counters
hisoparty

Safeguarding Thailand เมื่อกีฬาไทยก้าวสู่มาตรฐานสากลที่ยึดนักกีฬาเป็นศูนย์กลาง - ดร.สุวรรณา ศิลปอาชา

14 hours ago

          ในวันที่วงการกีฬาทั่วโลกขยับจากการมุ่งผลลัพธ์ในสนามแข่งขัน ไปสู่การให้ความสำคัญกับระบบ คุณค่า และสิทธิมนุษยชนของนักกีฬาอย่างรอบด้าน แนวคิด ‘Safeguarding’ จึงไม่ใช่เพียงคำศัพท์เชิงนโยบาย แต่คือมาตรฐานใหม่ของการพัฒนากีฬาอย่างยั่งยืน บทสนทนากับ คุณเก๋ – ดร.สุวรรณา ศิลปอาชา สะท้อนภาพชัดเจนว่า การคุ้มครองนักกีฬาไม่ใช่เรื่องรอง หากคือรากฐานของความเป็นเลิศในระยะยาว

ถึงเวลายกระดับแนวคิด Safeguarding ในระดับประเทศ
          “เก๋คิดว่า ถึงเวลาแล้วที่วงการกีฬาไทยต้องยกระดับแนวคิดเรื่อง Safeguarding อย่างจริงจังในระดับประเทศ เพราะบริบทของกีฬาปัจจุบันไม่ได้มองเพียงแค่ผลการแข่งขัน แต่ให้ความสำคัญกับความปลอดภัย ศักดิ์ศรี และสิทธิของนักกีฬาเป็นหัวใจของระบบพัฒนาอย่างยั่งยืน มาตรฐานกีฬานานาชาติได้กำหนดให้ Safeguarding เป็นส่วนหนึ่งของธรรมาภิบาลองค์กรกีฬา ขณะเดียวกันโครงสร้างอำนาจแบบลำดับชั้นในระบบกีฬาไทยยังทำให้นักกีฬา โดยเฉพาะเด็ก ผู้หญิง และกลุ่มที่มีความหลากหลายทางเพศ อยู่ในภาวะเสี่ยงต่อการถูกละเมิดทั้งทางร่างกาย จิตใจ และเพศสภาพโดยขาดกลไกการร้องเรียนที่ปลอดภัย นอกจากนี้สังคมไทยกำลังตื่นตัวเรื่องสิทธิเด็ก ความเท่าเทียมทางเพศ และสุขภาวะทางจิตใจมากขึ้น ทำให้วงการกีฬาจำเป็นต้องปรับตัวเพื่อรักษาความน่าเชื่อถือและความเชื่อมั่นของสาธารณะ ที่สำคัญสภาพแวดล้อมที่ปลอดภัยยังส่งผลโดยตรงต่อการพัฒนาศักยภาพและผลงานของนักกีฬาในระยะยาว ดังนั้น Safeguarding จึงไม่ใช่เพียงเรื่องการคุ้มครอง แต่เป็นกลไกสำคัญของการยกระดับระบบกีฬาไทยทั้งในเชิงคุณภาพ มาตรฐานสากล และความยั่งยืนในอนาคต”

ความปลอดภัยคือรากฐานของความเป็นเลิศ
          “การคุ้มครองนักกีฬาและการสร้างสภาพแวดล้อมที่ปลอดภัยควรถูกมองว่าเป็น รากฐานของความเป็นเลิศมากกว่ามาตรการแก้ไขเมื่อเกิดปัญหา เพราะความปลอดภัยทั้งทางร่างกาย จิตใจ และสังคมคือเงื่อนไขสำคัญที่ทำให้นักกีฬาสามารถพัฒนาศักยภาพได้อย่างเต็มที่และต่อเนื่อง ในสภาพแวดล้อมที่นักกีฬารู้สึกว่าตนเองมีคุณค่า ได้รับการเคารพ และสามารถสื่อสารหรือขอความช่วยเหลือได้โดยไม่หวาดกลัว จะนำไปสู่ความไว้วางใจในโค้ชและระบบ การฝึกซ้อมที่มีคุณภาพ การกล้าลองผิดลองถูก การฟื้นตัวจากความล้มเหลวได้ดี และการมีสุขภาวะทางจิตที่มั่นคง ซึ่งล้วนเป็นปัจจัยสำคัญของผลงานระดับสูงในระยะยาว ในทางตรงกันข้าม ระบบที่ละเลยเรื่องความปลอดภัยมักทำให้เกิดการบาดเจ็บ การหมดไฟ การถอนตัวก่อนวัยอันควร และศักยภาพที่สูญหายไป ดังนั้น Safeguarding จึงเป็นส่วนหนึ่งของกระบวนการพัฒนานักกีฬาแบบองค์รวม (Holistic Athlete Development) และเป็นโครงสร้างพื้นฐานของระบบกีฬาที่มุ่งสู่ความเป็นเลิศอย่างแท้จริง ไม่ใช่เพียงกลไกรับมือวิกฤตค่ะ”

ประสบการณ์จากมหกรรมกีฬาโอลิมปิกฤดูหนาวครั้งล่าสุด
          “จากประสบการณ์ในการเข้าร่วมมหกรรมกีฬาฤดูหนาว จะเห็นได้ชัดว่ามาตรฐานด้านความปลอดภัยและการคุ้มครองนักกีฬาในระดับสากลถูกวางไว้เป็นส่วนหนึ่งของระบบบริหารจัดการ ไม่ใช่เพียงแนวปฏิบัติปลายทาง โดยมีทั้งนโยบายที่ชัดเจน มีผู้รับผิดชอบด้าน Safeguarding โดยเฉพาะ มีช่องทางร้องเรียนที่เป็นความลับและเข้าถึงได้จริง มีการคัดกรองและอบรมเจ้าหน้าที่ก่อนปฏิบัติงาน รวมถึงการออกแบบพื้นที่แข่งขันและที่พักให้คำนึงถึงความปลอดภัย ความเท่าเทียม และสุขภาวะทางจิตของนักกีฬา สิ่งเหล่านี้ทำให้นักกีฬารู้สึกว่าตนเองได้รับการปกป้องและได้รับการเคารพในฐานะมนุษย์ ไม่ใช่เพียงผู้ทำผลงาน ประสบการณ์ดังกล่าวสะท้อนให้เห็นว่า Safeguarding ในเวทีนานาชาติเป็น วัฒนธรรมขององค์กร ที่ทุกคนมีส่วนร่วมและตระหนักรู้ร่วมกัน มากกว่าจะเป็นหน้าที่ของบุคคลใดบุคคลหนึ่ง และยังเชื่อมโยงกับมาตรฐานธรรมาภิบาล ความเป็นมืออาชีพ และความยั่งยืนของระบบกีฬาอย่างชัดเจน สำหรับทิศทางของกีฬาไทย สิ่งนี้ชี้ให้เห็นถึงความจำเป็นในการพัฒนาระบบเชิงโครงสร้างที่มีนโยบาย กลไก และการสร้างความรู้ความเข้าใจอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้การคุ้มครองนักกีฬาเกิดขึ้นได้จริงในทางปฏิบัติ และกลายเป็นส่วนหนึ่งของวัฒนธรรมกีฬาไทยในอนาคต ไม่ใช่เพียงมาตรการที่เกิดขึ้นเฉพาะเมื่อมีปัญหาค่ะ”

ความร่วมมือที่สะท้อนทิศทางใหม่ของวงการกีฬาไทย
          “การลงนามความร่วมมือ (MOU) ระหว่างคณะกรรมการโอลิมปิกแห่งประเทศไทยกับกองทุนประชากรแห่งสหประชาชาติ (UNFPA) และการที่มีสื่อ (HiSoParty) เข้ามามีบทบาทในการสื่อสารประเด็นนี้ สะท้อนทิศทางใหม่ของวงการกีฬาไทยอย่างชัดเจนว่า กีฬาไม่ได้ถูกมองแยกออกจากมิติทางสังคมอีกต่อไป แต่กำลังขยับเข้าสู่กรอบการพัฒนาที่ให้ความสำคัญกับสิทธิมนุษยชน ความเท่าเทียมทางเพศ และการคุ้มครองนักกีฬาในฐานะวาระเชิงนโยบาย ความร่วมมือกับองค์กรระหว่างประเทศอย่าง UNFPA แสดงให้เห็นว่าประเด็น Safeguarding สุขภาวะทางเพศ ภาวะผู้นำของผู้หญิง และการสร้างพื้นที่ปลอดภัยในกีฬา กำลังถูกยกระดับสู่มาตรฐานสากลและเชื่อมโยงกับเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน (SDGs) ขณะเดียวกัน การนำเสนอผ่านสื่ออย่างไฮโซปาร์ตี้ สะท้อนให้เห็นว่าประเด็นเหล่านี้กำลังถูกทำให้เป็นวาระสาธารณะ สร้างการรับรู้ในวงกว้าง และเปลี่ยนภาพลักษณ์ของวงการกีฬาจากการมุ่งเน้นเฉพาะผลงาน ไปสู่การให้ความสำคัญกับคุณค่า ความปลอดภัย และศักดิ์ศรีของนักกีฬาอย่างรอบด้าน ซึ่งเป็นก้าวสำคัญของการสร้างวัฒนธรรมกีฬาไทยที่มีความเท่าเทียม โปร่งใส และยั่งยืนในอนาคตค่ะ”

ภาพของกีฬาไทยในอนาคต
          “ในอนาคตเก๋อยากที่จะเห็นประเทศไทย ยืนอยู่ในเวทีนานาชาติในฐานะประเทศที่พัฒนากีฬา โดยยึดนักกีฬาเป็นศูนย์กลาง (athlete-centred sport system) และได้รับการยอมรับว่าให้ความสำคัญกับความปลอดภัย ศักดิ์ศรี และความเท่าเทียมควบคู่ไปกับความเป็นเลิศด้านผลงาน โดยมีระบบ safeguarding ที่ชัดเจน โปร่งใส และสอดคล้องกับมาตรฐานสากลตั้งแต่ระดับเยาวชนจนถึงทีมชาติ มีบุคลากรที่ผ่านการอบรม มีช่องทางร้องเรียนที่ปลอดภัย และมีวัฒนธรรมองค์กรที่เคารพสิทธิมนุษยชนอย่างแท้จริง ภาพของประเทศไทยในบริบทนี้ไม่ใช่เพียงประเทศที่ประสบความสำเร็จในการแข่งขัน แต่เป็นผู้นำในภูมิภาคด้านการสร้างสภาพแวดล้อมทางกีฬาที่ปลอดภัยและครอบคลุมสำหรับทุกเพศ ทุกวัย และทุกความสามารถ เป็นต้นแบบที่สามารถแบ่งปันองค์ความรู้และความร่วมมือกับนานาชาติได้ ซึ่งจะนำไปสู่ความเชื่อมั่นจากนักกีฬา ผู้ปกครอง องค์กรกีฬาโลก และสร้างความยั่งยืนให้กับระบบกีฬาไทยในระยะยาวค่ะ”

Author By : Arunlak

SHARE