
สร้างความตื่นเต้นให้แฟนๆ ชาวไทยอีกครั้ง เมื่อ โทโมฮิสะ ยามาชิตะ (Tomohisa Yamashita) หรือ ‘ยามะพี (Yama-P)’ นักร้องและนักแสดงชื่อดังจากประเทศญี่ปุ่น เจ้าของตำแหน่ง ‘รักแรก’ ในความทรงจำของเหล่าสาวกเจ-ป็อป เดินทางมายังประเทศไทยเพื่อโปรโมทคอนเสิร์ต ‘TOMOHISA YAMASHITA TOUR 2026 DREAMING LIVE IN BANGKOK’ ก่อนกลับมาพบแฟนๆ แบบเต็มรูปแบบในวันเสาร์ที่ 19 ธันวาคม 2569 กับ 2 รอบการแสดง เวลา 14.00 และ 19.00 น. ณ ยูเนี่ยน ฮอลล์ ศูนย์การค้ายูเนี่ยน มอลล์
การมาเยือนประเทศไทยครั้งนี้ ยังเปิดโอกาสให้สื่อมวลชนไทยได้ร่วมสัมภาษณ์พิเศษ โทโมฮิสะ ยามาชิตะ ซูเปอร์สตาร์ที่มีประสบการณ์ในวงการบันเทิงยาวนานกว่า 30 ปี ถึงการกลับมาเยือนประเทศไทยอีกครั้ง ชีวิตและผลงานในช่วงที่ผ่านมา ตลอดจนการเตรียมความพร้อมสำหรับคอนเสิร์ตที่กำลังจะเกิดขึ้น ท่ามกลางบรรยากาศใกล้ชิดและเป็นกันเอง ณ โรงแรมศิวาเทล กรุงเทพฯ
ยามะพีเปิดความรู้สึกถึงการกลับมาเมืองไทยว่า “รู้สึกดีใจมากๆ และตื่นเต้นมากที่ได้กลับมากรุงเทพฯ ครับ ผมเฝ้ารอให้ถึงวันคอนเสิร์ตที่นี่ เพราะนานมากแล้วที่ไม่ได้เจอทุกคน”
เมื่อพูดถึงแฟนคลับชาวไทย สิ่งแรกที่เขานึกถึงคือความอบอุ่น “ผมประทับใจความอบอุ่นของคนไทย ทุกคนให้การต้อนรับอย่างอบอุ่น เป็นกันเอง และเต็มเปี่ยมไปด้วยพลังเสมอครับ”
นอกจากความคิดถึงแฟนๆ แล้ว เมืองไทยยังมีอีกหนึ่งสิ่งที่ยามะพีประทับใจเสมอ นั่นคืออาหารไทย “มีเมนูโปรดเยอะมากจนลำบากใจที่ต้องเลือกเลยละครับ แต่ตั้งแต่มาถึงเมืองไทยเมื่อวันก่อน ผมทานผัดกะเพราทุกวัน และก็อยากทานข้าวมันไก่มากด้วย อีกอย่างคือผมชอบพริกน้ำปลามากครับ เวลามาไทยทีไรก็จะไปซูเปอร์ฯ เพื่อซื้อกลับตลอด”
สำหรับการกลับมาจัดคอนเสิร์ตใหญ่ในประเทศไทยในรอบหลายปี ยามะพีเผยว่า “ดีใจมากครับ ก่อนหน้านี้ผมทำงานในต้นสังกัดใหญ่มาตลอด หลังจากที่ผมออกมาเป็นศิลปินอิสระเมื่อประมาณ 6 ปีที่แล้ว ก็ยุ่งอยู่กับงานแสดงจนทำให้โปรเจกต์คอนเสิร์ตยังไม่เกิดขึ้นสักที ในที่สุดครั้งนี้ก็สามารถทำให้คอนเสิร์ตเป็นจริงขึ้นมาได้ ผมรู้สึกดีใจและตั้งตารอคอยคอนเสิร์ตนี้มากๆ ครับ... ส่วนเซอร์ไพรส์ จริงๆ ยังเป็นความลับอยู่นะครับว่าจะมีโชว์อะไรบ้าง แต่ผมอาจจะใส่ชุดไทยขึ้นเวทีก็ได้นะ”
ชื่อ ‘DREAMING’ ยังสะท้อนแนวคิดที่เขาต้องการส่งต่อผ่านทัวร์ครั้งนี้ “คำว่า DREAMING มีหลายความหมายครับ สื่อถึงช่วงเวลาที่อยู่ในความฝัน ที่เราทุกคนเป็นตัวของตัวเองและปลดปล่อยจินตนาการได้อย่างอิสระ หรืออีกความหมายหนึ่งคือ ในโลกแห่งความเป็นจริงเราก็ควรมีอิสระในการสร้างสรรค์เช่นกันครับ ผมอยากให้ทุกคนมีเป้าหมายและทำความฝันให้สำเร็จครับ”
กับโจทย์ใหญ่ของการแสดงเต็มรูปแบบถึง 2 รอบภายในวันเดียว เขาเตรียมความพร้อมด้านร่างกายอย่างเต็มที่ “ปกติผมออกกำลังกายทุกวันอยู่แล้วครับ แต่ช่วงนี้เริ่มหันมาวิ่งเพิ่มด้วย พูดได้ว่าเตรียมความพร้อมมากๆ ครับ”
ส่วนผลงานเพลง ยามะพีเล่าถึงแนวคิดในการสร้างสรรค์อัลบั้มใหม่ว่า “ผมแต่งเพลงในอัลบั้มนี้โดยไม่ใส่คำตอบที่ตายตัวลงไป เพราะผมรู้สึกว่าโลกยุคนี้ เรามักหาคำตอบได้ทันที เช่น จากตัวช่วยอย่าง AI ก็เลยอยากแต่งเพลงที่ทิ้งความคลุมเครือไว้บ้าง เพื่อให้ผู้ฟังได้ใช้จินตนาการคิดหาคำตอบของตัวเอง แต่ทุกเพลงจะมีความคิดในเชิงบวกครับ”

รวมถึงประสบการณ์การร่วมงานกับศิลปินเกาหลีหลายคน “การคอลแลป.กัน มันคาดเดาอะไรไม่ได้เลยครับว่าจะเกิดอะไรขึ้น แต่ก็สนุกกับการร่วมงานในทุกครั้ง ถึงว่าจะมีกำแพงภาษา หรือวัฒนธรรมที่ต่างกัน แต่เราก็มีเป้าหมายที่จะสร้างสรรค์สิ่งใหม่เหมือนกันครับ”
ตลอดหลายปีที่ผ่านมา ยามะพียังขยายเส้นทางการแสดงสู่ผลงานระดับนานาชาติ ซึ่งทำให้ได้สัมผัสวิธีการทำงานที่แตกต่างกัน “วิธีการทำงานต่างกันครับ กองถ่ายต่างประเทศมักจะมีวันหยุดสุดสัปดาห์ให้พักผ่อน ซึ่งต่างจากกองถ่ายญี่ปุ่นที่มักจะไม่มีวันหยุดตายตัวในช่วงถ่ายทำ ทำให้ตารางเวลาได้ง่ายกว่า แต่สิ่งที่ไม่ต่างกันเลยคือความมุ่งมั่นของทีมงานทุกคนที่จะผลิตผลงานที่ดีที่สุดออกมา... อย่างตอนที่มาถ่ายทำที่เมืองไทย อาหารกองถ่ายอร่อยมากๆ เลย ต้องขอบคุณมากเลยนะครับ”
หนึ่งในผลงานที่เชื่อมโยงเขากับประเทศไทยคือซีรีส์ Drops of God ซึ่งเคยมาถ่ายทำในเมืองไทยนานกว่าหนึ่งเดือน “ผมมาถ่ายงานที่ไทยประมาณเดือนกว่าๆ แม้การทำงานจะเหนื่อยมาก แต่สิ่งที่ทำให้มีความสุขคืออาหารการกิน ทั้งอาหาร รวมถึงความใจดีของทีมงานคนไทยทุกคนช่วยผมระหว่างถ่ายทำมากๆ มีความทรงจำดีๆ เยอะมากครับ ได้รู้จักร้านอาหารใหม่ๆ ด้วย”
เมื่อถูกถามว่าสามารถรับประทานอาหารเผ็ดได้หรือไม่ เขาตอบทันทีว่า “ทานเผ็ดได้ครับ” ก่อนจะพูดถึงอีกหนึ่งความสนใจที่เชื่อมโยงกับประเทศไทยว่า “ผมก็รู้สึกอย่างนั้นนะครับ(ยิ้ม)... อย่างตอนนี้ก็กำลังสนใจเรื่องมวยไทย เคยไปฝึกซ้อมมานิดหน่อย แต่อยากจะลองฝึกแบบจริงจังดูสักครั้ง ล่าสุดเมื่อวาน กอล์ฟ (กอล์ฟ พิชญะ) ก็เพิ่งให้ของขวัญเป็นกางเกงมวยไทยมา เลยคิดว่าต้องเริ่มฝึกซ้อมจริงจังเร็วๆ นี้แล้วละ”
พร้อมเล่าถึงการได้พบกับเพื่อนชาวไทยอย่าง คุณกอล์ฟ พิชญะ และคุณกลัฟ คณาวุฒิ ว่า “ดีใจมากๆ ที่ได้เจอกันครับ ขอบคุณทั้ง กอล์ฟ และ กลัฟ ที่แม้ว่าตารางงานจะยุ่งมาก แต่ก็ยังเจียดเวลามาหา รู้สึกขอบคุณพวกเขามากๆ ครับ”
เมื่อพูดถึงวงการเพลงและศิลปินรุ่นใหม่ ยามะพีมองว่าแต่ละคนล้วนมีเอกลักษณ์เป็นของตัวเอง “ช่วงหลายปีที่ผ่านมาผมไปโฟกัสเรื่องงานแสดงเป็นหลัก เพิ่งจะได้กลับมาโฟกัสเรื่องงานเพลงในปีที่ผ่านมานี่เองครับ ถ้าให้พูดถึงศิลปินรุ่นน้องคงระบุไม่ได้ เพราะรุ่นน้องแต่ละคนต่างก็มีสีสันและสไตล์เป็นของตัวเอง ผมรู้สึกตื่นเต้นที่จะได้เฝ้ามองการเติบโตและการพัฒนาในฐานะมืออาชีพของรุ่นน้องทุกคนครับ”
ส่วนหากมีโอกาสย้อนเวลากลับไปพูดกับตัวเองในวัยรุ่น เขาตอบว่า “'ตั้งใจทำให้ดีหน่อย' ครับ... จริงๆ ก็รู้สึกว่าตัวเองในอดีตก็ทำเต็มที่แล้วละ แต่ถ้าบอกตัวเองตอนเด็กได้ก็คงจะบอกให้ตั้งใจเรียนภาษาต่างๆ ให้มากกว่านี้”
สำหรับเคล็ดลับในการดูแลตัวเองท่ามกลางตารางงานที่แน่น เขาบอกสั้นๆ ว่า “ต้องสนุกไปกับงานที่ทำ และมีใจที่พร้อมจะเผชิญหน้ากับความท้าทายใหม่ๆ อยู่เสมอครับ”
และเมื่อถูกถามถึงการเป็น ‘รักแรก’ ของแฟนๆ จำนวนมาก เจ้าตัวตอบพร้อมอารมณ์ขันว่า “ดีใจที่ได้ยินอย่างนั้นนะครับ... แสดงว่าหลังจากนั้นทุกคนมีความรักอื่นอีกเยอะหรือเปล่านะ(หัวเราะ) หวังว่าจะยังจำโมเมนต์รักแรกกันได้นะครับ”
ในชีวิตประจำวัน การออกกำลังกายยังเป็นกิจวัตรสำคัญของยามะพี “ที่ทำเป็นกิจวัตรเลย ก็คือซ้อม ซ้อมเสร็จก็ไปซาวน่า แล้วก็ไปวิ่งครับ... มาเมืองไทยครั้งนี้ผมเอารองเท้าวิ่งมานะครับ อยากจะลองไปวิ่งที่สวนลุมพินีเหมือนกัน แต่เพราะตารางสัมภาษณ์แน่นมากเลยยังไม่ได้ไปวิ่งเลย ตั้งใจว่าตอนกลับมาจัดคอนเสิร์ตในเดือนธันวาคมจะไปวิ่งแน่นอนครับ”
ส่วนผลงานการแสดงที่กำลังจะมาถึง เขาฝากแฟนๆ ติดตามว่า “ฝากติดตามซีรีส์ญี่ปุ่นเรื่องใหม่ที่จะฉาย 10 ตุลาคมนี้นะครับ 'มาราธอนของมหาวิทยาลัย' เรื่องนี้ผมรับบทเป็นโค้ชครับ”
ยามะพียังกล่าวถึงสถานการณ์น้ำท่วมในประเทศไทยด้วยความเป็นห่วงว่า “ที่ญี่ปุ่นมีการนำเสนอข่าวเรื่องนี้เยอะเลยครับ ผมมีทั้งเพื่อนและแฟนคลับที่นี่เลยรู้สึกตกใจและเป็นห่วงมาก หวังว่าจะสามารถทำอะไรเพื่อช่วยเหลือได้บ้าง และอยากให้ทุกคนได้กลับไปใช้ชีวิตตามปกติได้ในเร็ววันนะครับ”
ก่อนปิดท้ายด้วยข้อความถึงแฟนชาวไทยที่รอคอยการกลับมาของเขา “ดีใจที่ได้กลับมาเมืองไทย ดีใจที่แฟนๆ รอคอย คอนเสิร์ตในเดือนธันวาคมนี้ อยากให้ทุกคนมาร่วมสนุก ผ่อนคลาย และสร้างความทรงจำดีๆ ด้วยกันนะครับ”
พร้อมฝากข้อความภาษาไทยด้วยตัวเองว่า “‘รักนะครับ’ (หยิบโทรศัพท์มือถือมาดูโน้ตที่เขียนไว้) ‘คิดถึงทุกคนนะครับ’ แล้วผมจะเรียนภาษาไทยมาเพิ่มนะครับ” ก่อนที่สื่อมวลชนจะสอนพูดประโยคสุดไวรัล “สาดไปสมาชิก” เรียกเสียงหัวเราะภายในห้องสัมภาษณ์
แฟนๆ สามารถพบกับ โทโมฮิสะ ยามาชิตะ ในคอนเสิร์ต ‘TOMOHISA YAMASHITA TOUR 2026 DREAMING LIVE IN BANGKOK’ วันเสาร์ที่ 19 ธันวาคม 2569 จำนวน 2 รอบ เวลา 14.00 และ 19.00 น. ณ ยูเนี่ยน ฮอลล์ ศูนย์การค้ายูเนี่ยน มอลล์ บัตรราคา 6,500 / 5,000 / 3,500 / 2,500 บาท พร้อมสิทธิพิเศษตามราคาบัตร เปิดจำหน่ายแล้วผ่าน ไทยทิคเก็ตเมเจอร์ทุกสาขา เว็บไซต์ ThaiTicketMajor และ Call Center โทร. 0-2262-3456 พร้อมติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ทาง Omakase Voyage Co., Ltd.


