counters
hisoparty

คุณกานต์ จาติกวณิช (แจม) : Karn Chatikavanij

1 month ago

นอกจากจะสะดุดสายตาด้วยรูปลักษณ์ที่เก๋ไก๋ชวนมอง เมื่อได้คุยกัน ทัศนคติ และวิธีคิดยิ่งทำให้รู้สึกประทับใจในตัวเธอมากขึ้นไปอีกกับ ‘คุณกานต์ จาติกวณิช (แจม)’ สาวสวยเพียงคนเดียวในบรรดาพี่ชายและน้องชายแห่งบ้านจาติกวณิช

          ปัจจุบันคุณแจมเรียนจบคณะวรรณคดีอังกฤษ จาก Durham University ประเทศอังกฤษ หลังจากที่ไปเรียนอยู่โรงเรียนประจำตั้งแต่อายุ 11 ปี นี่เองที่ทำให้เธอมีความเข้าใจ และเคยชินกับวรรณคดีอังกฤษ รวมถึงหนังสือคลาสสิกของนักเขียนชื่อดังต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น William Shakespeare หรือ Jane Austen

          “การที่ไปเรียนต่างประเทศตั้งแต่เด็กๆ มันทำให้เราโตไวขึ้นค่ะ เราต้องหัดทำทุกอย่างด้วยตัวเอง ต้องช่วยเหลือตัวเองทุกอย่าง ไม่ว่าจะเป็นการทำความสะอาด หรือซักผ้า คือต้องดูแลตัวเองให้ดี ที่สำคัญต้องมีวินัยของตัวเองด้วย เพราะเวลามีงานหรือการบ้าน จะเป็นตัวเราเองเท่านั้นที่จะ Motivate ตัวเอง เพราะที่โน่นไม่มีคุณพ่อคุณแม่คอยบอกค่ะ

           “พอมาถึงตอนจะเลือกเรียนระดับมหาวิทยาลัย คุณพ่อ คุณแม่ให้เลือกเองหมดเลยค่ะ ทำให้ค่อนข้างตัดสินใจยากอยู่เหมือนกัน แจมคิดว่าบางทีถ้าคุณพ่อบอกไปเลย เราจะได้ตามไปง่ายๆ (หัวเราะ) แต่พอได้ตัดสินใจเองทำให้ต้องคิดหนักขึ้น ซึ่งพอดีกับวิชานี้ แจมชอบมาตลอดตั้งแต่เด็ก เพราะส่วนตัวแจมเป็นเด็กที่อ่านหนังสือเยอะ แต่จะว่าไปอ่านหนังสือเยอะกันทั้งบ้านเลยค่ะ (ยิ้ม) ซึ่งในที่สุดก็ตัดสินใจเลือกเรียนคณะวรรณคดีอังกฤษค่ะ ที่เลือกด้านนี้ เพราะเรารู้ว่าจะทำได้ดี แจมเลยคิดว่านี่เป็นออฟชั่นที่ปลอดภัยและสนุกด้วย และที่แจมเลือก Durham ทั้งๆ ที่มหาวิทยาลัยในอังกฤษมีเยอะมาก แต่แจมอยากไปที่เขาเก่งด้านนี้โดยเฉพาะตอนนั้นแจมได้ไปคุยกับคุณครู และก็เสิร์ชดูว่าในอังกฤษมีมหาวิทยาลัยอะไรบ้างที่เขาเน้นด้านวรรณคดีอังกฤษมากที่สุด ซึ่งที่ Durham เขาเป็นอันดับที่หนึ่ง จึงสมัครเข้าไปแล้วก็ได้เรียนที่นี่ค่ะ

           “ซึ่งคณะที่แจมเรียนนี้เป็นคณะที่กว้างมากเราสามารถนำสิ่งที่เราเรียนมาประยุกต์กับอะไรก็ได้ คือแจมคิดไว้อยู่แล้วว่าในที่สุดอยากทำอะไรเป็นของตัวเอง อยากเป็น Entrepreneur และสิ่งที่เราจะได้ประโยชน์จากวิชานี้คือ เรื่องภาษาและเรื่องความคิดแบบ Analysis ซึ่งเป็นอะไรที่สำคัญมากเวลาที่เรากำลังจะสร้างอะไรด้วยตัวเอง สิ่งที่แจมได้เรียนมาถือเป็นพื้นฐานที่ดีเลยค่ะ”

Must have Items
“ที่ต้องพกติดตัว แน่นอนว่าคือ โทรศัพท์แน่ๆ และตอนนี้ก็จะมีเจลแอลกอฮอล์ กับหน้ากากอนามัยด้วยค่ะ” (ยิ้ม)

Airpod
“แจมชอบฟังเพลงมากๆ ค่ะ มักจะฟังอยู่ตลอด เวลาไหนว่างๆ ก็จะฟังเพลง แจมชอบทำเพลย์ลิสต์ของตัวเองด้วยค่ะ”

Music
“แจมชอบฟังเพลงทุกอย่างค่ะ ชอบตั้งแต่คลาสสิก ไปจนถึง ฮิปฮอป และแร็ปเลยค่ะ อิทธิพลการฟังเพลงจะมีจากคุณพ่อด้วยอย่าง The Beatles ซึ่งคือวงโปรดของคุณพ่อแจมก็ชอบฟัง พอไปโรงเรียนก็จะฟังเพลงที่เพื่อนๆ ฟัง พอมหาวิทยาลัยก็จะฟังเพลงแร๊ป เพราะแจมมีเพื่อนสนิทอยู่คนหนึ่งที่มหาวิทยาลัยเราเรียนคอร์สเดียวกัน เขาจะฟังเพลงแร็ปอยู่ตลอด เพราะเขาเปรียบแร็ปเป็น Rap is Like Poetry เหมือน Poem ที่เราเรียนอยู่ เขาบอกว่าแร็ปจะมีจังหวะการพูดในแบบตัวเอง เมื่อแจมฟังดูแล้วรู้สึกว่าน่าสนใจมาก ทำให้แจมเริ่มฟังเพลงแร็ปไปด้วยค่ะ”

Tweety
“ตุ๊กตาตัวนี้อยู่กับแจมตั้งแต่แจมยังเด็กมากๆ ตอนนั้นติดทวิตตี้มากเลยค่ะ จำได้ว่าน่าจะเป็นของขวัญจากคุณพ่อ ซึ่งเมื่อก่อนมันจะสามารถอัดเสียงได้ด้วย พอกดก็จะมีเสียง ตุ๊กตาตัวนี้อยู่ในห้องนอนแจมมาตลอดตั้งแต่สามขวบค่ะ”

Style
“ปกติแจมไม่ได้คิดมากเท่าไรในเรื่องแต่งตัว แต่สิ่งแรกที่เลือกเลยคือ ความสบายๆ ไม่ต้องซีเรียสมาก เพราะแจมรู้สึกว่าการแต่งตัวบางทีมันคือ Attitude ของเราเองบางครั้งแค่เราใส่ทีเชิ้ตกับกางเกงยีนส์ อาจจะดูเบสิคหน่อย แต่พอไปเพิ่มอะไรที่เจ๋งๆ อย่างสนีกเกอร์เจ๋งๆ  อาจจะทำให้ลุคดูดีขึ้นมาเลย ส่วนตัวแจมชอบสไตล์ที่ไม่ได้ผู้หญิงมาก และด้วยความที่แจมเป็นคนค่อนข้างแอคทีฟเลยชอบอะไรที่ทะมัดทะแมงค่ะ”

Shopping
“รองเท้าสนีกเกอร์ เวลาแจมได้เห็นสนีกเกอร์อะไรเจ๋งๆ มักจะอดใจไม่ได้ที่จะซื้ออยู่ตลอด (หัวเราะ) ทำให้มีหลายคู่มาก เหมือนสะสมไปเลยค่ะ ช่วงนี้สนีกเกอร์ก็อินเทรนด์กับทุกอย่าง แต่งตัวได้หลากหลายด้วย”

Book
“หนังสือเล่มแรกๆ ของแจมค่ะ เป็นหนังสือที่คุณพ่อซื้อมาให้จาก Heathrow Airport ปี 2005 เป็นเรื่องแต่งของ The Beatles ซึ่งเป็นวงดนตรีโปรดของคุณพ่อ และคุณพ่ออยากให้เราได้ซึมซับไปด้วยค่ะ”

Favorite Writers
“หนังสือที่ชอบจะมีหลายเล่มมากค่ะ แจมชอบหนังสือของนักเขียนชื่อ Elena Ferrante เขาเป็นนักเขียนชาวอิตาลีชอบมูราคามิ เขาเป็นนักเขียนญี่ปุ่นมี William Boyd นักเขียนอังกฤษ และ Ben Lerner นักเขียนอเมริกาค่ะ แจมอ่านได้หลากหลายมาก แจมคิดว่าหนังสือให้ประโยชน์ และความรู้เยอะมาก เราได้เรียนรู้เรื่องวัฒนธรรม เรียนรู้เรื่องรอบๆ ตัว และช่วยในเรื่องการใช้ภาษาของเราด้วยค่ะ”

Destination
“แจมชอบอิตาลีค่ะ เขาเป็นประเทศที่มีเมืองสวย และธรรมชาติก็สวยเหมือนกัน แจมว่ามีไม่กี่ประเทศที่มีอะไรแบบนี้”

Signature Items
“Charm Bracelet ค่ะ เป็นของขวัญจากคุณแม่ ซึ่งแจมใส่บ่อยเหมือนกัน เพราะเราสามารถซื้อชาร์มเพิ่มได้เรื่อยๆ คุณแม่ซื้อให้ตอนที่แจมเริ่มไปเรียนที่อังกฤษตอนอายุประมาณ 10-11 ขวบ เป็นGood Luck Charm ค่ะ”

Interesting
“แจมมีความรู้สึกว่าแฟชั่นเป็นอะไรที่ทำร้ายสิ่งแวดล้อมของเรามาก อย่างเรื่องฟาส์ตแฟชั่น การซื้อของบ่อยๆ ทำให้สร้างขยะกับโลกของเราเยอะขึ้น ส่วนตัวแจมอยากให้ทุกคนหันมาซื้อของที่มีอยู่แล้ว แทนที่จะทำอะไรใหม่ขึ้นค่ะ ส่วนหนึ่งคงมาจากการที่แจมชอบซื้อเสื้อผ้าวินเทจ และยิ่งพอเราได้ไปเรียนรู้ว่าการซื้อเสื้อผ้าแฟชั่นหรือของวินเทจมือสอง มันดีกับสิ่งแวดล้อม ยิ่งทำให้แจมเห็นคุณค่าเรื่องนี้มาก แจมอยากบอกทุกคนว่าการซื้อของเก่าไม่ได้เป็นอะไรที่ไม่ดี ในทางกลับกัน เราได้ช่วยโลกของเราด้วย และมันอาจจะเป็นอะไรที่เทรนดี้ได้ และคูลได้ค่ะ”

Pajamas
“ชุดนอนชุดนี้ไปตัดที่อินเดีย เมื่อเดือนธันวาคม ปี 2019 ค่ะ ซึ่งอินเดียเป็นประเทศที่แจมรักมากๆ พอไปแล้วรู้สึกว่านี่ คือ Spirit Destination ของเรา ตอนนั้นแจมไปเมือง Jaipur ที่เขาเรียกันว่าเป็น Pink City ของอินเดียค่ะ และร้านที่แจมไปซื้อเขาวัดตัวและตัดให้เลย ซึ่งเป็นชุดนอนที่ใส่ได้พอดีเป๊ะ และใส่สบายมาก ที่สำคัญเขาตัดเร็วมากค่ะ คือไปวัดตัวตอนกลางวันและพอค่ำเขาก็มาส่งให้ที่โรงแรมค่ะ”

Perfume
“ขวดนี้เวลาใช้แจมจะรู้สึกว่ามันชิลมาก แจมมักไว้ฉีดเวลาก่อนนอนซึ่งไม่ใช่โฮมสเปรย์นะคะแต่ใช้เป็นโฮมสเปรย์ได้กลิ่นไม่หวาน แต่จะเป็นแนวสดชื่น ธรรมชาติ”

Bags
“กระเป๋าใบนี้ใส่ได้กับหลายชุดเลยค่ะ ออกงานได้ หรือใช้ตอนกลางวันก็ได้ค่ะ เป็นของขวัญจากคุณแม่ของ Dolce&Gabbana น่ารักดีค่ะไม่ได้ใส่อะไรเยอะมาก ตอนนี้มีแค่ลิปสติกกับเจลแอลกอฮอล์ก็พอ”
 (หัวเราะ)

Scholl’ s map
“แผนที่โรงเรียนได้มาเป็นที่ระลึกตอนเรียนจบค่ะ

Photo By : Prayuth
Author By : Arunlak

SHARE