counters
hisoparty

4 มุมคูลๆ ใน อิตาลี

16 hours ago

อิตาลีคือหมุดหมายที่นักท่องเที่ยวไม่เคยละสายตา ที่นี่คือประเทศที่อุดมไปด้วยเมืองน่าเที่ยว ถ้าจะคัดมุมน่าเที่ยวประเภทสวยๆ คูลๆ มา ก็แทบนับนิ้วไม่ถ้วน ครั้งนี้เราคัดมาแค่ 4 มุม ที่ไม่ควรพลาดเมื่อมาถึงอิตาลี

 ในอารยธรรมโรมันคือเงางามแห่ง ‘โรม’ 

          หากมี 5 เมืองในยุโรปที่นักท่องเที่ยวทุกคนต้องไปให้ถึง รับรองว่านครหลวงแห่งอิตาลีอย่างโรมติดท็อปไฟว์อย่างแน่นอน เพราะไม่ว่าใครต่างก็ปรารถนามาเห็นอาณาจักรโรมันอันยิ่งใหญ่และคลาสสิก ในอดีตอาณาจักรโรมันรุ่งเรืองแค่ไหน อารยธรรมกว่าสองพันปีที่อยู่คู่อาณาจักรโรมันเป็นเช่นไร โรมบอกผ่านสถาปัตยกรรม สิ่งปลูกสร้าง ประติมากรรมที่อยู่ตามจัตุรัส และโบสถ์เกือบพันแห่งที่กระจายอยู่ทั่วโรม

          โรมเป็นต้นแบบของศิลปะทุกแขนง หรือที่พวกคออาร์ตขั้นเทพทั้งหลายยกให้โรมเป็นพิพิธภัณฑ์ชั้นดีของโลก ใครๆ ก็เดินทางมาใช้ชีวิตแบบเสพติดสุนทรีย์ได้ที่โรม เช้าไปนั่งจิบคาปูชิโนตามคาเฟ่แถววิหารแพนธีออน สายหน่อยแวะไปโฉบดูความอึกทึกของผู้คนที่น้ำพุเทรวี พอมื้อเที่ยงก็ไปหาร้านอาหารเก๋ๆ ที่อยู่รายรอบจัตุรัสนาโวนา มุมที่มีไว้ให้ผู้คนมาบริโภคความสุนทรีย์ที่อัดแน่นบนลานกว้างแห่งนี้ ทั้งรูปปั้น ลานน้ำพุ อาคารสีฉูดฉาด และนักดนตรีเร่ที่คอยขับกล่อมถึงโต๊ะ ทั้งหมดนี้เสริมแต่งให้จัตุรัสนาโวนาเนื้อหอมกว่าจัตุรัสไหนๆ ในโรม

          ถ้าอยากดูคลื่นคนให้ไปเดินเล่นแถวบันไดสเปน ย่านที่มีแบรนด์ดังคอยล้วงเงินยูโรจากกระเป๋าสาวนักช้อปมานักต่อนัก อีกมุมหนึ่งของโรมที่ไม่พูดถึงคงไม่ได้ ขนาดคนทั้งโลกยอมโหวตให้เป็นหนึ่งในเจ็ดสิ่งมหัศจรรย์ของโลกในยุคนี้ นั่นทำให้โคลอสเซียมแห่งกรุงโรมต้องรับแขกเหรื่อจากต่างถิ่นไม่เว้นแต่ละวัน

           สำหรับหัวอกนักเดินทางทุกคน โรมเป็นหนึ่งในเมืองที่อยู่ในโปรแกรมบังคับ พูดให้ฟังง่ายคือชีวิตนักเดินทางของคุณไม่มีทางสมบูรณ์แบบ หากยังไม่ได้เอาเท้าจุ่มโรม

 ‘มิลาน’ สาวงามแห่งแคว้นลอมบาร์ดี 

          ทั่วทั้งแคว้นลอมบาร์ดีแห่งอิตาลี คงไม่มีเมืองไหนที่สวยล้ำหน้ามิลานอีกแล้ว ทั้งวัฒนธรรม อาหารอันเป็นเอกลักษณ์ของแคว้นลอมบาร์ดี ศิลปะ สถาปัตยกรรมที่ประดับบนสิ่งปลูกสร้าง และชีวิตชีวาของชาวเมือง ล้วนเป็นส่วนผสมให้มิลานมีแม่เหล็กเป็นพลังดึงดูดให้คนทั่วโลกอยากเข้าหา

          มองแบบผิวเผิน มิลานคล้ายเป็นเมืองไร้เอกลักษณ์ แต่ถ้าเพ่งดูดีๆ จะพบว่าที่จัตุรัสดูโอโม มีจอมปลวกขนาดมหึมาที่ทำให้คนทั้งโลกนึกถึงมิลาน นั่นคือของคู่บ้านคู่เมืองอย่างมหาวิหารดูโอโม

          ภาพของโบสถ์ใหญ่โตโอ่อ่า ที่มียอดแหลมนับร้อยเสียดแทงแผ่นฟ้า ปลุกให้ทุกคนอยากมาเห็นของจริง โบสถ์แห่งนี้ถูกยกให้เป็นผลงานสถาปัตยกรรมสไตล์กอธิกชิ้นเอกของโลก จึงมีคำกล่าวของคนในแวดวงสถาปัตย์ ว่านอกจากมหาวิหารซากราดา ฟามีเลีย ที่นครบาร์เซโลนา โบสถ์เซนต์ปีเตอร์แห่งวาติกัน และดูโอโมแห่งฟลอเรนซ์ ก็เห็นจะมีที่โบสถ์ดูโอโมแห่งนี้ ที่พวกเขายกให้เป็นสุดยอดสถาปัตยกรรมระดับมาสเตอร์พีซ

          บอกแล้วว่ามิลานสวยไม่ธรรมดา คิดง่ายๆ ว่าถ้ามิลานไม่มีอะไรดี บรรดาเซเลบริตี้คนดัง ไฮโซ เจ็ตเซ็ต ดาราฮอลลีวูด เศรษฐี จะแห่แหนไปหามิลานกันทำไม

 ‘โคโม’ เมือง ‘Calm & Cool’ 

          ‘เมืองสวยแสนสงบ’ เป็นนิยามของโคโมแห่งอิตาลี ที่ใครๆ ต่างเห็นด้วย หรือถ้าจะยกให้อีกสักฉายา เป็น Calm & Cool City ก็น่าจะไม่มีใครแย้ง เพราะในความสงบของโคโมอัดแน่นไปด้วยความเจ๋งหลายประการ ทั้งภูมิทัศน์และอากาศระดับห้าดาว สถาปัตยกรรมที่เรียบง่ายแต่น่ามอง และมีวิลล่าหลังงามกระจายตัวอยู่รายรอบทะเลสาบ

          หากมองตามหลักฮวงจุ้ย โคโมจึงเป็นเมืองที่อยู่แล้วดี มีเทือกเขาแอลป์เป็นปราการอันแข็งแกร่งคอยโอบอุ้มชาวเมือง ด้านหน้าเป็นทะเลสาบผืนกว้าง แม้แต่ชาวอิตาเลียนเอง พวกเขาก็ใฝ่ฝันอยากสร้างบ้านอยู่ริมทะเลสาบโคโมกันทั้งนั้น เพราะมิลานที่อยู่ห่างกันแค่ครึ่งชั่วโมงออกจะอึกทึกและวุ่นวายอยู่ไม่น้อย โคโมจึงเป็นเมืองที่ทุกคนต่างมุ่งหน้ามาหาความสงบ

          ไม่ใช่เรื่องแปลกแน่ ถ้าคนดัง คนมีสตางค์ เศรษฐี และคนในราชวงศ์ชั้นสูงจากทั่วโลกจะมาปลูกคฤหาสน์ตากอากาศทิ้งเอาไว้ให้คนเห็นอิจฉาเล่น อย่างวิลล่าหลังแพงของจอร์จ คลูนีย์ เจ้าของตำแหน่งหนุ่มเซ็กซี่แห่งวงการฮอลลีวูดก็ยังมีสาวๆ แวะเวียนไปดูไม่เว้นแต่ละวัน

          ไม่เพียงเป็นที่ทางของผู้ที่กินดื่มความสงบ แต่โคโมยังเป็นเมืองที่พวกศิลปินมาที่นี่เพื่อนั่งละเลงสีแถวริมทะเลสาบ นักประพันธ์มานั่งหามุมขีดเขียนหนังสือดีๆ สักเล่ม

          รายรอบทะเลสาบโคโมมีแต่ผู้คนที่มาใช้ชีวิตอย่างเนิบนาบและอ้อยอิ่ง เป็นเมืองเล็กๆ ที่มีตลาดนัดวันหยุดตั้งอยู่ริมสวนสาธารณะประจำเมือง ริมทะเลสาบมีพรานเบ็ดออกมาล่าปลาชะตาขาด บนริ้วน้ำของทะเลสาบ หนุ่มสาวออกไประเริงกิจกรรมอันผาดโผนกลางสายน้ำ คนต่างถิ่นนั่งบนเรือที่พาล่องไปแวะดูหมู่บ้านต่างๆ ที่ซุกตัวอยู่ตามเชิงเขาแอลป์

          ทะเลสาบโคโมลักษณะเหมือนตัว Y กลับหัว รอบๆ ทะเลสาบมีแต่หมู่บ้านสวยๆ น่ารักๆ กระจายอยู่ทั่ว แต่เมืองที่ว่าสวยที่สุดก็ต้องยกให้เมืองเบลลาโจ (Bellagio) เมืองนี้เปรียบว่าเป็น Pearl of the Lake ต้องยอมรับว่าเมืองนี้น่ารักจริงๆ เป็นเมืองที่มีเสน่ห์ เต็มไปด้วยอาคารสีสันสดใส ซอยที่สวยงาม ร้านค้าและคาเฟ่น่ารักๆ หากมีเวลาเหลือเฟือให้กับเมืองนี้ ค่อยๆ เดินลัดเลาะไปตามตรอกซอกซอย แล้วคุณจะยิ่งหลงรักเมืองเล็กๆ ริมทะเลสาบโคโมแห่งนี้

          ใช้ชีวิตชิลล์...ชิลล์อยู่ริมทะเลสาบ บริโภควิวทิวทัศน์ที่มีทั้งภูเขาและสายน้ำกอดก่ายกัน ตัดขาดจากความรีบร้อน เชื่อมั้ยว่าเหมือนเหยียบสวรรค์ชั้นย่อมเชียวล่ะ

 ‘ปอร์โตฟิโน’ สุดยอดแห่งอิตาเลียน ริเวียร่า 

          อาจจะโด่งดังสู้ฝั่งเฟรนช์ ริเวียร่าไม่ได้ แต่อิตาเลียน ริเวียร่าเป็นเส้นทางเลาะชายฝั่งทะเลที่งามหมดจดและงามอย่างไม่กระโตกกระตาก แต่ตลอดเส้นทางอิตาเลียน ริเวียร่า ไม่มีเมืองไหนโดดเด้งเท่าเมืองปอร์โตฟิโนอีกแล้ว

          ปอร์โตฟิโนเหมือนเพชรเม็ดงาม ที่ถูกอาณาจักรโรมันซ่อนไว้อย่างมิดชิด ต้องเป็นนักท่องเที่ยวที่มีเวลาอย่างเหลือเฟือให้กับอิตาลีเท่านั้น หรือไม่ก็เป็นประเภทนิยมแวะตามเบี้ยบ้ายรายทาง จึงจะพบเมืองงามอย่างปอร์โตฟิโน

          จะไปทางรถหรือทางเรือ ปอร์โตฟิโนก็ไม่รังเกียจ และพร้อมจะแหวกผ้าบางๆ ที่คลุมหน้าอยู่ อวดดวงหน้าอันงดงามให้ผู้ที่เลาะชายฝั่งอิตาเลียน ริเวียร่าทุกคนได้ประจักษ์แก่สายตา

          เมืองเล็กในแคว้นลิกูเรียแห่งอิตาลีนี้ ทอดตัวอยู่ริมทะเลเมดิเตอร์เรเนียน ในอดีตเป็นเพียงหมู่บ้านชาวประมงที่ซ่อนตัวอยู่ตรงปลายแหลมของแนวชายฝั่งอิตาเลียน ริเวียร่า ไม่มีถนน ไม่มีรถราวิ่งเข้าออกอย่างทุกวันนี้ มีเพียงผู้โดยสารทางเรือเท่านั้น ที่มีโอกาสเห็นเมืองงามแห่งนี้

          สมัยก่อนเวิ้งอ่าวรูปจันทร์เสี้ยว มีเพียงเรือประมงลำเล็กๆ จอดทอดสมอระเกะระกะอยู่ไม่กี่ลำ แต่ในวันนี้เรือประมงลำเล็กก็ยังมีอยู่ แต่รอบตัวของมันคือเรือยอชต์สุดหรูราคาหลักล้านที่จอดกันเกลื่อนอ่าว

          เรือนพักสีชมพู เหลือง สีส้มแดง ที่เคยเป็นแหล่งพักพิงของบรรดาชาวประมง ถูกจับมาขัดสีฉวีวรรณให้เป็นคาเฟ่และร้านอาหารเก๋ๆ รายรอบอ่าว วิลล่าฮิปและเก๋ โรงแรมอันหรูเริ่ดตั้งเรียงรายไปตามไหล่เขา ร้านขายของกระจายตัวกันล้อมโบสถ์ประจำเมือง

          ปอร์โตฟิโนในยุคนี้จึงแทบไม่เหลือคราบของหมู่บ้านชาวประมง หากแต่กลายเป็นปลายทางแห่งความฝันของนักท่องเที่ยว ผู้ปรารถนาจะเห็นสวรรค์ที่ทอดตัวอยู่ริมทะเล

นี่คือ 4 มุม ในอิตาลีที่อยากให้ทุกคนดั้นด้นไปหา

Author By : กาญจนา หงษ์ทอง

SHARE