counters
hisoparty

‘เพราะเราคือครอบครัว’ วิสัยทัศน์ในการทำงาน จากทายาทรุ่นที่ 3 แห่งตลาดสี่มุมเมือง - คุณปณาลี ภัทรประสิทธิ์

4 months ago

ครั้งหนึ่ง HiSoParty เคยมีโอกาสสัมภาษณ์สาวเก่งคนนี้มาแล้ว ก่อนที่เธอจะเดินทางไปเรียนต่อที่สหรัฐอเมริกา ครั้งนี้เธอกลับมาให้เรา สัมภาษณ์อีกครั้งในบทบาทของการทำงาน กับ คุณน้ำ – ปณาลี ภัทรประสิทธิ์ ซึ่งปัจจุบันเธอได้จบการศึกษาระดับปริญญาตรีจาก Columbia University และปริญญาโทจาก Harvard Business School และได้เข้ามาทำงานในธุรกิจของครอบครัว ในตำแหน่งผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการบริษัท ดอนเมืองพัฒนา จำกัด

          “ตลาดสี่มุมเมืองยุคใหม่ มีการขยายขึ้นมา 70 เปอร์เซ็นต์ ซึ่งเรามีพื้นที่ทั้งหมดประมาณ 350 ไร่ เรามีการปรับโฉมใหม่ให้กับตัวตลาด เฟสแรกคือตลาดผักได้เปิดประมาณปลายปี 2018 ต่อมาที่ตลาดผลไม้เราได้ขยับขยาย และเปิดตอนธันวาคมปี 2020 นอกจากนี้เรายังได้มีการสร้างสะพานขึ้น ซึ่งเป็นส่วนด้านหลังตลาดที่เชื่อมต่อกับ Local Road เพื่อให้พ่อค้าแม่ค้าหรือผู้ที่ต้องการเข้ามาซื้อของในตลาดได้สะดวกในการเดินทางมากขึ้น นี่คือ 3 โปรเจคท์ใหญ่ที่เกิดขึ้นค่ะ นอกจากนี้ยังมีอีกโครงการหนึ่งที่กำลังจะเปิดเป็นเฟสที่ 3 คือตรงตลาดเก่าที่เราย้ายไปซึ่งตรงนี้เคยใช้เป็นโรงพยาบาลสนามตอนสถานการณ์โควิด-19 ระบาดช่วงเดือนเมษายนปีที่แล้ว โดยพื้นที่ตรงนี้เราจะมาสร้างเป็นอีกหนึ่งตลาด ซึ่งเรากำลังศึกษาอยู่ว่าจะเป็นตลาดอะไร และเหล่านี้คือสิ่งที่จะเกิดขึ้นในความเป็นตลาดสี่มุมเมืองยุคใหม่ค่ะ”

การทำงานในปีที่ผ่านมา
          “ในช่วงที่มีสถานการณ์โควิด-19 เราไม่เคยปิดตลาดเลย เราสามารถให้ตลาดรันได้ตลอด เพราะที่นี่เหมือนเป็น Supply Chain (ห่วงโซ่อุปทาน) ของผักผลไม้ เพราะฉะนั้นมันปิดไม่ได้ 70 เปอร์เซ็นต์ของผักผลไม้ที่เราบริโภคกันในกรุงเทพฯ มาจากตลาดสี่มุมเมือง คือเกษตรกรจากทั่วประเทศนำสินค้ามาที่ตลาดสี่มุมเมืองมากกว่าวันละ 8 พันตัน และผู้ซื้อที่เป็นตลาดสด ตลาดนัด รถเร่ ร้านอาหาร โรงแรม ซูเปอร์มาร์เกต ทุกคนคือมารับสินค้าผักผลไม้จากที่นี่ ถ้าเกิดเราปิดตลาดเกษตกรจะไม่มีที่ขายและผู้ซื้อจะไม่มีที่ซื้อเพื่อไปส่งต่อยังผู้บริโภคซึ่งเราโชคดีมากค่ะที่ผู้ว่าราชการจังหวัดปทุมธานีเห็นความสำคัญของตลาดสี่มุมเมืองจึงไม่ได้ให้ปิดตลาด และสำหรับผลกระทบในด้านอื่นๆ หากพูดในเชิงธุรกิจไม่ได้กระทบขนาดนั้น แต่ว่าในเรื่องของผู้ซื้อก็ลดลงไปบ้าง เพราะเศรษฐกิจภาพรวมการบริโภคลดลง แต่ว่าตลาดเราสินค้าเข้าเหมือนเดิม ผู้ขายยังมาเหมือนเดิม

          “มีสิ่งหนึ่งที่เราเผชิญเช่นเดียวกับคนทั้งประเทศคือ เราได้พบผู้ติดเชื้อจำนวนหนึ่งจากกลุ่มแรงงานต่างด้าวที่มาแบบผิดกฎหมายแต่ช่วงนั้นดีที่เรารุกตรวจเร็ว และตรวจมาเรื่อยๆ แทบจะทุกอาทิตย์ วันละ 500 - 1000 คน ซึ่งมาแจ็คพอตตอนเมษายนหลังสงกรานต์พอดี ซึ่งเป็นช่วงพีค ตอนนั้นต้องบอกว่าเราโชคดีที่เรามีทีมสาธารณสุข และทีมผู้ว่าราชการจังหวัดปทุมธานี เข้ามาซัพพอร์ตเต็มที่ เรามีการตรวจ 24 ชั่วโมง ไม่ต่ำกว่า 2 พันคน เราพยายามกวาดทุกคนมาตรวจเลย เพราะเรามีความคิดว่า นี่คือช่วงเวลาที่เราจะต้องช่วยครอบครัวของเรา ต้องช่วยครอบครัวสี่มุมเมืองของเรา เราให้ความร่วมมือกับภาครัฐเต็มที่ ปีนั้นไม่ต้องแคร์ PNL (งบกำไรขาดทุน) แต่เราคิดเพียงทำอย่างไรจะช่วยครอบครัวสี่มุมเมืองของเราได้มากที่สุด และสิ่งที่หลายคนได้เห็นคือ เราสร้างโรงพยาบาลสนามเร็วมาก เพราะส่วนใหญ่คนที่ป่วยเป็นแรงงานต่างด้าว และเขาไม่มีที่ไป เราก็ต้องหาที่ให้เขาแยกออกมาจากที่พักไม่อย่างนั้น เขาจะติดเชื้อต่อๆ กันไป ตอนนั้นเราสร้างโรงพยาบาลสนามภายใน 3 วัน โดยได้รับความร่วมมือจาก SCG และทางสาธารณสุขที่ช่วยหาคุณหมอมาให้ และในส่วนอื่นๆ เราสร้างขึ้นมาเอง ซึ่งเป็นจังหวะที่พอดีกับตลาดเก่าย้ายพอดี เราเลยมีสถานที่รองรับ ในเรื่องวัคซีนเราก็ซื้อมาให้ สำหรับภูมิคุ้มกันตลาดของเราเกินกว่า 70 เปอร์เซ็นต์แล้ว ส่วนใหญ่เราฉีดเข็มสามแล้วด้วย และที่ไม่พูดถึงไม่ได้เลยคือ ทุกคนในตลาดให้ความร่วมมือดีมาก เพราะทุกคนรู้ว่าถ้าเขาให้ความร่วมมือ จะช่วยทำให้ตลาดเราค้าขายได้ตามปกติ เพราะฉะนั้นปีที่ผ่านมา การทำงานของน้ำค่อนข้างจะเป็นเรื่องโควิดเยอะ แต่ก็มีในส่วนการสร้างธุรกิจใหม่ๆ เหมือนกัน เป็นช่องทางที่จะมาเสริมธุรกิจหลัก คือเรามีทำเรื่องรถเร่ค่ะ ต้องบอกก่อนว่ารถเร่มีความสำคัญมากในช่วงที่ผ่านมา เพราะรถเร่ หรือรถกับข้าวเป็นช่องทางกระจายสินค้าที่สำคัญมาก ส่วนหนึ่งเพราะคนไม่กล้าเดินตลาด ไม่กล้าเดินห้าง หรือเป็นช่วงที่ห้างปิด รถเร่ก็จะวิ่งไปตามหมู่บ้าน เข้าถึงกลุ่มผู้คนต่างๆ รวมถึงคนแก่ที่ไม่สะดวกในการเดินทางมีช่วงหนึ่งที่มีบางพื้นที่โทรหาเราให้ช่วยส่งรถเร่ไปได้มั้ย เพราะเขาไม่กล้าออกจากบ้าน รถเร่จึงเป็นอีกช่องทางหนึ่งที่ขายดีมาก นอกจากนี้เรามีทำ E - Market สร้างแพลตฟอร์มออนไลน์ สำหรับการซื้อขาย แต่เป็นการขายแบบส่งนะคะ ตอนแรกเราลองแบบปลีกย่อยในช่วงโควิดแต่เรารู้สึกว่าปลีกย่อยคู่แข่งเยอะ และตลาดของเราไม่ใช่ปลีกย่อยอยู่แล้ว เราจึงมาโฟกัสความเป็นตลาดของเรามากกว่า จึงเป็นการซื้อขายแบบค้าส่ง และจะมีการเปิดโซนใหม่ๆต่างๆ เช่น โซนอาหารแปรรูป ขนมต่างๆ ซึ่งโชคดีที่เปิดมาแล้วพื้นที่เต็มค่ะ”

ครอบครัวสี่มุมเมือง
          “สี่มุมเมืองไม่ใช่แค่ตลาดสำหรับน้ำ แต่ว่าสี่มุมเมืองคือเมืองเมืองหนึ่ง ที่เป็นแหล่งสร้างอาชีพสำหรับคนหลายๆ คน ไม่ว่าจะเป็นเกษตรกรเอง หรือแม่ค้าเอง ที่นี่เป็นที่ที่เขาสามารถหาเงินได้ โดยเฉพาะคนตกงาน หลายคนมาเปลี่ยนอาชีพ จากเคยขับแท็กซี่ จากเคยขับรถส่งของ เปลี่ยนมาเป็นรถขายผลไม้ คนบางคนตกงานก็มาเช่ารถออกมาเป็นรถเร่ คือ ถ้าคุณมีความคิด ถ้าคุณมีแรงพอ คุณสามารถมาที่นี่เพื่อหาอาชีพ เพราะเรามีโอกาสให้กับทุกคน และสิ่งสำคัญที่สุดของเราคือ ครอบครัวสี่มุมเมือง นี่เป็นวัฒนธรรมที่สำคัญมาก ในการบริหารธุรกิจ ที่นี่ตลาดเราอยู่ได้ เพราะแม่ค้า เกษตรกรที่อยู่ในตลาด เพราะฉะนั้นแนวคิดของเราทุกรุ่นตั้งแต่รุ่นที่หนึ่ง รุ่นที่สอง จนมาถึงรุ่นที่สาม คือรุ่นน้ำ เราให้ลูกค้าเป็นศูนย์กลางในการตัดสินใจทุกอย่าง และในการเข้ามาทำงานของน้ำ แม้ว่าเราจะเน้นในเรื่องการรีแบรนดิ้ง การสร้างรูปโฉมใหม่ของตลาด แต่สิ่งหนึ่งที่น้ำยึดไว้เสมอคือ เราจะพัฒนาตลาดอย่างไร โดยไม่ทิ้งแม่ค้า ไม่ทิ้งเกษตรกรเราจะไปด้วยกัน น้ำคิดเสมอว่าเราจะปรับตัวอย่างไร โดยที่พาทุกคนไปกับเรา ในยุคใหม่ของเรา ในยุคใหม่ของตลาดสี่มุมเมือง”

SHARE