counters
hisoparty

วางรากฐานเชิงระบบเพื่อความปลอดภัยในกีฬาไทย บทบาทของ คุณสิริลักษณ์ เชียงว่อง ใน ‘Safeguarding Thailand’

8 hours ago

          ในฐานะหัวหน้าสำนักงาน UNFPA ประเทศไทย คุณสิริลักษณ์ เชียงว่อง ทำงานขับเคลื่อนประเด็นสุขภาวะทางเพศและอนามัยเจริญพันธุ์ ความเสมอภาคระหว่างเพศ และการพัฒนาทุนมนุษย์มาอย่างต่อเนื่อง การเข้ามามีบทบาทในโครงการ ‘Safeguarding Thailand’ จึงไม่ใช่เพียงความร่วมมือเชิงสัญลักษณ์ แต่เป็นการนำกรอบคิดด้านสิทธิมนุษยชนและการคุ้มครองเชิงระบบมาประยุกต์ใช้กับวงการกีฬาไทยอย่างจริงจัง

แนวคิด ‘Safeguarding’ ในบริบทของกีฬา และเหตุใดจึงสำคัญในสังคมไทยวันนี้
          “ความเป็นเลิศทางกีฬา ไม่ได้หมายถึงการฝึกซ้อมร่างกายให้แข็งแรงและเก่งในกีฬาต่างๆ เท่านั้น แต่หมายรวมถึงการดูแลสภาพจิตใจและความปลอดภัยด้วย ความรุนแรงด้วยเหตุแห่งเพศเป็นเรื่องที่มีอยู่จริงในทุกวงการ และยังไม่ได้รับการแก้ไขอย่างมีประสิทธิภาพ วงการกีฬาก็เช่นเดียวกันค่ะ แนวคิดเรื่อง ‘Safeguarding’ ในบริบทของโครงการนี้ หากจะอธิบายให้เข้าใจง่ายที่สุด คือ การสร้าง ‘ระบบ’ และ ‘พื้นที่ปลอดภัย’ ที่ทำให้นักกีฬาและบุคลากรในวงการกีฬาทุกคน ทุกเพศ ทุกวัย สามารถฝึกซ้อมและแข่งขันได้อย่างมีศักดิ์ศรีและปลอดภัย โดยไม่ถูกล่วงละเมิดทางเพศหรือแสวงหาประโยชน์ในทุกรูปแบบค่ะ ในมิติของการกีฬา Safeguarding ครอบคลุมมากกว่า Safe Sport ไม่ใช่แค่เรื่องของความปลอดภัยทางร่างกายเท่านั้น แต่ยังครอบคลุมถึงความปลอดภัยทางจิตใจและอารมณ์ด้วย ซึ่งหมายรวมถึงการป้องกันการใช้อำนาจในทางที่ผิด การคุกคามทางเพศ การกลั่นแกล้ง หรือการลงโทษที่เกินกว่าเหตุ โดยเรามุ่งหวังที่จะเปลี่ยนจากการให้ความสำคัญเพียงแค่ชัยชนะหรือเหรียญรางวัล มาเป็นการสร้างมาตรฐานที่เน้น ‘ความปลอดภัยคือรากฐานของความเป็นเลิศ’ อย่างแท้จริงค่ะ
          “แนวคิดนี้สำคัญอย่างยิ่งในสังคมไทยทุกวันนี้ เนื่องจากวงการกีฬาของเรายังมีช่องว่างเชิงโครงสร้างที่ซับซ้อนค่ะ นักกีฬาจำนวนมาก โดยเฉพาะนักกีฬาผู้หญิงและเยาวชน ต้องพึ่งพาสถาบันกีฬาหรือโค้ชในหลายมิติ ทั้งเรื่องที่พักอาศัย รายได้ การคัดเลือกตัวนักกีฬา และความก้าวหน้าในอาชีพ ความไม่สมดุลของอำนาจและการพึ่งพาเช่นนี้อาจกลายเป็นความเสี่ยงที่ทำให้นักกีฬาถูกล่วงละเมิดได้ และที่น่าเป็นห่วงคือความหวาดกลัวต่อการถูกตอบโต้หรือการสูญเสียโอกาส ทำให้หลายคนเลือกที่จะเงียบแทนการแจ้งเหตุ ซึ่งเราเรียกสิ่งนี้ว่า ‘เงียบเพื่อความอยู่รอด’ แต่จะยิ่งทำให้ปัญหาขยายไปไม่จบสิ้น เพราะคนที่ทำผิดไม่เคยได้รับโทษค่ะ การมีระบบ Safeguarding ที่เข้มแข็งจึงเป็นสิ่งจำเป็นในวันนี้ เพื่อทำลายวัฒนธรรมแห่งความเงียบและสร้างระบบที่ตรวจสอบได้ เพราะเมื่อสนามฝึกซ้อมกลายเป็นสถานที่ที่ปลอดภัยและเคารพศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ นักกีฬาจะสามารถพัฒนาศักยภาพของตนเองได้อย่างเต็มที่โดยไม่มีบาดแผลในใจ ซึ่งท้ายที่สุดแล้ว วงการกีฬาไทยจะก้าวไปข้างหน้าอย่างยั่งยืน ได้รับความไว้วางใจจากสาธารณชน และเติบโตได้อย่างสง่างามในระดับสากล โดยมีความปลอดภัยและความซื่อสัตย์เป็นรากฐานสำคัญค่ะ”

เป้าหมายของความร่วมมือภายใต้ MOU และบทบาทของ UNFPA in Thailand
          “ความร่วมมือภายใต้บันทึกความเข้าใจ (MOU) ระหว่าง คณะกรรมการโอลิมปิกแห่งประเทศไทย (NOCT), UNFPA in Thailand และ HiSoParty Magazine มีเป้าหมายสำคัญสูงสุด คือ การสร้างมาตรฐานใหม่ให้กับวงการกีฬาไทย โดยยกระดับจากการมุ่งเน้นเพียงชัยชนะ ไปสู่การสร้างระบบนิเวศทางการกีฬาที่มีจริยธรรม ปลอดภัย และยั่งยืนค่ะ ในส่วนของ UNFPA in Thailand เราเข้ามามีบทบาทสำคัญในฐานะหน่วยงานหลักด้านเทคนิค (Lead Technical Agency) เป้าหมายหลักของเราคือการช่วยวางรากฐานเชิงระบบและโครงสร้าง (System and Structure) โดยนำมาตรฐานสากลมาปรับเข้ากับบริบทประเทศไทย เพื่อให้การคุ้มครองนักกีฬาเกิดขึ้นได้อย่างเป็นรูปธรรมและมั่นคง เราสนับสนุนด้านวิชาการและเทคนิคเพื่อจัดทำ ‘ประมวลจริยธรรมการคุ้มครองนักกีฬา’ (Safeguarding Frameworks) และมาตรฐานการดำเนินงานที่สอดคล้องกับหลักสากล เพื่อให้หน่วยงานกีฬาต่างๆ นำไปปฏิบัติได้อย่างถูกต้อง พร้อมทั้งวางแนวทางและหลักจริยธรรม (Survivor-centered principles) เพื่อให้ระบบการรับเรื่องร้องเรียนและการดูแลนักกีฬาเป็นไปอย่างปลอดภัย ได้รับการเยียวยา และเคารพสิทธิส่วนบุคคลอย่างสูงสุดค่ะ
          “เราให้ความสำคัญกับการพัฒนาศักยภาพบุคลากร โดยมุ่งสร้าง ‘เจ้าหน้าที่คุ้มครอง’ (Safeguarding Officers) และเสริมสร้างความเข้มแข็งให้กับกลไกการกำกับดูแลของสถาบันกีฬา ขณะเดียวกัน เรายังทำงานร่วมกับโครงสร้างธรรมาภิบาลของภาครัฐและองค์กรกีฬาที่มีอยู่แล้ว เพื่อเสริมแรงและสร้าง ‘ความเป็นเจ้าของในระดับชาติ’ (National Ownership) ซึ่งจะทำให้โครงการ Safeguarding Thailand ไม่ได้เป็นเพียงกิจกรรมชั่วคราว แต่เป็นวัฒนธรรมที่คงอยู่คู่กับวงการกีฬาไทยอย่างยั่งยืนค่ะ

แนวคิดที่ยึดผู้ก้าวผ่านความรุนแรงเป็นศูนย์กลาง (Survivor-centered approach)
          “สำหรับ UNFPA in Thailand แนวคิด ‘การยึดผู้ก้าวผ่านความรุนแรงเป็นศูนย์กลาง’ (Survivor-centered approach) คือหัวใจสำคัญของการคืนอำนาจและการตัดสินใจให้กับผู้ที่ได้รับผลกระทบ โดยเฉพาะจากความรุนแรงด้วยเหตุแห่งเพศค่ะ ให้การป้องกันและแก้ปัญหายึดถือมนุษย์เป็นศูนย์กลาง โดยเราให้ความสำคัญสูงสุดกับสิทธิ ความปลอดภัย และศักดิ์ศรีของมนุษย์เหนือสิ่งอื่นใด แนวคิดนี้หมายถึงการสร้างระบบที่มั่นใจได้ว่า ผู้ที่เผชิญความรุนแรงจะได้รับการดูแลอย่างเห็นอกเห็นใจ ข้อมูลทุกอย่างจะถูกเก็บเป็นความลับสูงสุด และที่สำคัญที่สุดคือ พวกเขาต้องมีสิทธิ์ในการตัดสินใจเลือกเส้นทางความช่วยเหลือที่เหมาะสมกับตนเอง โดยได้รับข้อมูลที่ครบถ้วนและไม่ถูกบีบบังคับค่ะ
          “ในการนำมาปรับใช้กับบริบทของวงการกีฬาไทย เรามุ่งเน้นการเปลี่ยนผ่านจากการ ‘ปกป้องชื่อเสียงองค์กร’ มาเป็นการ ‘ปกป้องนักกีฬา’ อย่างแท้จริง โดยพัฒนาระบบการรับเรื่องร้องเรียนที่ปลอดภัยและเป็นอิสระ เพื่อให้นักกีฬาสามารถแจ้งเหตุได้โดยไม่ต้องหวาดกลัวต่อการถูกกลั่นแกล้งหรือสูญเสียโอกาสในอาชีพ การเข้าถึงความคุ้มครองเบื้องต้นไม่ควรถูกผูกติดอยู่กับการต้องไปแจ้งความดำเนินคดีในทันที เพื่อลดความกดดันและสร้างพื้นที่ให้พวกเขาได้ฟื้นฟูจิตใจก่อน พร้อมทั้งนำหลักการที่คำนึงถึงผลกระทบทางจิตใจ (Trauma-informed) มาใช้ในทุกขั้นตอนของสมาคมกีฬา และวางแนวปฏิบัติขั้นตอนมาตรฐาน (Standard Operating Procedures: SOPs) เพื่อลดความขัดแย้งทางผลประโยชน์และสร้างความเป็นธรรมในกระบวนการตรวจสอบค่ะ”

การเริ่มต้นสร้างวัฒนธรรมกีฬาที่ปลอดภัยและเคารพศักดิ์ศรีของทุกคน
           “หากจะฝากถึงทุกท่านที่รักในวงการกีฬา ดิฉันอยากชวนให้เราเริ่มต้นจากการยอมรับร่วมกันว่า ‘ความปลอดภัยต่อร่างกายและจิตใจคือมาตรฐานสากลขั้นพื้นฐาน ไม่ใช่ทางเลือกเสริมว่าจะมีหรือไม่ก็ได้’ (Safety is the standard, not an option) ผู้ปกครองควรให้ความสำคัญกับความสุขและสวัสดิภาพของบุตรหลานพอๆ กับเหรียญรางวัล และเป็นพื้นที่ปลอดภัยคนแรกที่พร้อมรับฟัง นักกีฬาควรตระหนักถึงคุณค่าและศักดิ์ศรีของตนเอง กล้าที่จะขอความช่วยเหลือเมื่อรู้สึกไม่ปลอดภัย และร่วมกันดูแลเพื่อนร่วมทีม ขณะที่โค้ช บุคลากร และผู้บริหาร ต้องยึดมั่นว่าวินัยและความมุ่งมั่นสู่ความเป็นเลิศไม่ควรละเมิดศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ พร้อมร่วมกันสร้างระบบที่โปร่งใส ตรวจสอบได้ และยึดนักกีฬาเป็นศูนย์กลาง ส่วนสังคมโดยรวมต้องตระหนักว่าความรุนแรงด้วยเหตุแห่งเพศมีอยู่จริงและต้องได้รับการแก้ไข เพราะการคุ้มครองความปลอดภัย (Safeguarding) คือความรับผิดชอบร่วมกันของทุกภาคส่วน เพื่อให้วงการกีฬาไทยเป็นพื้นที่ที่เปิดรับทุกคนอย่างปลอดภัยและเคารพศักดิ์ศรีอย่างเท่าเทียมกัน
           “ท้ายที่สุด ความรักในกีฬาที่แท้จริง คือการปกป้องนักกีฬาและรักษาเกียรติภูมิของวงการกีฬา ให้เป็นพื้นที่ที่สร้างคนและสร้างแรงบันดาลใจให้คนรุ่นใหม่ได้อย่างยั่งยืนค่ะ”

Author By : Arunlak

SHARE