counters
hisoparty

‘Active Leadership’ : คุณรัชชต เศรษฐ์วรเดช

1 month ago

ไม่ใช่ทุกคนที่เกิดมาเป็นผู้นำ และไม่ใช่ผู้นำทุกคนที่สามารถบริหารจัดการหมวกทุกใบที่สวมใส่ได้อย่างสวยงาม แต่สำหรับ คุณแนน - รัชชต เศรษฐ์วรเดช กรรมการผู้จัดการบริษัท อีลิท โซไซตี้ จำกัด สามารถหยิบหมวกแต่ละใบมาสวมใส่ได้อย่างสง่างาม

 

          “หลักๆ แนนทำงานด้านดิจิทัลเกี่ยวกับ Tech Startup ฉะนั้น ในด้านการทำงานแนนต้องสวมหมวกอยู่หลายใบ ไม่ว่าจะเป็นในส่วนของการทำ Startup ในฐานะ Co-founder ร่วมลงทุนในบริษัท Startup และในฐานะที่ปรึกษาในบริษัท Consult ของตัวเอง รวมไปถึงงานต่างๆ ที่ได้รับโอกาสมาจากทั้งภาครัฐและเอกชน แนนรู้สึกโชคดีที่มีโอกาสได้ทำงานหลายรูปแบบ และได้พบปะผู้คนที่หลากหลาย ถึงแม้จะต้องทำงานหลายด้าน แต่แนนก็ยังสามารถรับมือกับงานทุกด้านที่รับผิดชอบได้ในสไตล์ Leading Woman ที่มีความเชี่ยวชาญ (Expert Domain) จนถึงปัจจุบันแนนทำธุรกิจมามากกว่า 20 ปี ก็คิดว่าสิ่งที่งานที่ทำๆ อยู่แล้วเราสามารถรับมือได้เป็นอย่างดีค่ะ” 

วิธีการบริหารงานแบบอไจล์
          “แนนใช้วิธีการบริหารงานแบบอไจล์ (agile) เป็นการบริหารงานแบบคล่องตัว ที่หลายบริษัทเริ่มนำมาใช้กัน โดยการบริหารงานแบบอไจล์จะมีหลักการ 3 C คือ Communication (การสื่อสาร) Commitment (พันธสัญญา) และ Collaboration (การร่วมมือ) เริ่มจากการสื่อสารระหว่างทีมงาน และคนภายในองค์กรให้มีความเข้าใจไปในทิศทางและจุดมุ่งหมายเดียวกัน รวมไปถึงการสื่อสารกับลูกค้าเพื่อให้เข้าใจวัตถุประสงค์ของงานต่างๆ หากเกิดปัญหาก็สามารถรับรู้ได้ทันที และแก้ไขได้ทันเวลา ส่วนในเรื่องของความมุ่งมั่นในการรักษา Commitment ทำให้เกิดความไว้วางใจ ความเชื่อใจ กับทั้งลูกค้าและคนในองค์กร เมื่อรับปากแล้วต้องทำให้ได้ ซึ่งที่ผ่านมาแนนก็สามารถทำได้มาตลอด เพราะนี่คือสิ่งที่จะทำให้เราเป็น Active Leadership ส่วนสุดท้ายการ Collaboration ในการทำงานร่วมกันระหว่างคนในทีม การทำงานร่วมกันระหว่างองค์กร และการทำงานร่วมกันระหว่างลูกค้า และผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องทั้งหมด”
          “โดยหลักการ 3 C เป็นหัวใจสำคัญที่ทำให้ Success และเป็นมาตรฐานที่แนนวางไว้สำหรับพัฒนาตัวเองและคนในองค์กร แนนมุ่งเน้นการพัฒนาเรื่อง Active Leadership เพราะมันไม่ใช่เรื่องของใครคนใดคนหนึ่ง แต่แนนต้องการให้พนักงานและทีมงานภายในองค์กร มีความเป็นผู้นำด้วยเช่นกัน โดยใช้หลักการและบริบทเหล่านี้เป็น Framework ในการทำงาน ตามที่ภาษิตจีนได้กล่าวไว้ว่า พูดให้ฟัง 1 วันก็ลืม ทำให้ดู 1 อาทิตย์ก็ลืม แต่ถ้าปล่อยให้ได้ลงมือทำจะจดจำตลอดไป เพราะแนนเชื่อว่าการมีประสบการณ์ด้วยตัวเอง ไม่ว่าจะเจอปัญหาหรือสถานการณ์ที่ไม่คาดคิด ก็จะสามารถหาวิธีจัดการกับปัญหาที่เกิดขึ้นได้ พร้อมตั้งสติและกลับมามองปัญหา ไตร่ตรองอย่างละเอียดถี่ถ้วนครบรอบด้าน แล้วค่อยๆ Lead to Solution ว่าปัญหาแบบไหนจะแก้ไขอย่างไร แต่ถ้าองค์กรไหนต้องเจอปัญหาเดิมๆ อยู่ตลอด คงต้องย้อนกลับมามองว่าเกิดอะไรขึ้น ทำไมปัญหาเดิมไม่ถูกแก้ไข โดยส่วนตัวมองว่าการทำธุรกิจคือ การแก้ปัญหา ปัญหาที่เข้ามาคือความท้าทาย ทำให้องค์กรพัฒนามากยิ่งขึ้น ถ้าเจอปัญหาใหม่ๆ อยู่เสมอ นั่นหมายความว่าองค์กรกำลังพัฒนาไปข้างหน้าค่ะ”

แรงบันดาลใจในการใช้ชีวิตและการทำธุรกิจให้ Meaningful
           “แนนใช้หลัก Work Hard และ Work Smart ซึ่งในแง่ของ Work Smart จำเป็นต้อง Work with Strategy ควบคู่ไปด้วย ต้องมีกลยุทธ์ มี Action Plan มี Timeline เพื่อนำไปสู่ Lead to Solution อย่างที่ได้บอกไปในตอนต้นว่าในด้านการทำงานแนนสวมหมวกอยู่หลายใบ ซึ่งทางด้านชีวิตส่วนตัวแนนก็มีหมวกอยู่อีกหลายใบที่สวมใส่ ไม่ว่าจะเป็นหน้าที่ความเป็นลูก หน้าที่ความเป็นแม่ เพราะฉะนั้นชีวิตมีหลายมิติ มีหลายด้าน ครอบครัว เพื่อน เรามีความสุข ณ ปัจจุบัน ความสำเร็จคือทุกๆ วันที่ Meaningful ไม่ใช่แค่เรื่องของทรัพย์สินเงินทอง หรือชื่อเสียงเท่านั้น แต่มันคือความสุขที่เรียบง่าย สามารถจัดการกับปัญหาที่เข้ามาได้ รอบตัวใน Inner Circle รายล้อมไปด้วยคนที่มีคุณภาพ รักเรา และหวังดีกับเรา”

วิธีบริหารจัดการชีวิต Time Management
           “แนนใช้หลักการ Time Management ที่ประกอบด้วย 4 แกนหลัก คือ หนึ่ง Self (ตัวเอง) ต้องดูแลตัวเองให้อารมณ์ดี มีความสุข กินอิ่ม นอนหลับ เพราะถ้าเราไม่ดูแลตัวเอง เราจะไม่สามารถดูแลคนอื่น หรือดูแลบริษัทได้ สอง Well being (สุขภาพ) เพื่อจะทำให้เราอยู่โดยไม่เป็นภาระคนอื่น สาม Family (ครอบครัว) เมื่อเราดูแลตัวเอง ดูแลสุขภาพ ก็สามารถเอาความแข็งแรงตรงนี้ไปดูแลคนที่เรารัก ไม่ว่าจะเป็นคุณพ่อคุณแม่ หรือลูก แนนให้ความสำคัญกับสิ่งที่อยู่ตรงหน้าอย่างเต็มที่ และมักจะทำกิจกรรมกันในครอบครัวอย่างสม่ำเสมอ และ สี่ Work (การทำงาน) ต้องรู้จักการแบ่งงาน เรียกว่า Empower ต้องบริหารทีมให้สามารถทำงานได้อย่างเต็มที่ และมีศักยภาพ โดยหลักการของ Time Management จะทำได้ดีต้อง Work with Strategy ต้องมีกลยุทธ์ จึงจะสามารถทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพมากที่สุดค่ะ”

โปรเจกต์ในอนาคต
          “แนนเป็นคนชอบทำงาน รู้สึกว่าการทำงานคือความสุขและเป็นแพสชัน ตื่นมาแล้วอยากทำประโยชน์ ทำสิ่งที่มีคุณค่าให้กับคนอื่นๆ ฉะนั้น โปรเจกต์ที่จะทำในอนาคตเลยมากมายก่ายกอง แต่ก็ยังคงเกี่ยวกับเทคโนโลยี ซึ่งตอนนี้กำลังทำโปรเจกต์เกี่ยวกับแพลตฟอร์ม AI คล้ายๆ กับทำ R&D ทำแล็บ ทดลองอะไรใหม่ๆ ลองดูว่าเวิร์คหรือไม่เวิร์ค ถ้าเวิร์คเราก็จะปั้นออกมาเป็นธุรกิจต่อไป เพราะฉะนั้นโปรเจกต์ในอนาคตมีประมาณ 20 – 30 โปรเจกต์ แต่ทุกอย่างก็ยังอยู่ในกระบวนการ R&D หากโปรเจกต์ไหนสำเร็จค่อยสปินออกมาเป็นอีกหนึ่งธุรกิจ”

เพราะชีวิตคือการ Work with Positive
          “แนนต้องการส่ง Positive Mindset และ Positive Energy ให้กับคนที่อยู่รอบตัว ถ้าใครได้คุยกับแนน หรือถ้าใครนึกถึงรัชชต อันดับแรกจะต้องบอกว่าเป็นผู้หญิงเก่ง ทำงานเก่ง สอง รัชชตไม่เคยด่าใคร สาม รัชชตเป็นคนที่พูดตรงๆ สี่ รัชชตเป็นคนที่สนุกสนาน เฮฮา แนนรู้สึกว่าการที่จะได้มาเจอกัน ยิ่งช่วงสถานการณ์โควิด มันยากกว่าเดิม ถ้าเราได้เจอ ได้คุย หรือได้ทำงานร่วมกับใคร เราอยากจะให้เขาได้รับแต่พลังงานดีๆ กลับไป เหมือนทุกครั้งเวลาเราให้ feedback กับลูกน้อง มันจะรีเฟล็กซ์กลับมาหาตัวเราเสมอ แนนมองว่าการให้ feedback กับลูกน้อง เหมือนการให้ของขวัญ คนได้ของขวัญก็จะแฮปปี้ ดีใจ มีความสุข รู้สึกขอบคุณ ในการทำงานถ้าจะพัฒนาคนในองค์กรให้มี Positive Mindset และ Positive Energy ก็ต้องมี Positive Feedback เช่นกัน เพื่อทุกคนจะสามารถ Self-learning and Development ที่ดี ไม่หยุดเรียนรู้และพัฒนาตัวเองอยู่เสมอ ซึ่งคนที่จะมาเป็น Expert Domain ได้ ต้องทำตัวไม่เป็นน้ำเต็มแก้ว ต้องไม่หยุดเรียนรู้ โดยเฉพาะในโลกยุคปัจจุบันที่หลายสิ่งหลายอย่างเปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็ว สำคัญที่สุดคือ ต้องเปิดใจรับฟัง เปิดใจเรียนรู้ มันถึงจะพัฒนาตัวเองได้ ทั้งในแง่ของ Mindset หรือ Behavior ส่วนตัวมองว่า Active Leadership ต้องผสมผสานกับการเป็น Active Listener ด้วย เราต้องพยายามเข้าใจมุมมองใหม่ๆ บริบทใหม่ๆ เพื่อทำให้เกิดการพัฒนาอย่างไม่หยุดนิ่ง”

Natural Born Giver ยิ่งให้ยิ่งได้
          “ทุกคนต้องมีวันที่แย่ วันที่รู้สึกเหนื่อย หรือวันที่รู้สึกหมดกำลังใจ แนนยังขอย้ำว่าต้องคิดให้เยอะ คิดให้มาก เพื่อให้รู้ว่าทางออกคืออะไร Solution อยู่ตรงไหน แล้วต้องมูฟออนให้เร็ว อันนี้สำคัญมากเลย เราต้องเอาตัวเองออกจากปัญหา และต้องมองด้วยว่าปัญหานั้นเป็นปัญหาของเรา หรือเป็นปัญหาของคนอื่น ถ้ามันเป็นปัญหาของเรา เราต้องแก้ปัญหาด้วยตัวเองถึงจะดีที่สุดใช่ไหม แต่ถ้าเป็นปัญหาของคนอื่นเราต้อง Leave It There เพราะเราช่วยอะไรไม่ได้ อย่าพยายามไปช่วยแก้ปัญหาให้คนอื่น เพราะมันไม่ได้ทำให้ตัวคุณดีขึ้น แล้วมันก็ไม่ได้ทำให้เขาดีขึ้นด้วย และแนนก็ยังคงยึดคติ Natural Born Giver ยิ่งให้ยิ่งได้ ที่สำคัญต้องให้โดยไม่หวังผลตอบแทนและไม่คาดหวัง เราก็จะมีความสุข นี่เป็นเหตุผลที่ทำให้แนนชอบทำงาน เพราะไม่อยากขอเงินใคร (หัวเราะ)”

ความท้าทายของการเป็นผู้นำหญิง
          “นับว่าเป็นความโชคดีที่แนนมีโอกาสได้ทำธุรกิจของตัวเองมาตั้งแต่เด็กๆ การเป็นผู้ประกอบการ หรือเจ้าของธุรกิจจึงอยู่ในสายเลือด ส่วนหนึ่งบทบาทหน้าที่จึงบังคับให้ต้องเป็นผู้นำ ซึ่งในช่วงแรกๆ ของการทำงาน ก็อาจจะมีปัญหาเรื่องการทำงานกับลูกน้องบ้าง โดยเฉพาะลูกน้องผู้ชาย เขายังสงสัยในความสามารถของเรา ก็เป็นสิ่งที่เราจะต้องพิสูจน์ตัวเองให้เห็นว่า ถึงเราจะเป็นผู้หญิงแต่ก็สามารถบริหารงานได้เหมือนกัน เรามีแง่คิดและมุมมองต่างๆ ที่อาจจะมาช่วยเติมเต็มในการทำงานซึ่งกันและกัน พอได้ทำงานผ่านไปเป็นเวลามากกว่า 20 ปี ก็คิดว่าการให้ความสำคัญกับเรื่องเหล่านี้ก็เปลี่ยนไปเยอะ ไม่ค่อยเป็นปัญหา แนนคิดว่าหลายๆ อย่างผู้หญิงก็ทำได้ดีกว่าผู้ชาย และบางอย่างผู้ชายก็ทำได้ดีกว่าผู้หญิง ฉะนั้น เราไม่ควรแบ่งแยก แต่เราควรหาจุดร่วมมาเติมเต็มกันและกัน Blend In กับทีมงาน สร้างทีมเวิร์คที่แข็งแกร่ง ก็จะสามารถก้าวข้ามผ่านตรงนี้ไปได้ค่ะ”

Expert domain ต้องไม่หยุดพัฒนา
          “เมื่อไหร่ที่เราคิดว่าตัวเองเป็น Expert สำหรับแนนมันเหมือนน้ำเต็มแก้ว ฉะนั้น แนนจะพยายามทำตัวเป็นน้ำไม่เต็มแก้วอยู่เสมอ Always Have Room for Improvement อยากเรียนรู้และอยากพัฒนาตัวเองอยู่ตลอด อย่างที่บอกว่าโลกมันเปลี่ยนไปเร็วมาก คำว่า Expert วันนี้เราอาจจะรู้และเชี่ยวชาญในสิ่งนี้ แต่ในอนาคตข้างหน้าสิ่งที่เรารู้มันอาจจะผิด หรืออาจจะไม่ใช่ก็ได้ เพราะฉะนั้นเวลาที่จะ Make Decision หรืออยากจะเป็น Expert ควรจะ Make Decision with Data sensible ตัดสินใจด้วยข้อมูล เวลาจะทำอะไรต้องทดลองต้องรีเสิร์ชก่อน แล้วนำมาประกอบการพิจารณาว่าสมเหตุสมผลหรือไม่ แล้วจึงค่อยตัดสินใจ”
          “นิยามความสำเร็จของ Expert Domain คือ ต้องทำตัวเป็นน้ำไม่เต็มแก้ว ไม่หยุดเรียนรู้ 1 Percent Better Everyday ทำทุกวันให้ดีขึ้นกว่าเดิมแม้เพียงแค่ 1% หรือ Constantly Change คือ ค่อยๆ เปลี่ยนให้ดีขึ้นทุกวันค่ะ”

การจะก้าวสู่ ‘Expert Domain’ ในยุคที่มีการเปลี่ยนแปลงไปทุกวินาที ‘การปรับตัว’ จึงเป็นองค์ประกอบสำคัญที่จำเป็นต้องมี โดยเฉพาะ ‘Active Leadership’ ที่ต้องมีทักษะทั้งบู๊และบุ๋น ซึ่งคุณแนน - รัชชต เศรษฐ์วรเดช นับเป็นต้นแบบที่มีองค์ประกอบทุกอย่างครบถ้วน

Photo By : Veeraphol
Author By : K_Wondrous

SHARE