วนตัวผมคำนึงถึงกฎ 4 D ประการแรก Do it Now สำหรับงานที่เร่งด่วนมาก และสำคัญมาก สอง Date it สำหรับงานที่เร่งด่วนน้อย สำคัญมาก เป็นงานที่ยังพอมีเวลาค่อยๆ คิด เพราะการลงมือทำในเวลาที่ถูกต้องอาจจะได้ผลลัพธ์ที่ดีกว่า ได้ทั้งคุณภาพ และได้บริหารชีวิตด้วย สาม Delegate สำหรับงานที่เร่งด่วนมาก สำคัญน้อย มอบหมายให้ลูกน้องเอาไปทำเดี๋ยวนี้ และสุดท้าย Dump it สำหรับงานที่ไม่เร่งด่วน และไม่สำคัญ ไม่ต้องไปสนใจ ให้ทิ้งไปเลย แต่ก่อนจะใช้ 4 D ในการคัดกรอง เราต้องมีความสามารถในการวิเคราะห์ด้วยเวลาอันรวดเร็วได้ว่าสิ่งไหนต้องทำเลย สิ่งไหนรอได้ สิ่งไหนควรมอบหมายให้ทีมงานทำ หรือสิ่งไหนไม่ควรสนใจ”

ฐิติพัฒน์ ศุภภัทรานนท์

ก้าวต่อไปของ THANN และ THANN Wellness Destination
          “เราค่อนข้างเชี่ยวชาญด้าน Holistic Wellness แต่ด้วยวิวัฒนาการทางการแพทย์ที่ก้าวหน้าไปอย่างรวดเร็ว ประกอบกับเรามีความสนใจในเรื่องนี้เป็นพิเศษ เลยอยากนำมาเสริมความแข็งแรงให้กับแบรนด์ เราจึงจับมือกับพันธมิตรที่เป็นโรงพยาบาลชั้นนำของประเทศ และมีชื่อเสียงในระดับโลก เข้ามาร่วมกันขับเคลื่อนโปรเจกต์เกี่ยวกับ Scientific Wellness เป็นเรื่องใหม่ที่เรารู้สึกตื่นเต้นมาก ส่วน THANN Wellness Destination ก็ได้รับความสนใจและถูกติดต่อทาบทามให้ไปเปิดในหลายๆ ประเทศ ตอนนี้อยู่ในระหว่างการคัดกรองความเหมาะสม ทั้งในแง่ของสถานที่และการทำงานร่วมกัน รวมทั้งอาจจะได้เห็น THANN เติบโตขึ้นใน Emerging market อย่าง เวียดนาม และบางประเทศในยุโรปด้วยครับ”

‘ลงทุนกับตัวเอง’ ก้าวแรกของบันไดสู่ความสำเร็จ
          “สมัยก่อนตอนเด็กๆ เราถูกสอนให้แบ่งเงินเป็น 3 ส่วน ส่วนที่หนึ่ง สำหรับเอาไว้ใช้ ส่วนที่สอง สำหรับเก็บเพื่อนำมาใช้ในเวลายากลำบาก และ ส่วนที่สาม เอาไว้สำหรับลงทุนเพื่อให้ได้ผลตอบแทนเป็น Passive income แต่ ลีกาชิง มหาเศรษฐีชาวฮ่องกง แนะนำให้แบ่งเงินออกมาเพิ่มอีก 2 ส่วน คือ ส่วนที่เอาไว้สำหรับเดินทาง เพราะทุกครั้งที่เดินทางเราจะได้เรียนรู้อะไรใหม่ๆ และ ส่วนที่เอาไว้สำหรับการสังสรรค์กับคนเก่ง เขาบอกว่าเราจะเป็นอย่างไร สามารถหารค่าเฉลี่ยจากคนรอบตัวเรา 4-5 คน ดังนั้น จงลงทุนสังสรรค์กับคนเก่ง เราเลี้ยงเขา เขาเลี้ยงเรา มันเป็นการหาความรู้ที่ดีมากๆ ลงทุนพาตัวเองไปอยู่ในที่แปลกๆ ใหม่ๆ ที่ไม่เคยไป แล้วก็เรียนรู้จากสิ่งที่เห็น เรียนรู้จากผู้คนที่เจอ คบเพื่อนที่เป็นคนเก่ง เป็นกัลยาณมิตร เป็นคนที่มีระดับศีลธรรมดี ถือว่าเป็นการลงทุนให้ตัวเองครับ”
          “ผมมองว่าทุกคนสามารถทำธุรกิจได้ เพียงแต่ต้องละเอียดและตั้งใจ อย่าเอาตัวเองไปเปรียบเทียบกับคนอื่น และจำเป็นต้องมีความเข้าใจไฟแนนเชียลโมเดล เราควรซื้อของด้วยเงินเชื่อ แต่จ่ายด้วยเงินสด ธุรกิจถึงจะไปได้ อย่างตัวผมเริ่มต้นทำธุรกิจด้วยเงินสด 500,000 บาท จนทุกวันนี้ยังไม่เคยกู้แบงค์ และเอากำไรที่ได้มาต่อยอดทำธุรกิจไปเรื่อยๆ” คุณโอ๋ กล่าวทิ้งท้าย

          จากการทำธุรกิจด้วยความรักจึงไม่แปลกนักที่ THANN (ธัญญ์) จะกลายเป็นแบรนด์แรกในภูมิภาคเอเชีย ที่ได้เข้าไปให้บริการอยู่ใน Business Class ของสายการบิน ANA ประเทศญี่ปุ่น รวมทั้งยังเป็นแบรนด์ที่ช่วยปลุกกระแสให้คนไทยหันกลับมาตระหนักถึงคุณภาพของสินค้าแบรนด์ไทย โดยปัจจุบันผลิตภัณฑ์ของ THANN ประกอบด้วย 4 Business Unit ได้แก่ Retail, Day Spa, Hotel and Airlines และ Wellness Destination มีสินค้าวางจำหน่ายใน 16 ประเทศ จำนวน 60 ช็อป มีสปาทั้งหมด 15 แห่ง และล่าสุดเพิ่งเปิดตัว THANN สาขา คิง เพาเวอร์ มหานคร ส่วนงานต่างประเทศ THANN กำลังเตรียมเปิดตัว Flagship Store อีก 20 สาขาใน 4 เมืองของประเทศจีน คือ เซี่ยงไฮ้ ปักกิ่ง หางโจว และ เฉิงตู

Photo By : Pumkiat
Author By : Ouamporn Donsingha

SHARE    

SHARE