
ในช่วงเวลาที่วงการกีฬาทั่วโลกเริ่มตั้งคำถามกับ ‘ความปลอดภัย’ และ ‘ศักดิ์ศรีของนักกีฬา’ อย่างจริงจัง ชื่อของ คุณเก๋ – ดร.สุวรรณา ศิลปอาชา คือหนึ่งในบุคคลสำคัญที่ยืนอยู่แถวหน้าในการผลักดันการเปลี่ยนแปลงนั้น ในฐานะผู้ริเริ่มและขับเคลื่อนโครงการ ‘SAFE SPORT’ เธอไม่ได้มองกีฬาเพียงในมิติของชัยชนะหรือเหรียญรางวัล แต่เลือกมองลึกไปถึงชีวิต ความรู้สึก และความเป็นมนุษย์ของนักกีฬาทุกคน
จากประสบการณ์ยาวนานทั้งในเวทีไทย เอเชีย และระดับโลก คุณเก๋เห็นทั้งด้านที่งดงามและด้านที่เปราะบางของวงการกีฬา และเลือกใช้ความรู้ ความกล้า และความรับผิดชอบ เพื่อสร้างระบบที่นักกีฬาจะไม่ต้องแลกความฝันกับความเจ็บปวดหรือความกลัว บทสนทนาต่อไปนี้ คือเสียงตรงจากผู้ก่อตั้ง ‘SAFE SPORT’ ที่เล่าให้เราเข้าใจว่า ทำไมความปลอดภัยจึงเป็นรากฐานที่แท้จริงของความเป็นเลิศในกีฬา
จุดเริ่มต้นโครงการ ‘SAFE SPORT’ อย่างจริงจังในวงการกีฬา
“ตลอดระยะเวลาที่เก๋ทำงานอยู่ในวงการกีฬา ทั้งในประเทศไทยและในระดับนานาชาติ ไม่ว่าจะเป็นระดับเอเชียหรือระดับโลก เก๋ได้เห็นมิติต่างๆ ของกีฬาอย่างรอบด้าน สิ่งหนึ่งที่ชัดเจนและสำคัญที่สุดเสมอมา คือ ‘นักกีฬา’ แต่ในขณะเดียวกัน เก๋ก็ได้ตระหนักว่า ยังมีเรื่องหนึ่งที่ถูกมองข้ามไปอย่างน่าเสียดาย นั่นคือเรื่องของ Safe Sport
“ที่ผ่านมา วงการกีฬามักให้ความสำคัญกับการพัฒนาศักยภาพของนักกีฬา เพื่อมุ่งสู่ชัยชนะและผลการแข่งขันที่ดีที่สุด เราทุ่มเททั้งเวลา แรงกาย และทรัพยากร เพื่อผลลัพธ์ในสนาม แต่กลับหลงลืมไปว่า ระหว่างเส้นทางของการฝึกซ้อมนั้น นักกีฬากำลังเผชิญอะไรอยู่บ้าง ทั้งในมิติของร่างกายและจิตใจ
“เก๋เชื่ออย่างลึกซึ้งว่า ความสำเร็จของนักกีฬาไม่ได้เกิดจากศักยภาพทางกายเพียงอย่างเดียว หากแต่ต้องตั้งอยู่บนพื้นฐานของความปลอดภัย ความเคารพ และความมั่นคงทางจิตใจด้วย เมื่อใดก็ตามที่นักกีฬารู้สึกปลอดภัย ไม่ถูกกระทำ ไม่ถูกกดดัน หรือทำร้ายในทุกรูปแบบ เมื่อนั้นศักยภาพที่แท้จริงของเขาจะได้ถูกปลดปล่อยออกมาอย่างเต็มที่
“นี่จึงเป็นจุดเริ่มต้นของความตั้งใจอย่างจริงจัง ที่เก๋อยากลุกขึ้นมาผลักดัน SAFE SPORT ให้เกิดขึ้นอย่างเป็นรูปธรรม เพราะเก๋อยากเห็นวงการกีฬาที่ไม่เพียงสร้างแชมป์ แต่สร้าง ‘มนุษย์’ ที่เข้มแข็ง มีคุณค่า และเติบโตอย่างสมบูรณ์ทั้งกายและใจค่ะ”
จากประสบการณ์ที่ทำงานใกล้ชิดกับนักกีฬามายาวนาน คุณเก๋มองว่าปัญหาการคุกคามหรือความไม่ปลอดภัยในวงการกีฬาเป็นเรื่องใกล้ตัวกว่าที่หลายคนคิดหรือไม่
“หลายคนอาจมองว่าเรื่องการคุกคามหรือความไม่ปลอดภัยในวงการกีฬาเป็นเรื่องไกลตัว เป็นเรื่องที่ไม่น่าจะเกิดขึ้นในพื้นที่ที่เต็มไปด้วยวินัย เกียรติยศ และความฝัน แต่จากประสบการณ์ตรงของเก๋ ต้องบอกอย่างตรงไปตรงมาว่า เรื่องเหล่านี้ใกล้ตัวกว่าที่เราคิดมาก
“ในความเป็นจริง การคุกคามหรือการล่วงละเมิดในรูปแบบต่างๆ เกิดขึ้นในวงการกีฬาอยู่บ่อยครั้ง เพียงแต่ไม่ได้ถูกเปิดเผย หรือกลายเป็นข่าวในสังคม เพราะเป็นเรื่องที่ละเอียดอ่อนและเปราะบางอย่างยิ่ง นักกีฬาหลายคนเลือกที่จะเงียบ ไม่ใช่เพราะไม่เจ็บปวด แต่เพราะความกลัว กลัวว่าจะกระทบต่อเส้นทางอาชีพ กลัวอนาคตในวงการกีฬาจะดับลง กลัวว่าจะไม่มีใครเชื่อ หรือไม่มีใครปกป้อง
“ความเงียบเหล่านี้เอง ที่ทำให้เราสูญเสียบุคลากรกีฬาที่มีคุณค่าไปครั้งแล้วครั้งเล่า ไม่ใช่เพราะเขาไม่มีศักยภาพ แต่เพราะระบบไม่ได้ดูแลความปลอดภัยของเขาอย่างเพียงพอ การละเลยหรือการไม่รับรู้ว่าเรื่องเหล่านี้เกิดขึ้นจริง จึงไม่ใช่เรื่องเล็กๆ หากแต่เป็นบาดแผลเงียบที่กัดกร่อนวงการกีฬาในระยะยาว
“และนี่คือเหตุผลสำคัญที่เก๋เชื่อว่า เราจำเป็นต้องพูดถึงเรื่องนี้อย่างจริงจัง เปิดพื้นที่ที่ปลอดภัย และสร้างระบบที่ทำให้นักกีฬากล้าพูด กล้าขอความช่วยเหลือ เพราะกีฬาไม่ควรเป็นพื้นที่แห่งความกลัว แต่ควรเป็นพื้นที่แห่งความหวังและศักดิ์ศรีของความเป็นมนุษย์ค่ะ”
หากอธิบายโครงการ ‘SAFE SPORT ให้คนทั่วไปที่ไม่ได้อยู่ในวงการกีฬาเข้าใจง่าย คุณเก๋อยากให้เห็นภาพของโครงการอย่างไร
“สำหรับเก๋ SAFE SPORT คือการสร้าง ‘พื้นที่ปลอดภัย’ ในโลกของกีฬา พื้นที่ที่ทุกคน ไม่ว่าจะเป็นนักกีฬา โค้ช ผู้ฝึกสอน หรือผู้ที่เกี่ยวข้อง ได้รับการปกป้องทั้งทางร่างกายและจิตใจอย่างแท้จริง
“โครงการนี้มีเป้าหมายเพื่อขจัดภัยคุกคามทุกรูปแบบ ไม่ว่าจะเป็นการล่วงละเมิด การทำร้ายร่างกายและจิตใจ การคุกคามทางเพศ หรือการแสวงหาประโยชน์ที่ไม่เป็นธรรม เพื่อให้นักกีฬาสามารถฝึกซ้อมและลงแข่งขันได้อย่างมั่นใจ มีศักดิ์ศรี และได้รับการปฏิบัติอย่างเสมอภาค
“เมื่อสภาพแวดล้อมรอบตัวนักกีฬาปลอดภัย เขาจะสามารถโฟกัสกับสิ่งที่รักได้อย่างเต็มที่ ศักยภาพที่แท้จริงก็จะถูกดึงออกมาได้อย่างสมบูรณ์ เก๋อยากให้ทุกคนมองเห็นว่า ความสำเร็จในกีฬาไม่ได้วัดกันแค่เหรียญรางวัลหรือสถิติ แต่เริ่มต้นจากการดูแลหัวใจและตัวตนของนักกีฬาในทุกมิติ
“เพราะการห่วงใยและปกป้องนักกีฬา ไม่ใช่หน้าที่ของใครคนใดคนหนึ่ง แต่คือความรับผิดชอบร่วมกันของพวกเราทุกคน และนั่นคือหัวใจสำคัญของ SAFE SPORT ค่ะ”

ตั้งแต่เริ่มผลักดันโครงการ SAFE SPORT มา คุณเก๋เห็นการเปลี่ยนแปลงหรือผลลัพธ์อะไรที่ชัดเจนขึ้นบ้าง ทั้งในมุมของ นักกีฬา ผู้ปกครองหรือคนทำงานในวงการกีฬา
“เก๋ได้เห็นความเปลี่ยนแปลงที่ชัดเจนมากขึ้นในวงการกีฬา โดยเฉพาะอย่างยิ่งจากการแข่งขันซีเกมส์ที่ผ่านมา ซึ่งถือเป็นหนึ่งในจุดสะท้อนสำคัญ เราได้รับเรื่องร้องเรียนเข้ามาหลายกรณี และในทุกกรณี เราสามารถเข้าไปช่วยเหลือ แก้ไข และเยียวยาผู้ที่ถูกกระทำได้อย่างเป็นรูปธรรม
“สิ่งที่น่าดีใจคือ วงการกีฬาเริ่ม ‘ตื่นรู้’ และให้ความสำคัญกับความปลอดภัยของนักกีฬามากขึ้นอย่างเห็นได้ชัด หลายสมาคมกีฬาเปิดใจ รับฟัง และปรับมุมมองจากเดิมที่เน้นเพียงผลการแข่งขัน มาเป็นการดูแลนักกีฬาอย่างรอบด้านมากขึ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งในระดับนโยบาย ที่มีการตั้งคณะทำงานหรือคณะกรรมาธิการขึ้นมาเพื่อกำกับ ดูแล และคุ้มครองความปลอดภัยของนักกีฬาอย่างจริงจัง
“สำหรับเก๋เอง การได้เห็นนักกีฬา ผู้ปกครอง และคนทำงานในวงการกีฬาเริ่มกล้าพูด กล้าร้องเรียน และกล้าขอความช่วยเหลือ ถือเป็นก้าวสำคัญที่สุด เพราะนั่นหมายความว่า พวกเขาเริ่มเชื่อมั่นว่าระบบนี้มีอยู่จริง และพร้อมจะยืนเคียงข้างพวกเขา
“เก๋ตั้งใจจะใช้ทุกความรู้ ความสามารถ และประสบการณ์ที่มี เดินหน้าผลักดัน SAFE SPORT อย่างไม่หยุดยั้ง เพื่อไม่เพียงแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้นแล้ว แต่เพื่อป้องกันไม่ให้ปัญหาเหล่านี้เกิดขึ้นซ้ำอีกในอนาคต เพราะนักกีฬาทุกคนสมควรได้รับการปกป้อง และเติบโตในวงการกีฬาที่ปลอดภัย มีศักดิ์ศรี และเต็มไปด้วยความหวังค่ะ”
หลายคนอาจมองว่า SAFE SPORT เป็นเรื่องของนักกีฬาหญิงเท่านั้นในมุมของคุณเก๋ โครงการนี้ส่งผลดีกับใครบ้าง และสำคัญกับวงการกีฬาในภาพรวมอย่างไร
“เก๋อยากย้ำให้ชัดเจนว่า SAFE SPORT ไม่ใช่เรื่องของนักกีฬาหญิงเพียงกลุ่มเดียว และไม่ได้จำกัดอยู่แค่นักกีฬาเท่านั้น แต่เป็นเรื่องของ “ทุกคน” ที่อยู่ในระบบกีฬา ไม่ว่าจะเป็นนักกีฬาชายหรือนักกีฬาหญิง บุคลากรทางการกีฬา ทีมงาน ผู้ฝึกสอน เจ้าหน้าที่ หรือแม้แต่อาสาสมัครที่ทำงานอยู่เบื้องหลัง
“ทุกคนล้วนมีโอกาสเผชิญกับความไม่ปลอดภัยในรูปแบบที่แตกต่างกัน ดังนั้น Safe Sport จึงเป็นกรอบสำคัญที่ช่วยปกป้องศักดิ์ศรี สิทธิ และความเป็นมนุษย์ของทุกคนในวงการกีฬา ไม่ให้ใครต้องตกอยู่ในความเสี่ยง หรือถูกทำร้ายทั้งทางร่างกายและจิตใจ
“ที่สำคัญที่สุด Safe Sport ไม่ใช่แค่การแก้ปัญหาเมื่อเหตุการณ์เกิดขึ้นแล้ว แต่คือการร่วมกันสร้างวัฒนธรรมการป้องกัน ให้ทุกคนตระหนัก รู้เท่าทัน และช่วยกันดูแลซึ่งกันและกัน เพื่อไม่ให้สิ่งไม่ดีเกิดขึ้นตั้งแต่ต้นทาง
“เมื่อวงการกีฬามีสภาพแวดล้อมที่ปลอดภัย นักกีฬาจะสามารถฝึกซ้อมและแข่งขันได้อย่างเต็มศักยภาพ องค์กรกีฬาก็จะเติบโตอย่างยั่งยืน และในท้ายที่สุด ทั้งนักกีฬาและระบบกีฬาทั้งหมดจะได้รับประโยชน์สูงสุดร่วมกัน นี่คือเหตุผลที่ SAFE SPORT สำคัญกับวงการกีฬาในภาพรวมอย่างแท้จริงค่ะ”
สำหรับคนทั่วไปหรือผู้ปกครองที่อาจไม่ได้อยู่ในวงการกีฬาโดยตรงคุณเก๋อยากชวนให้พวกเขามีส่วนร่วม หรือสนับสนุนแนวคิดSAFE SPORT ในชีวิตประจำวันอย่างไรบ้าง
“เก๋อยากบอกว่า SAFE SPORT ไม่ใช่เรื่องไกลตัว และไม่ใช่เรื่องของคนในวงการกีฬาเท่านั้น แต่เป็นเรื่องที่ทุกคนในสังคมมีส่วนร่วมได้ และไม่ควรมองข้าม เพราะเมื่อใดก็ตามที่ทุกคนช่วยกันใส่ใจ วงการกีฬาจะกลายเป็นพื้นที่ที่ปลอดภัยและน่าไว้วางใจสำหรับทุกคนอย่างแท้จริง
“บทบาทของผู้ปกครองและคนทั่วไปเริ่มต้นได้จากเรื่องเล็กๆ ในชีวิตประจำวัน ไม่ว่าจะเป็นการรับฟังลูกหลานอย่างตั้งใจ สังเกตความเปลี่ยนแปลงทางอารมณ์หรือพฤติกรรม การกล้าตั้งคำถามเมื่อเห็นสิ่งที่ไม่เหมาะสม และการให้คุณค่ากับความปลอดภัยมากพอๆ กับชัยชนะหรือเหรียญรางวัล
“เมื่อสังคมเชื่อมั่นว่ากีฬาเป็นพื้นที่ปลอดภัย ผู้ปกครองก็จะกล้าส่งเสริมให้บุตรหลานเข้ามาเล่นกีฬามากขึ้น นั่นหมายถึงการสร้างบุคลากรทางการกีฬาที่มีคุณภาพเพิ่มขึ้นในอนาคต ขณะเดียวกัน นักกีฬาก็จะได้รับประโยชน์สูงสุด เพราะเติบโตในสภาพแวดล้อมที่โอบอุ้มทั้งร่างกายและจิตใจ
“กีฬามอบคุณค่ามากมายให้กับชีวิต และนอกจากการเป็นผู้ชมหรือกองเชียร์แล้ว พวกเราทุกคนยังสามารถเป็น ‘ผู้เฝ้าระวัง’ และเป็นพลังสำคัญในการป้องกันปัญหาต่างๆ ได้ เพียงแค่ไม่ละเลย ไม่เพิกเฉย และเลือกที่จะยืนอยู่ข้างความปลอดภัย
“เพราะเมื่อเราช่วยกันดูแล กีฬาจะไม่ใช่แค่เวทีของการแข่งขัน แต่จะเป็นพื้นที่แห่งการเรียนรู้ ความหวัง และการเติบโตอย่างงดงามของทุกคนค่ะ”
จากทุกคำตอบของ คุณเก๋ – ดร.สุวรรณา ศิลปอาชา สิ่งหนึ่งที่ชัดเจนที่สุด คือ SAFE SPORT ไม่ใช่โครงการเชิงนโยบาย แต่คือการวาง ‘หัวใจมนุษย์’ ไว้ตรงกลางของกีฬา เมื่อสนามแข่งขันกลายเป็นพื้นที่ที่ปลอดภัย นักกีฬาจะไม่เพียงแข็งแรงขึ้น แต่จะกล้าเป็นตัวเอง กล้าฝัน และกล้าเติบโตอย่างแท้จริง และนั่นคือชัยชนะที่ยิ่งใหญ่กว่าทุกเหรียญรางวัล
หมายเหตุ: ปัจจุบันโครงการได้เปลี่ยนชื่ออย่างเป็นทางการจาก ‘Safe Sport’ เป็น ‘Safeguarding Thailand’

Author By : Arunlak

