counters
hisoparty

LIVING IN THE MOMENT - คุณดิฐวัฒน์ อิสสระ

4 months ago

“คนเราต้องอยู่กับปัจจุบัน ไม่ใช่แค่ช่วงนี้นะครับ แต่ผมหมายถึงในช่วงเวลาปกติด้วย สมมติเราไปทำงานแล้วเราเครียดมากๆ ตอนเรากลับบ้านเราต้องพัก อย่าเก็บโน่นเก็บนี่มาคิด อย่าอยู่ที่ไหนแล้วกังวลไปหมดต้องแยกแยะให้ได้ เราต้อง Quarantine ตัวเองให้ได้ อยู่ที่ทำงานเราต้อง Quarantine ตัวเองในหมวดทำงาน กลับบ้านเราต้องพัก เพื่อว่าตอนเรากลับไปทำงานใหม่เราจะ Recharge ไม่ใช่ว่าเราหมกมุ่นจนนอนไม่หลับ วันต่อมาเราเหนื่อยแต่ว่าปัญหาก็ยังอยู่ที่เดิม เราแก้ไม่ได้ แล้วเราก็ไม่มีพลังไปแก้ ผมว่าการแบ่งสัดส่วนเป็นเรื่องสำคัญ ชีวิตจะแย่ขนาดไหนเราต้องแยกแยะได้ เราห้ามหมกมุ่น อย่าไปคิดถึงอดีต อย่าไปกังวลกับอนาคตครับ”

          ข้อคิดดีๆ จากนักธุรกิจหนุ่มรุ่นใหม่ที่มีพลังล้นเหลือพอๆ กับเสียงหัวเราะที่เป็นเอกลักษณ์ บ่งบอกตัวตนว่าเป็นคนที่มีอารมณ์ และจิตใจดี HiSoParty มีโอกาสได้พบเจอเขาอยู่บ่อยครั้ง แต่ไม่บ่อยนักที่เราจะนั่งคุยกันในเรื่องที่จริงจังขนาดนี้ ซึ่งนี่เองที่ทำให้เราได้สัมผัสถึงตัวตนอีกด้านหนึ่งของเขา ที่สะท้อนให้เห็นแนวความคิด และวิธีรับมือกับปัญหาที่เกิดขึ้นได้อย่างน่าสนใจ กับ คุณปลาทู - ดิฐวัฒน์ อิสสระ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ร่วมอิสสระ จำกัด และ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ บริษัท ชาญอิสสระ ดีเวล็อปเมนท์ จำกัด (มหาชน)

          “เรื่องงานตอนนี้ค่อยๆ ไปเรื่อยๆครับ แต่ด้วยสถานการณ์อย่างนี้เราต้องเน้นทำในสิ่งที่มั่นคง ไม่ต้องรีบที่จะโต เราจึงเน้นไปในโครงการที่คิดว่าออกมาแล้วมันจะเวิรค์จริงๆ ซึ่งถ้ามองในแง่ที่ดีมันทำให้เรามีเวลาให้กับแต่ละโครงการเยอะขึ้นและด้วยช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมาเรา Launch ไม่ได้เยอะมาก โครงการใหม่ๆ ก็มีคอนโด ดิ อิสสระ สาทร ครับที่ได้บริษัท A49 มาออกแบบสไตล์โมเดิร์นมินิมัลลิสต์ผสมผสานเมืองกับธรรมชาติใจกลาง CBD ซึ่งเราเปิดตัวไปเมื่อปีที่แล้ว ส่วนโครงการที่เปิดตัวในปีนี้มีแค่โครงการเดียว คือ ศศรา หัวหิน เป็นลักชัวรี่ บีชฟร้อนท์ เรสซิเดนซ์ บนชายหาดหน้ากว้างติดทะเลเหมาะกับการพักผ่อนแบบส่วนตัวมากๆ ซึ่งเพิ่งมี Private Launch ไป ยอดขายดีมาก และถ้าพูดถึงปีนี้ที่เห็นได้ชัดเจนอีกที่คือ Baba Beach Club Hotel @ ทิวทะเล เวิลด์ หัวหิน บนพื้นที่ 110 ไร่ ติดชายหาดชะอำ-หัวหิน เป็นโครงการมิกซ์ยูส ครบวงจร มีโรงแรม วิลล่า คอนโด ร้านกาแฟและไนท์มาร์เก็ต ซึ่ง Baba Beach Club Hotel พร้อมเปิดเฟสใหม่จากตัวโรงแรมเดิมอีก 47 ห้อง รวมถึงห้องจัดเลี้ยง ห้องประชุมสัมมนา สปา ห้องอาหาร บาร์ โดยเฉพาะ Kids Club ที่ส่งเสริมการพัฒนาการของเด็กๆ มั่นใจว่า กลุ่มแฟมิลี่มาพักที่โรงแรมจะต้องสนุก และที่เป็นจุดขายของเฟสนี้เลยคือ Penthouse ที่อยู่ชั้นบนสุุดทั้งชั้นเลย มี 2 ห้องนอน มีสระว่ายน้ำ 30 เมตร ซึ่งเป็นสระสีทองครับ อันนี้ก็น่าจะเร้าใจดี และอีกโครงการที่เพิ่งเสร็จ เรากำลังเริ่มโอนปีนี้ หลังจากที่ Launch มาสักพัก ตอนนี้เริ่มเป็นรูปเป็นร่างขึ้นคือ Issara Residence Rama 9 กับ Baan Issara Bangna โครงการระดับซุปเปอร์ลักซัวรี่ ราคา 60-200 ล้านบาท ก็ต้องยอมรับว่าสำหรับว่าสองโครงการนี้เห็นของจริงแล้วสวยกว่าเดิมอีก ซึ่งเป็นอะไรที่เราภาคภููมิใจ แล้วลูกค้ากลุ่มไฮเอนท์ทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติก็ตอบรับดีมากครับ”

ช่วงแรกที่เจอกับวิกฤตการณ์โควิด-19
         
“จริงๆ มันช็อก แล้วก็เหนื่อย แต่ว่ามันก็ Challenging นะ คือในช่วงปกติเรามีหน้าที่ในการทำงานอยู่แล้วในเรื่องของ การตลาด การก่อสร้าง แต่พอมีวิกฤตทำให้เราต้องมาคุย Policy บริษัทว่าจะ Work From Home หรือจะดำเนินงานอย่างไร ไหนจะธุรกิจโรงแรม อาคารนิติบุคคลที่เราดูอยู่ ซึ่งตอนที่เกิดโควิด-19 มันเป็นอะไรที่ใหม่ แล้วใหม่สำหรับทั้งโลก มันไม่ได้มีรูปแบบที่ผิดหรือถูก เราประชุมกันเยอะมาก ประชุมทุกวันเลย คือประชุมวันนี้เสร็จเรียบร้อย อีกสองวันสถานการณ์เปลี่ยน เราต้องเปลี่ยนตามให้ทัน ถ้าจะบอกว่ามันเป็นช่วงที่ดีคงไม่ได้ แต่ในโอกาสนั้นเราได้ฝึกทำอะไรที่ไม่เคยคิดว่าจะต้องทำหลายอย่าง ชีวิตนี้ผมไม่เคยคิดว่าจะต้อง Work From Home เมืองไทยไม่เคยมี แต่ภายในข้ามคืนทุกคนต้อง Work From Home หมด จากนั้นภายใน 3 วันเราต้องคุยกันว่าจะปิดโรงแรมฯอย่างไรแล้วก็ปิดเลย แต่ว่าการปิดโรงแรมมันไม่ใช่ว่าเราปิดได้เฉยๆ นะ มันมีเรื่องบุคลากร มีเรื่อง Maintenance นู่นนี่เต็มไปหมด ซึ่งอย่างที่บอกมันไม่มีรูปแบบที่เราสามารถ Copy / Paste ได้ ทุกอย่างต้องมาคุยใหม่คิดใหม่ ธุรกิจเรากับธุรกิจของคนอื่นก็คนละระบบกัน ฉะนั้นทุกคนต้องคิดในแบบของตัวเอง ถือว่าเป็น Training ที่ดีนะครับ”

ใช้เวลานานแค่ไหนในการรับมือสถานการณ์ที่เกิดขึ้น
         
“ไม่นานเลยครับ เรียกได้ว่าแทบจะไม่มีเวลาให้งงเลย คือถ้ามีเวลาที่จะงง อาจจะทำให้ทุกอย่างเดินช้าลงก็ได้ ความกดดันมันสูงมาก เราฟุ้งไม่ได้เลย เราต้อง Concentrate อย่างที่บอกนี่ถือเป็น Training ที่ดีมาก ผมว่าจากนี้ถ้าเจอสถานการณ์อะไรใหม่ ๆ เข้ามา ผมคงนิ่งขึ้น มีสติ แล้วก็อยู่กับปัจจุบัน ไม่ต้องคิดถึงอนาคตเกินไป ไม่ได้คิดถึงอดีตเกินไป เราอยู่ในปัจจุบันแล้วเราก็แก้ปัญหาตามสถานการณ์ที่เกิดขึ้น เพราะเดี๋ยวมันก็มีปัญหาใหม่ให้เราต้องมาแก้อีก ซึ่งตอนจบมันก็จะกลายเป็นวิธีทำงาน ผมว่ามันก็ดีนะ
          “ผมว่าผมเป็นคนปล่อยวางเก่งอยู่นะ (ยิ้ม) ถ้าคุยเรื่องนี้มันก็มีหลักเกณฑ์มาจากธรรมะ ซึ่งผมไม่ได้ปฏิบัติเก่งหรอกแต่ว่าคุณพ่อคุณแม่บังคับให้ทำตั้งแต่เด็ก ทำให้เข้าใจคอนเซปต์นี้ บวกกับการต้องปรับตัวให้ทัน ซึ่งผมทำงานมา 13 – 14 ปี จากวันนั้นจนวันนี้ ภาพมันเปลี่ยนไปเยอะ ทำให้เราชินกับการปรับตัวอยู่แล้ว แต่ถ้าสมมติผมเพิ่งเริ่มทำงาน 2 – 3 ปีแล้วอยู่ดี ๆ เจอสถานการณ์นี้ หนึ่งเลยคือผมคงช่วยอะไรไม่ได้ อาจจะช็อก และอาจจะทำให้แย่ลงอีก (หัวเราะ) ผมจึงรู้สึกว่าด้วยประสบการณ์ และอายุที่แก่ขึ้น มันทำให้เราพร้อมรับมือกับปัญหาได้ระดับหนึ่ง”

เมื่อต้องเจอกับปัญหาที่ควบคุมไม่ได้ มีวิธีก้าวผ่านมันอย่างไร
         
“อยู่กับปัจจุบัน (หัวเราะ) จริงๆ นะ บางอย่างมันควบคุมไม่ได้บางคนเขาจะเครียดมาก แต่ถามไปว่าเครียดแล้วได้อะไรไหม มันก็ไม่ได้ ยังไงปัญหามันก็ต้องมีมาอยู่แล้วในชีวิตเรา ย้อนไปช่วงแรกที่ผมกลับมาทำงานใหม่ๆ ตอนนั้นทำโครงการอิสสระลาดพร้าว ก่อนที่โครงการจะขึ้นมีปัญหาเข้ามาเยอะมากเลยอะไรไม่รู้เต็มไปหมด แต่ตอนนี้กลายเป็นโครงการที่ประสบความสำเร็จมากๆ และสวยมากด้วยนะครับ (ยิ้ม) ย้อนตอนนั้นผมเพิ่งเรียนจบกลับมา อายุยังน้อยด้วย ผมถามป๊าตอนเจอปัญหารุมเร้าเยอะๆ ว่า “ป๊าถ้าโครงการนี้มันเจ๊งขึ้นมาจะทำอย่างไร” ป๊าบอก “เฮ้ยถ้าเราทำเต็มที่แล้วมันไม่เวิร์ค เราแค่ต้องลุกขึ้นมาใหม่ แล้วก็เริ่มใหม่แค่นั้น” นั่นเป็นคำตอบที่ผมคิดว่า เออ ใช่! แต่ว่าเราต้องทำให้เต็มที่ก่อนนะ ไม่ใช่ว่าเราโดนผลักนิดเดียวแล้วเราล้ม ไม่ได้ มันต้องสู้ให้สุด ซึ่งก็เป็นอะไรที่ยังจำแล้วยังคิดถึงตลอด แล้วมันก็ทำให้เราไม่เครียด เราไม่โอเว่อร์ไม่คิดมากเกินไป ผมว่าการนอยด์มันไม่ดี การนอยด์นี่คือแย่สุดแล้ว ปัญหา 1% กลายเป็นปัญหา 90% ได้โดยความนอยด์”

สิ่งที่เราได้เรียนรู้จากวิกฤตครั้งนี้
         
“มันทำให้เรา Appreciate สิ่งที่อยู่ข้างหน้าเราอยู่แล้ว บางทีเรามองข้ามไป ยกตัวอย่าง เรื่องการท่องเที่ยว ปีนี้ผมได้เที่ยวเมืองไทยเยอะมาก และสนุกมาก ได้ไปปีนเขาได้ทำอะไรหลายอย่าง นอกจากนี้ผมก็มีโอกาสได้ปลูกต้นไม้ เดี๋ยวนี้ผมหันมาปลูกต้นไม้แล้วนะ (หัวเราะ) ในส่วนเรื่องการทำงานก็เหมือนกัน เราได้ผ่านร้อนผ่านหนาว เหตุการณ์มันบังคับให้เราเปลี่ยน มันบังคับให้เราปรับตัว ซึ่งก็หวังว่าเราจะปรับตัวเป็นคนที่เก่งขึ้น เพราะถ้าเราพัฒนาแบบแย่ลงมันไม่น่าจะรอด ดังนั้นเราต้องพัฒนาให้ดีขึ้น เพราะเราต้องรอดครับ” (ยิ้ม)

SHARE