counters
hisoparty

LONGEVITY LIFESTYLE

13 hours ago

ด้วยสภาพสังคมปัจจุบันที่มีจำนวนประชากรสูงวัยเพิ่มมากขึ้น ส่งผลต่อพฤติกรรมในการใช้ชีวิตประจำวันผู้คนหันมาให้ความสำคัญกับรูปแบบการใช้ชีวิตที่มุ่งเน้นการมีอายุยืนอย่างมีคุณภาพ (Healthy Longevity) ไม่ใช่แค่มีชีวิตยาวนาน แต่ยังคงแข็งแรง กระฉับกระเฉง มีสมองที่ดี และลดความเสี่ยงของโรคเรื้อรัง

          ภายใต้แนวคิด Longevity มีหัวใจสำคัญตามความเชื่อว่าอายุยืนไม่ได้เกิดจากอาหารเสริมหรือครีมราคาแพงเพียงเท่านั้น หากแต่เกิดจากนิสัยเล็กๆ ที่ทำซ้ำทุกวันอย่างต่อเนื่องและสม่ำเสมอ ทั้งการกิน การพักผ่อน และ การออกกำลังกาย 

          ‘การกิน’ เป็นเครื่องมือสำคัญในการส่งเสริมสุขภาพและเพิ่มโอกาสมีอายุยืนอย่างมีคุณภาพ ‘อย่ากินตามใจปาก’ จึงไม่ได้หมายความถึงการอดอาหาร หรือการกินอาหารพิเศษที่มีราคาแพง แต่เป็นการเลือกรับประทานอาหารที่มีประโยชน์ สามารถลดการอักเสบ ชะลอความเสื่อมของเซลล์ และส่งเสริมสุขภาพในระยะยาว 
          เฉกเช่นสูตรการกินตามแนวคิด ‘Hara Hachi Bu’ (ฮารา ฮาจิ บุ) อันมาจากภูมิปัญญาดั้งเดิมของชาวโอกินาวา ประเทศญี่ปุ่น ด้วยวิธีการสอนให้หยุดกินเมื่อรู้สึกอิ่มประมาณ 80% หนึ่งในกุญแจสำคัญที่ทำให้ชาวโอกินาวาเป็นกลุ่มคนที่มีอายุยืนที่สุดในโลก ภายใต้การมีสุขภาพที่แข็งแรง โดยกล่าวถึงหลักการทางวิทยาศาสตร์ หากร่างกายต้องใช้เวลาประมาณ 15–20 นาที กว่าสมองจะได้รับสัญญาณว่าอิ่มแล้ว การหยุดกินที่ 80% จะช่วยป้องกันไม่ให้กินจนแน่นท้องเกินความจำเป็น
          โดยให้เริ่มปรับพฤติกรรม ด้วยการรับประทานอาหารอย่างมีสติ ทานอาหารให้ช้าลง เคี้ยวให้ละเอียด และโฟกัสกับอาหารตรงหน้า เน้นอาหารที่มาจากธรรมชาติและพืชเป็นหลัก ผักและผลไม้หลากสี ธัญพืชไม่ขัดสี ถั่วและเมล็ดพืช ปลาและโปรตีนคุณภาพดี และน้ำเปล่าบริสุทธิ์หลีกเลี่ยงหรืองดน้ำตาล อาหารแปรรูป เครื่องดื่มรสชาติหวาน และอาหารทอด ในขณะเดียวกันก็ควรปรับพฤติกรรมระหว่างการรับประทานอาหาร งดการดูทีวี หรือคอมพิวเตอร์ เลือกใช้จาน หรือภาชนะขนาดเล็กลง

          เพราะผิวสวยเริ่มต้นจากภายใน และร่างกายของมนุษย์มีน้ำเป็นส่วนประกอบสูงสุดถึง 70% ‘การดื่ม’ จึงเป็นอีกหนึ่งแนวทางของการมุ่งหน้าไปสู่ Longevity โดยเฉพาะการส่งเสริมด้าน Skin Longevity เน้นการดื่มที่ช่วยซัพพอร์ตสุขภาพผิว ลดการอักเสบ เพิ่มความชุ่มชื้น และปกป้องคอลลาเจน ทว่าไม่เพียงการเลือกดื่มผลิตภัณฑ์เสริมอาหารเพียงอย่างเดียว แต่เป็นการสร้างนิสัยการดื่มที่ดีในชีวิตประจำวัน ตั้งแต่ตื่นจนกระทั่งเข้านอน 

• ดื่มน้ำเปล่า 1–2 แก้ว หลังจากตื่นนอน เป็นการช่วยชดเชยน้ำที่สูญเสียระหว่างนอน ทำให้ผิวดูสดชื่นขึ้น รวมทั้งยังช่วยส่งเสริมการทำงานของระบบไหลเวียนเลือด แนะนำให้ปรับปริมาณการดื่มตามกิจกรรมและสภาพอากาศ
• ดื่มชาเขียวเป็นประจำ เพราะในชาเขียวจะมีสาร EGCG (Epigallocatechin Gallate) ซึ่งเป็นสารต้านอนุมูลอิสระที่มีประโยชน์ต่อการลดความเสียหายจากอนุมูลอิสระ ช่วยลดการอักเสบ และดูแลสุขภาพผิวในระยะยาว แนะนำให้ดื่มในปริมาณที่เหมาะสม 1–3 แก้วต่อวัน โดยไม่เติมน้ำตาล
• ดื่มสมูทตี้ผักและผลไม้ สามารถเลือกแมทช์ได้ตามความชื่นชอบ ยกตัวอย่างเช่น เบอร์รี่กับโยเกิร์ตธรรมชาติ, ผักโขม กีวี และแอปเปิ้ล หรือ แตงกวา มะนาว และสะระแหน่ รับรองว่าคุณจะได้รับครบทั้ง วิตามินซี โพลีฟีนอล ไฟเบอร์ และ สารต้านอนุมูลอิสระ
• ดื่มเครื่องดื่มที่ช่วยรักษาคอลลาเจน เช่น น้ำฝรั่งปั่นไม่เติมน้ำตาล สมูทตี้โยเกิร์ตกับผลไม้ หรือ นมถั่วเหลืองเสริมโปรตีน ซึ่งเป็นแหล่งอาศัยของสารอาหารสำคัญอย่างวิตามินซี โปรตีน และ สังกะสี
• ลดเครื่องดื่มที่ทำร้ายผิว อย่างที่เราทราบกันดีอยู่แล้วว่า น้ำอัดลม ชานมแสนหวาน กาแฟที่อัดแน่นไปด้วยนมและไซรัป หรือสารพัดเครื่องดื่มน้ำตาลสูง อาจทำให้ร่างกายได้รับน้ำตาลในปริมาณมากเกินจำเป็น นำไปสู่การกระตุ้นกระบวนการ Glycation ซึ่งทำให้คอลลาเจนและอีลาสตินเสื่อมคุณภาพเร็วขึ้น

          เพราะผิวที่ดูอ่อนเยาว์ในระยะยาวมักสะท้อนสุขภาพภายในที่ดี ถ้าไม่อยากพลาดการมีผิวพรรณที่แข็งแรงสุขภาพดีอย่างยั่งยืน ขอแนะนำ Daily Schedule ที่สามารถทำง่ายๆ ได้ทุกวัน 

• Morning เริ่มต้นวันด้วยการดื่มน้ำเปล่าอุณหภูมิห้อง 1 แก้ว หลังจากนั้นประมาณ 60-90 นาที แนะนำให้ดื่มกาแฟแก้วแรกของวัน เพราะในกาแฟมีสารโพลีฟีนอล และ กรดคลอโรเจนิค ที่ช่วยลดการอักเสบ อีกทั้งยังลดความเสี่ยงโรคหัวใจและเบาหวาน (ไม่ควรดื่มทันทีหลังตื่นนอน) โดยมีงานวิจัยระบุว่าผู้ที่ดื่มกาแฟวันละ 2–3 แก้ว มีอายุขัยเฉลี่ยมากกว่าคนที่ไม่ดื่มเกือบ 3 ปี
• Afternoon ดื่มชาเขียวอุ่นๆ สร้างความสงบภายใน เพราะในชาเขียวมีสาร L-theanine ช่วยให้สมองโฟกัสแบบไม่เครียด และ EGCG หนึ่งในสารต้านอนุมูลอิสระมีประสิทธิภาพสูง อีกทั้งยังมีงานวิจัยระบุว่าการดื่มชาเขียววันละ 3–4 แก้ว จะช่วยลดความเสี่ยงในการเป็นโรคหัวใจและหลอดเลือดต่ำกว่าคนทั่วไปถึง 25%
• Dinner การดื่มไวน์แดงประมาณ 100–150 มล. ร่วมกับมื้ออาหาร นอกจากช่วยสร้างความผ่อนคลายแล้ว ยังมีส่วนช่วยในการบำรุงหัวใจและหลอดเลือด รวมทั้งชะลอวัยและบำรุงผิว เพราะในน้ำองุ่นแดงมีสารเรสเวอราทรอล ที่ช่วยกระตุ้นยีนซ่อมเซลล์

          นอกเหนือจาก ‘การกิน’ ที่เป็นเรื่องสำคัญในชีวิตประจำวันแล้ว ยังมีกิจวัตรสำคัญที่ต้องหันมาปรับเปลี่ยนเพื่อใช้ชีวิตในแบบ Longevity

• การออกกำลังกาย (Exercise) เคลื่อนไหวร่างกายแบบพอดีและสม่ำเสมอ ด้วยการเดินเร็ว หรือเวทเทรนนิ่ง เพื่อรักษามวลกล้ามเนื้อและระบบเผาผลาญ ไม่จำเป็นต้องหักโหมแต่เน้นทำเป็นประจำ
• การพักผ่อน (Rest & Recovery) โดยเฉพาะการนอนหลับแบบมีคุณภาพ นอนหลับลึกวันละ 7-9 ชั่วโมง เพื่อให้ร่างกายได้ซ่อมแซมเซลล์และปรับสมดุลฮอร์โมน ปัจจุบันสามารถสวมใส่ Smartwatch เพื่อตรวจสอบคุณภาพการนอนได้
• สุขภาพจิต (Mindfulness) เพราะความเครียดเป็นบ่อเกิดของโรคทั้งหลาย การดูแลสุขภาพจิตด้วยการจัดการความเครียด ฝึกสติ และมีความสัมพันธ์ทางสังคมที่ดี จึงเป็นการช่วยลดการอักเสบภายในร่างกายจากความเครียดเรื้อรัง

Longevity จึงไม่ได้เป็นแค่เทรนด์ที่ผ่านมาแล้วผ่านไป แต่เป็นเรื่องการปรับการดูแลตัวเองที่ยั่งยืนในระยะยาวอยู่ได้นาน และอยู่ได้ดีแบบมีคุณภาพ สมกับเป็น ‘ศิลปะแห่งการมีชีวิตที่ยืนยาวอย่างมีคุณภาพ’


 

ARTISTRY LongXevity
ความยั่งยืนเกิดจากการบำรุงผิวในทุกมิติ ชุดผลิตภัณฑ์อันทรงประสิทธิภาพ ARTISTRY LongXevity ประกอบด้วย LongXevity Rich Cream, LongXevity Soft Cream และ LongXevity Eye Cream จะตรงเข้าดูแลเซลล์ผิวแบบครบวงจร เริ่มตั้งแต่ในระยะเกิดใหม่ เติบโต ไปจนถึงการกำจัด ด้วยส่วนผสมทรงประสิทธิภาพ ได้แก่ ไฟโตเซลล์จากอาร์แกน ช่วยส่งเสริมการทำงานของไฟโบรบลาสต์ เพื่อเสริมสร้างคอลลาเจนให้ผิว, มิลค์ ทิสเซิล ผ่านการรับรองนิวทริเซิร์ท ช่วยให้ผิวดูกระชับขึ้น และเสริมความยืดหยุ่นของผิว, ไฟโตเซลล์จากใบมะกอก ช่วยส่งเสริมการทำงานของไมโตคอนเดรีย, สารสกัดจากใบจาโปนิกา ช่วยบูสต์คอลลาเจนให้ผิวดูตึงกระชับ, กิงโกะ ช่วยขจัดเซลล์ผิวที่เสื่อมสภาพ ผสานส่วนผสมใหม่อีกกว่า 30 ชนิด เพื่อผิวดูอ่อนเยาว์ที่สัมผัสได้ Artistry LongXevity คัดสรรส่วนผสมเพื่อคุณด้วยมาตรฐานคลีน บิวตี้ และยังใส่ใจสิ่งแวดล้อมด้วยบรรจุภัณฑ์ที่ออกแบบให้ลดการใช้วัสดุลง สะท้อนความตั้งใจในการเลือกสรรความงามที่ยั่งยืน

LANCÔME
‘กุญแจแห่งความอ่อนเยาว์’ การขนานนามให้กับ Absolue Longevity Soft Cream มอยส์เจอไรเซอร์ระดับท็อปที่ผสานวิทยาศาสตร์การยืดอายุผิว (Longevity Science) เข้ากับการฟื้นบำรุงล้ำลึก ขับเคลื่อนด้วยดีเอ็นเอของกุหลาบจำนวนล้านล้านชิ้น การค้นพบครั้งสำคัญที่ได้รับสิทธิบัตรจนถึงปี 2044 และครีมเพียงหนึ่งเดียวที่พิสูจน์แล้วว่าสามารถจัดการปัจจัยหลักแห่งการเกิดสัญญาณความร่วงโรยแห่งวัยครบทั้ง 3 กลุ่มของศาสตร์แห่งการมีอายุผิวที่ยืนยาวอย่างมีคุณภาพ กับการช่วยฟื้นบำรุงผิวด้วยเอนไซม์ AMPK ที่เป็นอีกหนึ่งตัวช่วยในเรื่องความอ่อนเยาว์ของผิว พร้อมเสริมด้วยส่วนผสมที่ช่วยต่อต้านและลดเลือนริ้วรอย อีกทั้งยังช่วยเพิ่มความกระชับ มอบผลลัพธ์แห่งการฟื้นคืนความอ่อนเยาว์ให้กับผิว เพื่อจัดการปัญหาผิวและป้องกันสัญญาณแห่งความร่วงโรย โดย Absolue Longevity ผสาน 3 สารสกัดทรงพลังเพื่ออายุผิวที่ยืนยาว ประกอบด้วย Absolue PDRN™, Pro-Xylane™ และ Absolue Perpetual Rose Extract™

Author By : Lady K.

SHARE