counters
hisoparty

Built on Vision, Sustained by Respect: คุณสุริยน - คุณเมก้า ศรีอรทัยกุล

11 hours ago

ในโลกธุรกิจที่การตัดสินใจต้องแม่นยำและรวดเร็ว การมี ‘คู่คิด’ ที่มองเห็นภาพเดียวกัน อาจเป็นปัจจัยสำคัญที่สุดของความมั่นคงในระยะยาว สำหรับ คุณสุริยน ศรีอรทัยกุล กรรมการผู้จัดการ กลุ่มบริษัท บิวตี้เจมส์ และ คุณเมก้า ศรีอรทัยกุล ความสำเร็จไม่ได้สะท้อนเพียงการเติบโตขององค์กร หากยังหมายถึงครอบครัวที่แข็งแรง ลูกชายทั้งสองที่เติบโตพร้อมเข้ามารับบทบาทในธุรกิจ และความสัมพันธ์ที่ยังคงเดินเคียงกันด้วยความเคารพและความเข้าใจ

บทสนทนานี้จึงไม่ใช่เรื่องของความหวานชื่น หากคือมุมมองของคู่ชีวิตที่เติบโตผ่านบทบาทผู้นำ ผ่านความเห็นต่าง ผ่านการส่งต่อ และผ่านกาลเวลา โดยไม่เคยปล่อยมือกัน

ในวันที่ต่างคนต่างมีบทบาทความรับผิดชอบสูงมาก ทั้งในฐานะผู้บริหารและผู้นำครอบครัว อะไรคือ ‘หลักร่วม’ ที่ทำให้การตัดสินใจสำคัญของทั้งคู่ไปในทิศทางเดียวกันเสมอ
          คุณสุริยน: “ผมคิดว่าหลักร่วมของเราคือ ‘ความชัดเจนในเป้าหมายชีวิต’ ครับ เราอาจมีหน้าที่ต่างกัน แต่ภาพปลายทางของเราคือภาพเดียวกัน ครอบครัวต้องมั่นคง และทุกการตัดสินใจต้องไม่ทำลายความสัมพันธ์ ก่อนตัดสินใจเรื่องใหญ่ เราจะถามกันเสมอว่าสิ่งนี้ดีต่อระยะยาวไหม ถ้ามันดีต่อครอบครัว เราก็เดินไปด้วยกันโดยไม่ลังเล”
          คุณเมก้า: “สำหรับดิฉันคือ ‘ความเคารพและการฟัง’ ค่ะ เราทั้งคู่มีความรับผิดชอบสูงมาก แต่ไม่มีใครพยายามเอาชนะอีกฝ่าย ฉันอาจมาจากคนละประเทศ แต่เรามีคุณค่าชีวิตเหมือนกัน คือให้ความสำคัญกับครอบครัว เมื่อใจอยู่จุดเดียวกัน การตัดสินใจก็จะไปในทิศทางเดียวกันเสมอ”

การเป็นสามีภรรยาที่ทำธุรกิจและเติบโตมาด้วยกัน มีช่วงเวลาที่ความคิดเห็นไม่ตรงกันบ้างหรือไม่ และทั้งคู่มีวิธีจัดการความต่างนั้นอย่างไรโดยไม่กระทบความสัมพันธ์
          คุณสุริยน: “มีแน่นอนครับ เพราะเราทั้งคู่เป็นคนมีความคิดของตัวเอง แต่ผมเชื่อว่าความเห็นต่างไม่ใช่ปัญหา ถ้าเราฟังกันจริงๆ เราจะไม่คุยกันตอนอารมณ์ร้อน และจะไม่เอาเรื่องงานไปปะปนกับเรื่องส่วนตัว ความสัมพันธ์ต้องมาก่อนเสมอ”
          คุณเมก้า: “บางครั้งเรามองคนละมุม ซึ่งฉันคิดว่าเป็นเรื่องดีค่ะ เพราะมันทำให้การตัดสินใจรอบคอบขึ้น เรามีข้อตกลงเล็กๆ ว่า หากความเห็นไม่ตรงกัน ให้พักก่อน แล้วกลับมาคุยใหม่ด้วยเหตุผล ไม่ใช่อารมณ์ เราเลือกเข้าใจกันมากกว่าเอาชนะกัน”

วันนี้ลูกชายทั้งสอง (คุณพูม-ภาณุกร ศรีอรทัยกุล และ คุณพรู๊ฟ-ธนกร ศรีอรทัยกุล) เติบโตและเข้ามามีบทบาทในธุรกิจแล้ว มุมมองของคุณพ่อคุณแม่เปลี่ยนไปอย่างไรบ้าง จากวันที่เป็นผู้สร้าง มาเป็นวันที่ต้องส่งต่อ
          คุณสุริยน: “วันที่ลูกๆ เข้ามามีบทบาท ผมรู้สึกภูมิใจมากครับ แต่ก็ต้องฝึกตัวเองให้ปล่อยวาง จากที่เคยตัดสินใจทุกอย่างเอง วันนี้ผมเรียนรู้ที่จะเป็นที่ปรึกษา ให้เขาได้ลอง ได้คิด ได้ผิดพลาดบ้าง การส่งต่อไม่ใช่การถอย แต่คือการเชื่อมั่นในคนรุ่นต่อไป”
          คุณเมก้า: “สำหรับฉัน วันนี้หน้าที่ของเราคือสนับสนุนและให้พื้นที่เขาได้เติบโต ฉันเชื่อว่าความไว้วางใจคือของขวัญที่ดีที่สุดที่พ่อแม่จะให้ลูกได้”

ในฐานะครอบครัวนักธุรกิจ อะไรคือคุณค่าหลักที่ทั้งคู่ตั้งใจปลูกฝังให้ลูกๆ มากที่สุด และคิดว่าสิ่งนั้นสำคัญต่อการทำธุรกิจและการใช้ชีวิตอย่างไร
          คุณสุริยน: “ผมปลูกฝังเรื่องวินัยและความรับผิดชอบครับ เพราะไม่ว่าธุรกิจจะใหญ่แค่ไหน ถ้าขาดสองสิ่งนี้ ทุกอย่างก็ไม่ยั่งยืน ผมอยากให้เขาเข้าใจว่าชื่อเสียงต้องสร้างด้วยความซื่อสัตย์ และรักษาด้วยความตั้งใจ”
          คุณเมก้า: “ฉันอยากให้ลูกมีหัวใจที่อ่อนโยนและถ่อมตัวค่ะ การทำธุรกิจไม่ใช่แค่เรื่องตัวเลข แต่คือการทำงานกับผู้คน ถ้าเขาเข้าใจความรู้สึกของคนอื่น เขาจะเป็นผู้นำที่ทั้งเก่งและมีความหมาย”

ท่ามกลางตารางงานที่แน่นมาก ทั้งคู่ยังหาเวลาเดินทางหรือทำกิจกรรมร่วมกันอยู่เสมอ การเดินทางหรือช่วงเวลาส่วนตัวเหล่านั้นให้อะไรกับชีวิตและความสัมพันธ์ของทั้งคู่
          คุณสุริยน: “การเดินทางทำให้เราได้ถอดบทบาททั้งหมดครับ เหลือแค่ความเป็นสามีภรรยา บางครั้งแค่การได้นั่งคุยกันเงียบๆ โดยไม่มีโทรศัพท์ ไม่มีประชุม มันทำให้เรากลับมาเชื่อมต่อกันอีกครั้ง”
          คุณเมก้า: “สำหรับฉัน การเดินทางคือแรงบันดาลใจและการเติมพลังค่ะ ไม่ว่าจะเป็นทริปไกลๆ หรือแค่วันหยุดสั้นๆ มันคือช่วงเวลาที่ทำให้เราจำได้ว่า เหตุผลที่เราทำงานหนัก ก็เพื่อสร้างชีวิตที่เรารักร่วมกัน”

หากมองย้อนกลับไปตั้งแต่วันแรกที่เริ่มต้นชีวิตคู่ จนถึงวันที่ทั้งงานและครอบครัวมั่นคงแล้ว ทั้งคู่คิดว่าความสำเร็จในมุมมองของคู่ชีวิตนิยามว่าอย่างไร
          คุณสุริยน: “ถ้ามองย้อนกลับไปตั้งแต่วันแรกที่เราเริ่มต้นด้วยกัน ตอนนั้นเรามีแค่ความตั้งใจและความเชื่อมั่นในกันและกัน วันนี้งานเติบโต ครอบครัวมั่นคง แต่สำหรับผม ความสำเร็จที่แท้จริงไม่ใช่สิ่งที่เราสร้างขึ้นภายนอกเลยครับ มันคือการที่เรายังมองตากันแล้วรู้ว่า เราผ่านทุกช่วงเวลามาด้วยกัน ทั้งวันที่ยากและวันที่ดีที่สุด ความสำเร็จของคู่ชีวิต คือการเติบโตโดยไม่ทิ้งกันไว้ข้างหลัง และยังเดินเคียงกันด้วยความเคารพเหมือนวันแรก”
          คุณเมก้า: “สำหรับฉัน ความสำเร็จไม่ใช่แค่ความมั่นคงของธุรกิจหรือภาพลักษณ์ที่คนเห็นค่ะ ถ้าย้อนกลับไปวันแรก เราอาจยังไม่รู้ด้วยซ้ำว่าปลายทางจะเป็นอย่างไร แต่เรารู้ว่าเราจะจับมือกันไป วันนี้สิ่งที่ทำให้ฉันภูมิใจที่สุด คือการที่เรายังเลือกกันและกันทุกวัน แม้เวลาจะผ่านไป ความรักอาจเปลี่ยนรูปแบบจากความตื่นเต้นเป็นความเข้าใจลึกซึ้ง สำหรับฉัน นั่นแหละคือความสำเร็จของคำว่าคู่ชีวิต”

บนเส้นทางที่ทั้งงาน และครอบครัวเติบโตไปพร้อมกัน สิ่งที่มั่นคงที่สุดอาจไม่ใช่อาณาจักรธุรกิจ หากคือความสัมพันธ์ที่ยังคงเคียงข้างกันเสมอ...

Author By : Arunlak

SHARE