counters
hisoparty

‘From Vision to Impact’ ดร.อังคนางค์ ชากีร่า บำรุงสรณ์ วางกลยุทธ์เชิงระบบนำไปสู่ การประสบความสำเร็จที่ยั่งยืน

15 hours ago
 

 

          จากวิสัยทัศน์อันกว้างไกลของผู้หญิงที่มาพร้อมพลังกายพลังใจมหาศาล ดร.อังคนางค์ ชากีร่า บำรุงสรณ์ หรือ ‘หมอกี้’ ทำให้เธอมุ่งมั่นผลักดันแผนการระยะ 3 ปีที่วางไว้อย่างเป็นระบบ ค่อยๆ นำมาต่อเหมือนจิ๊กซอว์ชิ้นเล็กชิ้นน้อย หลายคนยังมองภาพไม่ออก จึงมักโยนคำถามว่า ‘หมอกี้ทำอะไรกันแน่?’ ถึงแม้จะไม่เคยมีคำตอบออกมาจากปากคุณหมอกี้ แต่วันนี้ผลงานในหลากหลายบทบาทได้เผยออกมาเป็นที่ประจักษ์แล้วว่าหมอกี้กำลังส่งต่อความยั่งยืนให้กับวงจรธุรกิจ ภายใต้แนวคิด ‘From Vision to Impact’

          “การทำงานในหลายๆ พาร์ท หลายๆ ตลาด รวมไปถึงการขยายผลิตภัณฑ์ในวันที่เราเป็นทั้งผู้คิดแล้วก็ผู้สร้าง อุปสรรคที่ต้องเจอมีทั้งการขยายตลาดรวมถึงเสียงคนรอบข้าง ที่ไม่อยากให้ทำงานหลายๆ อย่างพร้อมกัน” หมอกี้กล่าวเปิดบทสนทนา หลังจากเธอโดนตั้งคำถามว่า หมอกี้ทำอะไรกันแน่?

          หากย้อนกลับไปเมื่อ 3 ปีที่แล้ว หลายคนอาจจะคุ้นเคยกับ ‘หมอกี้’ ในพาร์ทของการเป็นสัตวแพทย์ โดยเฉพาะชาวชลบุรีที่รู้จักกันดี จากนั้นก็ขยับมาทำบริษัท Engineering Company และก้าวเข้ามาสู่อุตสาหกรรมด้านพลังงาน จนทำให้ รีเจน สมาร์ท ซิตี้ โลดแล่นอยู่ในตลาดพลังงาน และขยายฐานสู่ตลาดภาครัฐ ตลาดโครงสร้างพื้นฐานของประเทศ ตลาดนิคมอุตสาหกรรม ในวันนั้น รีเจน สมาร์ท ซิตี้ ทำเรื่องของนวัตกรรมไฟฟ้า เรื่องของเทคโนโลยีสมาร์ท ซิตี้ รวมถึงเรื่องระบบต่างๆ โดยมีเป้าหมายต้องการพัฒนาธุรกิจที่ส่งต่อได้ปัจจุบัน ดร.อังคนางค์ ชากีร่า บำรุงสรณ์ ดำรงตำแหน่ง ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร (CEO) บริษัท REGEN Smart City (Thailand) Co., Ltd. บริษัท ด้านเทคโนโลยี วิศวกรรม และโซลูชันสำหรับภาคอุตสาหกรรมและโครงสร้างพื้นฐาน โดยดูแลตั้งแต่กลุ่ม Hazardous Area, Industrial Electrical & Infrastructure, Smart City, Smart Lighting และ Data Center Infrastructure เธอกล่าวว่า “รีเจน สมาร์ท ซิตี้ จะต้องเติบโตและไปต่อได้ด้วยระบบที่ถูกต้อง”

         “ไม่ว่าจะเป็นการพัฒนาตลาด การพัฒนาสินค้า หรือการพัฒนาบุคลากรเราทำพร้อมกันท่ามกลางข้อจำกัดในเรื่องของเวลา งบประมาณในการลงทุน แน่นอนว่าผลลัพธ์อาจจะไม่ได้ออกมาแบบ 100% ตามที่เราตั้งเป้าเอาไว้ แต่ถ้าเปรียบเทียบวันนี้กับเมื่อ 3 ปีที่แล้ว หมอกี้มีความเชื่อมั่นและมีความมั่นใจว่า Form Vision to Impact เรียบร้อยแล้ว คือวันนี้เราพร้อมเป็นองค์กรที่เดินหน้าไปสู่การเติบโต และสามารถสร้างผลลัพธ์ที่เห็นชัดเจน เราแตกไลน์ไปทั้ง 3 ด้านไม่ว่าจะเป็นการคงอยู่ของตลาดพลังงาน และสามารถขยายไปสู่ตลาดโครงสร้างพื้นฐานของประเทศ รวมไปถึงตลาดภาครัฐ จนกระทั่งต่อยอดมาสู่การทำแพลตฟอร์มนางงาม และขายปลีก ทุกอย่างอยู่ภายใต้การพัฒนาบริษัทไปพร้อมๆ กันค่ะ และปัจจุบันทั้ง 3 พาร์ทถูกหยิบมาใช้ต่อยอดผลลัพธ์และพัฒนาไปพร้อมๆ กันได้เลย ทำให้ทั้งคนในองค์กร หรือว่าคนรอบข้างที่เคยตั้งคำถามกับหมอกี้ เห็นภาพธุรกิจที่หมอกี้ทำได้ชัดขึ้น แต่กว่าจะมาถึงจุดนี้หมอกี้ต้องใช้เวลาถึง 3 ปี ในการพิสูจน์และต่อจิ๊กซอว์ สุดท้ายแล้วจิ๊กซอว์นี้มันก็อาจจะยังเป็นภาพที่ไม่สมบูรณ์ แต่มันเป็นภาพเล็กๆ ที่จะพาไปถึงภาพใหญ่ ที่เราได้วางแผนสำหรับ 3 ปีข้างหน้าเอาไว้ เป็นการสร้างผลลัพธ์ของธุรกิจให้ออกมาเป็นรูปธรรมมากขึ้น”

         สำหรับบทบาทของ CEO บริษัท REGEN Smart City (Thailand) Co., Ltd. หมอกี้ให้ความสำคัญกับการขยายธุรกิจจากการเป็นผู้จำหน่ายผลิตภัณฑ์ ไปสู่การเป็น Business & Solution Partner ที่สามารถเชื่อมโยงเทคโนโลยี พันธมิตร และโครงการขนาดใหญ่เข้าด้วยกัน เพื่อสร้างผลลัพธ์ทางธุรกิจที่จับต้องได้

         “เราตั้งใจวางแผนบริษัท โดยการขยายขอบเขตของตลาด ขยายไลน์ผลิตภัณฑ์ ขยายสินค้าและบริการ ตอนนั้นจำได้ว่าเป็นช่วงโควิด 19 หมอกี้ก็เลยมีเวลามากมายในการที่จะวางแผนธุรกิจ เรามีความตั้งใจที่อยากจะนำพาธุรกิจไปสู่การเป็นธุรกิจที่จะสามารถส่งต่อได้ วันนั้นเราจึงตั้งต้นจากการขยายฐานลูกค้า ขยายฐานสินค้าและบริการ รวมถึงการทำแบรนดิ้งของบริษัท แรกเริ่มหมอกี้ตั้งใจจะขยายฐานลูกค้าไปสู่ตลาดภาครัฐ เราจึงมีการพัฒนาสินค้าเพิ่มขึ้นมา นั่นก็คือสินค้า Smart City รวมถึงสินค้ากลุ่ม IOT ต่างๆ เมื่อหมอกี้ได้มีโอกาสเข้าไปศึกษา Pain Point และลงพื้นที่หน้างานจริง ทำให้เราได้เห็นช่องว่างทางโครงสร้างพื้นฐานของประเทศมากมาย ก็เลยเป็นอีกหนึ่งงานที่ทำให้หมอกี้รู้สึกภาคภูมิใจในการทำงานด้านนี้ รวมไปถึงการพัฒนาสินค้าในกลุ่มหลอดไฟ และโคมไฟประเภท LED ที่จะสามารถขยายตลาดมากกว่าการขายเพียงแค่ตลาดพลังงานเท่านั้น แต่กลับสามารถขยายมาที่ตลาดคอมเมอเชียล หรือว่าสินค้าขายปลีกด้วย”

เส้นทางแห่งความสำเร็จมิอาจเดินเพียงลำพัง
        “เราไม่สามารถเดินคนเดียวได้ เพราะในวันที่หมอกี้เป็นทั้งผู้คิด และคนลงมือทำ Form Vision to Impact 3 ปีแรกพร้อมที่จะไปต่อ และเราต้องการ Strategic Partner เราจำเป็นต้องขยายการเติบโต ซึ่งหมอกี้ไม่สามารถทำเรื่องนี้คนเดียวได้อีกต่อไป จึงได้วางแผนของ 3 ปีข้างหน้าที่กำลังจะสร้างให้ รีเจน สมาร์ท ซิตี้ เป็นบริษัทที่สามารถส่งต่อได้ ปัจจุบันเรามีกลุ่มลูกค้าซัพพลายเออร์ ลูกค้าภายในประเทศค่อนข้างเยอะและหลากหลายตลาด เราให้ความสำคัญกับการรักษามาตรฐานกับกลุ่มลูกค้าของเรามากๆ เพราะฉะนั้นฐานลูกค้าเก่าก็ยังคงอยู่ แล้วเราก็ได้ฐานลูกค้าใหม่เพิ่มขึ้นค่อนข้างมาก อย่าง กลุ่มนิคมอุตสาหกรรมและตลาดภาครัฐ ปัจจุบันเรามีลูกค้ามากกว่าหลายร้อยราย”

        ขณะเดียวกันหมอกี้ยังทำงานในวงการนางงาม และสนับสนุนด้าน ‘Women Empowerment’ ในฐานะผู้จัดและผู้บริหารเวทีประกวดในหลายเวทีหลากหลายแพลตฟอร์ม ทั้งการเป็น PD Miss Grand ปราจีนบุรี-สระแก้ว, เป็น PD Miss Universe ระยอง - จันทบุรี - ตราด และ ND Mrs Tourism Thailand เพราะเธอมองว่างานด้านนี้ไม่ใช่เพียงเรื่องความงาม แต่เป็นอีกพื้นที่หนึ่งในการสร้างโอกาส พัฒนาศักยภาพผู้หญิง และสร้างเครือข่ายทางสังคมและธุรกิจ

        “นอกเหนือจากการทำงานเป็น CEO บริษัท REGEN Smart City (Thailand) Co., Ltd. ในขณะเดียวกัน หมอกี้ยังเป็นผู้จัดเวทีการประกวดระดับภูมิภาค รวมไปถึงระดับชาติ ทั้งหมดอยู่ในแผนงานที่เรากำหนดและวางไว้ด้วยตัวเอง เพราะหมอกี้ต้องการสร้างรากฐานให้มั่นคง จากประสบการณ์ที่เคยอยู่ในตลาดพลังงานเพียงตลาดเดียว เราได้เรียนรู้แล้วว่าไม่ปลอดภัย
กับธุรกิจ เราเลยขยายไปที่ตลาดโครงสร้างพื้นฐานของประเทศ ส่วนเรื่องของสินค้าก็เหมือนกัน เราถือเป็นบริษัทแรกๆ ที่เข้าไปทำสินค้าด้าน IOT วันนี้บริษัทเรามีความพร้อมสูงมากที่จะพัฒนาและต่อยอดสินค้า IOT เกี่ยวโครงสร้างพื้นฐานของประเทศ ซึ่งเป็นจุดเริ่มต้นของการทำเวทีนางงาม เพื่อสร้างการรับรู้ให้กับธุรกิจรวมไปถึงสินค้าของบริษัท แล้วก็ทำให้หมอกี้ได้ค้นพบว่าการจัดเวทีประกวดนางงามสร้างพลังงานที่ดี และสร้างความสุขให้กับตัวเราด้วย เพราะมันคือแพลตฟอร์มการพัฒนาศักยภาพของผู้หญิง ไม่ว่าจะเป็นการพัฒนาบุคลิกภาพ การพัฒนาวิสัยทัศน์ การพัฒนาภาวะผู้นำ และการพัฒนาความกล้าหาญรวมไปถึงการพัฒนาบุคลากรในองค์กรของเรา ซึ่งเราหยิบตรงนี้มาเป็นตัวขับเคลื่อนด้านแบรนดิ้ง เรียนรู้ด้านการตลาด และการทดลองการตลาด
ในแนวใหม่”

การทำงานตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ สร้างความกลมกลืนเป็นหนึ่งเดียว
          “ในส่วนของวิถีชีวิตในปัจจุบัน ผ่านการวางแผนและออกแบบ เหมือนกับการวางแผนธุรกิจค่ะ หมอกี้มีการวางแผนไลฟ์สไตล์ของตัวเอง จะต้องตอบโทย์และเชื่อมโยงกัน แน่นอนว่าทุกคนมีทางเลือกมากมายในการสร้างและพัฒนาธุรกิจ รวมไปถึงรูปแบบการใช้ชีวิตของตัวเอง สำหรับหมอกี้ต้องเลือกในแบบที่เราชอบ และเลือกในแบบที่เรามั่นใจ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของการขยายตลาดไปยังตลาดกลุ่มต่างๆ กับการทำเวทีนางงามค่ะ เราวางแผนให้ทั้งสองอย่างเดินไปพร้อมกันได้ และทั้งสองอย่างก็ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ของเราด้วย มันจึงทำให้หมอกี้สามารถบริหารรูปแบบการใช้ชีวิตและจัดการพลังงานของเราให้หมุนเวียนเป็น Ecosystem ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของธุรกิจ ไลฟ์สไตล์ รวมไปถึงการพัฒนาศักยภาพของตัวเอง จนกลายเป็นวัฏจักร กลายเป็นระบบนิเวศที่กลมกล่อมมากๆ หากมองจากมุมของคนภายนอกจะมองเห็นว่าหมอกี้ทำหลายอย่าง แต่จริงๆ แล้วหลายอย่างตรงนั้น เราจัดลำดับความสำคัญให้ทุกอย่างเสมอ เรามักจะมีเวลาให้กับสิ่งที่มีมูลค่า และมีคุณค่า แต่ที่สำคัญเราจะต้องกล้าตัดสินใจ และกล้าเลือกว่าอะไรที่มีความสำคัญค่ะ”

         “ถ้าเราสามารถออกแบบการทำงานให้กลมกล่อมกับไลฟ์สไตล์ที่เราชอบเราก็จะมีเอนเนอร์จี้ในการทำงาน เพราะไลฟ์สไตล์จะช่วยขับเคลื่อนให้การทำงานไปต่อได้เรื่อยๆ ภายใต้การทำงานที่เราชอบสร้างเอนเนอร์จี้ได้ตลอดเวลา ทำให้เราค้นพบพลังงานได้อย่างไม่น่าเชื่อ และด้วยส่วนตัวหมอกี้ตั้งใจมองหาสิ่งใหม่ๆ ตลอดเวลา เพราะอยากให้ตัวเองมีพลังงานตลอด รวมทั้งชอบวางเป้าหมายและเดินหน้าทำให้สำเร็จ ชอบอัพเลเวลตัวเอง และมีความสุขกับการอัพเลเวลตัวเองมากๆ มันเป็นสิ่งที่เราออกแบบเอง แต่เมื่อ 3 ปีที่แล้วคนไม่ได้มองว่าธุรกิจที่หมอกี้ทำเป็นรื่องเดียวกัน เราจึงโดนตัดสินจากคนที่มองเข้ามาว่าทำธุรกิจแบบไม่มีทิศทาง แต่นั่นเขากำลังอยู่ในเกมส์ของเรา เพราะก่อนจะทำธุรกิจทุกอย่างเราวางแผนทุกอย่างไว้เป็นอย่างดี และในสิ่งที่เกิดขึ้นในวันนี้เป็นเกมส์แค่ครึ่งเดียวของเราเท่านั้น ยังไม่ใช่ 100% ของเกมส์ทั้งหมด ที่กำลังจะเกิดขึ้นในอีก 3 ปีข้างหน้า”

วางเป้าหมายให้ใหญ่ และมีวินัยในการลงมือทำ
        “การวางแผนในระยะ 3 ปี เป็นการวางแผนระยะยาวที่เราจำเป็นต้องมีวินัยในการลงมือทำ เพราะสิ่งที่เรากำลังทำเป็นการวางเกมส์ยาว ส่วนการที่เราจะรักษาพลังงาน เราต้องออกแบบ เราต้องเลือกทำในสิ่งที่ชอบ เราต้องรู้จักตัวเอง เราต้องวางแพสชันให้มันใหญ่มากพอ ทุกอย่างถึงจะขับเคลื่อนได้ ส่วนตัวหมอกี้วางเป้าหมายชีวิตค่อนข้างใหญ่ พอถึงจุดหมายก็ค่อยๆ ขยับหมุดหมายใหม่ให้ใหญ่ขึ้นทีละเสต็ป”

เป้าหมายสูงสุดในแบบหมอกี้ ดร.อังคนางค์ ชากีร่า
        “จิ๊กซอว์ที่สมบูรณ์ของหมอกี้คือ ธุรกิจ รีเจน สมาร์ท ซิตี้ ที่สามารถส่งต่อได้ อนาคตเราอยากมีพาร์ทเนอร์ที่ถูกต้อง ถูกที่ และถูกเวลา เพื่อผลลัพธ์ของ รีเจน สมาร์ท ซิตี้ ที่สามารถเติบโตอย่างก้าวกระโดด เราพร้อมที่จะต่อยอดให้เห็นผลลัพธ์องค์กร ซึ่งวันนี้หมอกี้สามารถพูดในมุมมองของการเป็นคนคิด และคนสร้างเพียงคนเดียว ที่ต้องการเห็นสิ่งที่ตัวเองฟูมฟักขึ้นมามีการเติบโตและเจริญงอกงาม เพราะเราเคยเห็นธุรกิจประเภทเดียวกันที่ไม่สามารถต่อยอดและไปต่อได้เมื่อผู้ประกอบการ หรือเจ้าของกิจการมีอายุมากขึ้น เราไม่อยากเห็นธุรกิจของเราเป็นแบบนั้น เราอยากให้ รีเจน สมาร์ท ซิตี้ เป็นบริษัทที่ยั่งยืน ต้องการให้องค์กรนี้มีผู้สืบทอด และเป็นบริษัทที่อยู่ได้แม้ว่าจะไม่มีหมอกี้ นั่นคือเป้าหมายสูงสุดของ รีเจน สมาร์ท ซิตี้ ค่ะ”

รีเจน สมาร์ท ซิตี้ ในปัจจุบัน
        “ณ วันนี้เราวางแผนตามหมุดเดิมของเรา หลังจากที่ขยายตลาดมาเรียบร้อยแล้ว ในวันที่เราอยากที่จะขยายเป็นตลาดโครงสร้างพื้นฐานประเทศ อยากจะอยากจะขยายขอบเขตของสินค้าที่เป็นสินค้าไฟฟ้า เป็นระบบ AI และ IOT ก็สมบูรณ์แบบเรียบร้อย ระบบทุกอย่างไม่ว่าจะเป็น Cyber Security, Alarm System, Cloud-Based System ก็พร้อมแล้ว และเราเชื่อว่าตลาดของประเทศไทยยังพร้อมที่จะเติบโตได้อีก ท่ามกลางคัลเจอร์และทีมงานที่มี โดยใช้แพลตฟอร์มการประกวดนางงามร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการขยายเครือข่าย เรานำเทคนิคของการประกวดนางงามเข้ามาใช้พัฒนาบุคลากร ไม่ว่าจะเป็นการเรียนรู้ด้านการตลาด การลองการตลาดในแนวใหม่ การพัฒนาศักยภาพ ภาวะความเป็นผู้นำ เพราะฉะนั้นวิศวกรก็มาจัดประกวดนางงาม ผสมผสานทุกอย่างให้กลมกล่อมไปด้วยกัน พอมาถึงตรงนี้เราก็สามารถต่อยอดในการสร้างกิจกรรมสานสัมพันธ์กับกลุ่มลูกค้าได้อีกด้วย”

        “สิ่งที่เราคิด เราพูด แล้วก็เก็บไว้ ถ้าย้อนกลับไปดูวิดีโอเมื่อ 3 ปีที่แล้ว เราเป็นผู้ประกอบการรายเล็กรายหนึ่งที่ออกมาพูดว่าทำบริษัทวิศวกรรมไฟฟ้าประเภท Explosion Proof ป้องกันการระเบิด และมีความตั้งใจจะขยายฐานลูกค้าไปสู่ตลาดภาครัฐ ตลาด Infrastructure หรือว่าตลาดโครงสร้างพื้นฐานของประเทศ ซึ่งวันนั้นไม่มีทั้งสินค้า ทั้งฐานลูกค้าในมือ มันทำให้สนุกมากเลยค่ะ สนุกตั้งแต่การเริ่มต้นพัฒนาสินค้าใหม่ และพัฒนาตลาดใหม่ ในวันที่เราไม่ได้มีต้นทุนในมือ มันต้องมีความกล้าอย่างเดียวเลย แต่ในวันนี้เราก็ทำสำเร็จแล้ว แต่เราก็ยังอยากเห็นทุกอย่างที่เราวางแผนมามีผลลัพธ์ที่ Impact มากกว่านี้ ซึ่งเราคาดหวังว่าอีก 3 ปี การพูดคุยในวันนี้มันจะเป็นเหมือนคำมั่นสัญญาที่เราเคยบันทึกไว้เมื่อ 3 ปีที่แล้ว” หมอกี้กล่าวทิ้งท้าย

        อีก 3 ปีข้างหน้า เราจะได้เห็นอะไรใหม่ๆ จากผู้หญิงแกร่งและเต็มไปด้วยพลังงาน หมอกี้ - ดร.อังคนางค์ ชากีร่า บำรุงสรณ์ แต่เธอบอกว่าต้องรอติดตามด้วยตัวเอง เพราะการวางแผนของเธอถูกเซ็ตระบบไว้สำหรับสร้างเซอร์ไพรส์เท่านั้น ไม่มีใครสามารถล่วงรู้ล่วงหน้าได้ ถ้าคุณกำลังสงสัยอยู่ แสดงว่าตอนนี้คุณก้าวเข้ามาเป็นหมากอีกหนึ่งตัวในเกมส์ของหมอกี้แล้วค่ะ

 

Photo By : Pumkiat
Author By : Lady K.

SHARE